เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นระหว่างที่กำลังจะตักข้าวไข่เจียวใส่มะเขือเทศคำสุดท้ายเข้าปาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแขกที่ไม่ได้รับเชิญทำกับข้าวอร่อยหรือตัวเองกำลังหิวจัดกันแน่ อาหารที่เขาเตรียมไว้ให้หมดลงภายในเวลาไม่กี่นาทีเป็นการกินอาหาร ที่เป็นอาหารจริงๆ ในรอบอาทิตย์ ในช่วงก่อนหน้านั้น ฉันเพียงแต่จับอะไรสักอย่างใส่เข้าปากเมื่อท้องร้องบอกว่าหิว กินได้คำสองคำ ก็รู้สึกอิ่มจนไม่สามารถกินอะไรได้อีกน้ำหนักของฉันน่าจะลดลงจากเดิมหลายกิโลกรัม ในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน กางเกงที่ใส่ในวันนี้ดูหลวมไปถนัดตาเสียงโทรศัพท์ยังดังไม่หยุด...หรือว่าเอกจะโทรมาไวเท่าความคิด ฉันรวบช้อน แล้วรีบวิ่งไปที่ห้องรับแขก ภาพที่เห็นก็คือร่างสูงของแขกที่ไม่ได้รับเชิญลุกขึ้นจากโซฟาหน้าโทรทัศน์ และกำลังจะคว้าโทรศัพท์มือถือของฉันที่วางไว้ไม่ไกลนัก “ไม่ต้องรับนะ เดี๋ยวรับเอง” ฉันตะโกนเสียงเขียว พร้อมๆ กับพุ่งพรวดไปหยิบโทรศัพท์กดรับสายทันที “เอก...เอก ใช่ไหม อย่าเพิ่งวางหูนะ” ฉันละล่ำละลักอ้อนวอนอีกฝ่าย “ฉันมีเรื่องจะพูดกับคุณ”“ผมก็มี” เสียงอีกด้านตอบกลับมาห้วนๆได้โทรศัพท์ ฉันรีบหันหลังกลับเดินเข้าครัว เพราะต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่อยากคุยต่อหน้าเจ้าหุ่นยนต์ไร้มารยาทนั่น จินตนาการไปเองว่าคนรักคงจะอารมณ์ดีขึ้นมากแล้ว และพร้อมที่จะปรับความเข้าใจกันเสียทีคงเหมือนทุกๆ ครั้งที่เราทะเลาะกันรุนแรง เขาจะหายออกจากบ้านไปราวสองสามวัน แล้วเราก็จะกลับมาคืนดีกัน...เหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“อิง ทำไมคุณเป็นคนร้ายกาจอย่างนี้นะ ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะร้าย จะเลวได้อย่างนี้”“คะ...คุณ ว่าอะไรนะ”“ทำไมต้องไปเอาแก้วเขาไปประจานด้วย เขาอายเป็นนะ คำว่ามารยาทผู้ดีน่ะมีไหม จะทำอะไรให้คิดถึงหน้าผมบ้าง ผมมีอาชีพ มีงานการต้องรักษาภาพพจน์นะ อย่าเอาอารมณ์ของตัวเองเป็นใหญ่ แล้วทำอะไรไร้สาระแบบเด็กๆ สิ โตแล้วนะ พูดดีๆ กันไม่รู้เรื่องหรือไง หรือจะให้ผมแจ้งตำรวจ”ประโยคแสนยาว ภายใต้น้ำเสียงเกรี้ยวกราดนั่นทำให้ฉันนิ่ง อึ้ง และทำอะไรไม่ถูกไปหลายวินาที ผู้ชายคนนั้นไม่ได้ต้องการคืนดี เขาเพียงแต่ต้องการปกป้องศักดิ์ศรีของใครอีกคน คนที่ฉันแต่ไม่ได้แม้ปลายเล็บ“จากกันด้วยดีไม่ได้ใช่ไหม...จะเอายังไง เท่าไหร่ว่ามา จะได้เลิกยุ่งกันเสียที”เอกวัตรตวาดผ่านสัญญาณโทรศัพท์มือถือมาอย่างกราดเกรี้ยวอีกรอบ“เอก...ฟังฉันก่อน...ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ”“จะมาบอกว่าคุณไม่ได้ทำ คิดเรอะว่าผมจะเชื่อ โกหก ตอแหลที่สุด พูดกันดีๆ ไม่ได้หรือไง เรียนมาก็สูง ยังไม่มีสมอง ไม่มีสติยั้งคิด”สิ้นสุดคำนั้น น้ำตาของฉันร่วงเผาะลงมาข้างแก้มอีกรอบ หลังจากที่มันเพิ่งเหือดแห้งไปไม่ถึงชั่วโมงมือหนาแย่งคว้าโทรศัพท์มือถือจากมือของฉันอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ฉันจะทันดึงกลับ เขาก็กรอกเสียงลงไปในมือถือเรียบร้อย“ไปตายซะ อย่ามายุ่งอะไรกับคุณอิงเขาอีก คุณก็อยู่ส่วนคุณ เข้าใจไหม”“อะไรนะ...นายพูดอะไร เอาโทรศัพท์คืนมานะ” ฉันรีบปาดน้ำตา แล้วพยายามที่จะเขย่งเพื่อให้สูงพอที่จะดึงโทรศัพท์คืนมาไอแซคหันหลังให้โดยไว แล้วก็กดโทรศัพท์ปิดสายไปทันที“นายทำอะไรน่ะ!!! ““ทำให้คุณไม่ต้องทนฟังคำพูดแย่ๆ ของแฟนเก่าคุณไง” เขาตอบหน้าเรียบเฉย แววตานิ่งสนิทที่ทำให้ฉันต้องผงะถอยออกมา ภายใต้แววตานิ่งๆ นั้น มีความโกรธอันรุนแรงคุกรุ่นอยู่ภายใน ราวกับว่า หากเอกวัตรอยู่ตรงหน้า อีกฝ่ายอาจถูกชกหน้า หรือทำร้าย ร่างกายแบบที่ไม่คาดคิดได้นายหุ่นยนต์นั่นกำลังโกรธแทนฉันอย่างนั้นเหรอ“ฉันจะเป็นยังไง มันก็เรื่องของฉัน”“บอกอีกทีนะ ผมได้รับคำสั่งมา ให้....”“เงียบเลยนะ ฉันไม่อยากฟังเหตุผลของพวกไม่มีหัวใจแบบนาย”“คุณว่าผม...ไร้หัวใจงั้นรึ” แววตาเข้มจัดของหุ่นตัวนั้นราวกับมีชีวิตได้ เหมือนจะมีร่องรอยของความน้อยใจ คับแค้นใจ และอะไรหลายอย่างซ่อนอยู่ภายใต้แววตาสีฟ้าน้ำทะเลแปลกๆ นั่นเราต่างยืนจ้องตากันชั่วครู่ เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นอีกครั้งเอกวัตรต้องโทรกลับมาแน่“ฉันอยากรับสายนั้น เอามาให้ฉันเดี๋ยวนี้”“ผมไม่ให้รับ”“มันเป็นโทรศัพท์ของฉัน ฉันมีสิทธิ์รับนะ เอามานี่!” พูดจบฉันก็ปรี่เข้าไปหาไอแซคหรี่ตาตอบกลับมา เขายกมือถือขึ้น ปรายตามองมันนิดหนึ่งก่อนจะเขวี้ยงมันอย่างแรงเข้าหาผนังห้องด้านหลังของฉันฉันกำมือแน่น หันกลับไปหาส่วนประกอบต่างๆ ที่กระจัดกระจาย พยายามประกอบมันให้กลับเป็นโทรศัพท์ แต่พบว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ ....ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองตรงไปยังร่างที่ยืนอยู่ น้ำตาร่วงพรูอย่างอดไม่ได้“ฉันเกลียดนาย” ฉันวางของในมือ มองหาอะไรสักอย่างที่จะใช้เป็นอาวุธในการทำร้ายร่างตรงหน้า เมื่อไม่เห็นอะไร ก็พุ่งเข้าหาร่างสูงทันใด“ไปตายซะ อย่ามายุ่งกับฉัน ฮือๆ ๆ แล้วอย่างนี้เอกจะติดต่อฉันได้ยังไง ฮือๆ ๆ ๆ ไอ้หุ่นบ้า ชอบทำร้ายความรู้สึกของคนอื่น ไอ้หุ่นโรคจิต”ร่างสูงไม่ขยับ ปล่อยให้ฉันทุบเอาๆ จนหมดแรง “ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้นะ! ““ผมไปไม่ได้ ตอนนี้คุณอารมณ์ไม่ปกติ ผมไม่อยากให้...” เสียงตอบเบา และนุ่มนวลอย่างไม่น่าเชื่อฉันเอามือปิดหน้า แล้วก็ร้องไห้ เพราะไม่รู้จะทำอะไรกับสถานการณ์บ้าๆ นี้แล้ว ตอนนี้ เอกคงเข้าใจผิด คิดว่าฉันไม่อยากคืนดี แถมมีเสียงผู้ชายรับโทรศัพท์ แล้วอย่างนี้ เราจะคืนดีกันได้ยังไงกัน“ผมจะไม่ขอโทษสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นนะ”“แน่ละสิ นายมันไม่มีหัวใจนี่” ฉันพูดพลางเช็ดน้ำตา ได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆ กลับมา “ถ้าหลานของฉันรักและหวังดีกับฉันจริง เขาต้องส่งนายมาช่วยให้เอกคืนดีกับฉันสิ ไม่ใช่ให้นายมาทำแบบนี้”“ไม่รู้อะไรอย่าพูดดีกว่า...นะ บ่นพอหรือยัง เราไปจากที่นี่กันเถอะ”“เอ๊ะ....”จู่ๆ ฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองถูกยกลอยขึ้น นายหุ่นบ้านั้นกำลังใช้กำลังของเขาอุ้มฉันขึ้นมาทั้งตัว ได้สติฉันก็ดิ้นสุดแรง ทั้งข่วน ทั้งทุบคนที่ยกร่างของฉันลอยหวือขึ้นจากพื้นเหมือนกับไม่รู้สึกว่าตัวฉันมีน้ำหนักสักนิด“นายจะทำอะไรน่ะ ปล่อยนะ ปล๊อย!!!”ร่างสูงหาได้สนใจเสียงร้องและร่างที่พยายามจะขยับตัวให้หลุดจากพันธนาการไม่“นายจะพาฉันไปไหน”“ไปไหนสักที่ ที่จะทำให้คุณหายบ้า”“ไม่...”“....” ร่างสูงก้มหน้าลงมา แววตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง นั่นมันทำให้ฉันนิ่งอึ้งทันใด แววตาของเขาน่ากลัวเหลือเกิน “ผมไม่ทำร้ายคุณแน่นอน เพราะผมต้องดูแลให้คุณปลอดภัย และสบายใจโดยเร็วที่สุด อยู่ที่นี่คุณก็คงคิดถึงแต่ความหลังกับผู้ชายไร้หัวใจคนนั้น”“แต่ว่า...” ฉันมองตัวเอง แต่งตัวอย่างนี้นะหรือจะออกจากบ้าน แถมฉันไม่อยากไปไหนสักนิด ฉันอยากโทรหาเอกเพื่อปรับความเข้าใจกับเขาต่างหาก“ไม่ต้องห่วง เราไปหาเอาข้างหน้าได้”“ฉันไม่ไป ได้ยินมั้ย”คนฟังส่ายหน้า เดินตรงมาหา คว้าปลายแขนของฉันไว้ และกระชากเข้าหาตัว“ปละ...ปล่อย”อีกฝ่ายพ่นลมหายใจออกจมูกเสียงดัง “พูดไม่รู้เรื่องจริงๆ นะคุณนี่”ฉันรู้สึกว่าถูกเขาจับที่ต้นแขนแรงๆ จากนั้นความรู้สึกก็ดับวูบไปทันที
ดีมากคับ
18d
0ดีมาก
19/06
0ดีมากๆ
15/06
0Tingnan Lahat