ทางด้านของกิตติก็ร้อนใจไม่ได้ต่างไปจากเจ้าแฝดสักเท่าไหร่ ทั้งเป็นห่วงพ่อเลี้ยงเกษมที่หายไปและยังไม่รู้เลยว่ามีอาการเป็นยังไงบ้าง ทั้งเป็นห่วงฝาแฝดทั้งสองคน แต่คนชายหนุ่มเป็นห่วงมากสุดคืออุ่นรัก ถ้ารู้เรื่องนี้เข้า ไม่รู้เจ้าตัวเปี๊ยกของเขาจะรับได้แค่ไหน ไม่รู้จะร้องไห้งอแงมากสักเท่าไร“ติ ดึกแล้วมึงจะออกไปไหนอีก”กิตติหันกลับมามองเจ้าของเสียงที่ทักท้วงเอาไว้ก่อนที่จะก้าวขาออกนอกประตูบ้าน“เขม” อดีตนายแบบหนุ่มหล่อชื่อดังอนาคตไกลที่ยอมละทิ้งงานทิ้งเงินเพื่อมาอยู่ช่วยงานในฟาร์มของเพื่อนสนิทอย่างกิตติ เพราะเหตุผลเพียงข้อเดียวคืออยากจะอยู่ใกล้ๆ และคอยดูแลคนที่ตัวเองแอบรัก คนนั้นก็ใช่ใครอื่นไกลเพื่อนสนิทของเขานั่นเอง“ไปไร่ของสองอุ่น”“ไปทำไม”ถึงแม้ว่าเพื่อนสนิทของตนเองจะไปไร่ไออุ่นรักบ่อยๆ แต่เขมก็อดสงสัยไม่ได้ เพราะเวลานี้มันดึกเกินไปที่จะแวะเวียนไปหาเจ้าสองอุ่นนั้น“ที่ไร่ของอุ่นเกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อย”“เรื่องอะไร ใช่เรื่องรถที่คนงานไปเจอไหม?”“ใช่ รถคันนั้นเป็นของคุณลุงจริงๆ และตอนนี้คุณลุงก็ยังไม่กลับไร่เลย แค่นี้ก่อนนะมึง กูรีบ”ชายหนุ่มเจ้าของฟาร์มตอบคำถามเพื่อนสนิทเสร็จก็รีบตัดบท แล้วหุนหันออกมาจากตรงนั้นโดยไม่ได้สนใจว่า เขมกำลังเอ่ยปากขอไปด้วย“เดี๋ยวติ รอกูด้วย”อดีตนายแบบหนุ่มรีบก้าวขายาวๆ วิ่งตามหลัง เพื่อนสนิท ซึ่งก้าวฉับๆ ราวกับไม่ได้ยินเสียงเรียกของเขารถกระบะคันโปรดของหนุ่มเจ้าของฟาร์ม ขับฝ่า ความมืดแล่นตามทาง มุ่งตรงสู่จุดหมายปลายคือไร่ไออุ่นรัก บรรยากาศในรถเงียบกริบไม่มีบทสนทนาใดๆ หลุดออกมาจากทั้งสองหนุ่มใช่ว่าอดีตนายแบบหนุ่มจะอยากอยู่ในความเงียบแบบนี้ แต่เมื่อเหลือบตามองดูหน้าเพื่อนสนิทแล้ว มันคงจะไม่เหมาะที่เขาจะชวนคุย เพราะดูจากสีหน้าของเจ้าของฟาร์มหนุ่ม และการขับรถแบบด่วนพิเศษแล้ว เขมรู้ดีว่าชวนคุยไปก็ไม่ได้คำตอบเพราะจิตใจของเพื่อนสนิทของเขาป่านนี้คงจะไปถึงไร่ไออุ่นรักแล้ว อดีตนายแบบหนุ่มมองเสี้ยวหนุ่มหล่อเจ้าของฟาร์มเลี้ยงแกะ หรืออีกฐานะหนึ่งคือคนที่เขาแอบรักมาตลอดแปดปี ตั้งแต่ตอนที่เรียนปีหนึ่งอยู่ด้วยกัน ความรู้สึกของเขมไม่เคยน้อยลงเลย มีแต่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนตัวเขา ได้ตัดสินใจทิ้งอนาคตนายแบบดาวรุ่งมาช่วยงานในฟาร์มของกิตติ หวังเพียงแค่ได้อยู่ใกล้ชิดและได้ดูแลบ้างเพียงเท่านี้ เขมก็มีความสุขแล้วล้อรถหยุดหมุนปุบกิตติก็แทบจะกระโจนออกรถแล้ววิ่งเข้าไปในบ้านของเจ้าสองอุ่นในทันที ไม่ได้รอเพื่อนสนิทที่นั่งมาด้วยกันในรถเลยสักนิดเขมเดินตามหลังเพื่อนสนิทๆ อย่างช้า ด้วยความรู้สึกที่เจ็บแปลบๆ ในส่วนลึกของหัวใจ ไม่ใช่อดีตนายแบบหนุ่มน้อยใจกิตติหรอกนะ เป็นเพราะเขมรู้ซึ้งดีว่าที่เพื่อนสนิทของตนเองรีบร้อนขนาดนี้เพราะอะไร“พี่กิต พี่เขม สวัสดีครับ “ไออุ่นออกมาต้อนรับแขกทั้งสอง ด้วยสีหน้ามัวหม่น แม้จะมีรอยยิ้มจางๆ ส่งให้เป็นการทักทายก็ตาม แต่ดวงตากลมโตนั้นกลับไม่ได้ยิ้มออกมาด้วย“หวัดดี”“หวัดดีอุ่น”กิตติและเขมรับไหว้แฝดคนพี่ แต่สายตาของเจ้าของฟาร์มหนุ่มกลับไม่ได้มองโฟกัสที่ไออุ่นเลย“แล้วอุ่นรักล่ะ อุ่น”เมื่อไม่เห็นคนที่ตัวเองเป็นห่วงมาตลอดทาง กิตติก็ไม่รอช้าที่จะถามถึงทันที“นอนหลับอยู่ที่โซฟาครับ ““พี่ติเล่าให้อุ่นฟังอีกรอบสิครับ ว่าไปเจอรถของพ่อเกิดอุบัติเหตุตรงไหน แล้วเจอร่องรอยอะไรที่เกี่ยวกับพ่อบ้างไหมครับ”ไออุ่นเดินเข้าไปคว้าข้อมือหนาของกิตติไว้ ชายหนุ่มเจ้าของฟาร์มแกะมองหน้าแฝดคนพี่ ดวงตากลมโตวาววับด้วยพรายน้ำตา เมื่อยามต้องแสงไฟ จมูกรั้นแดงระเรื่อราวกับว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มาหมาดๆ มือหนายกขึ้นมาลูบกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มเบาๆ“คนงานของพี่บอกว่า ตอนไปเจอมีแค่เพียงรถที่ชนอัดกับต้นไม้อยู่ แต่ไม่เจอตัวคุณลุง และก็ไม่เจอร่องรอยอื่นๆ เลยครับ อุ่น”“ว่าไงนะครับ? พี่ติ พ่อของอุ่นเป็นอะไรนะ”ทั้งสามคนหันไปมองทางต้นเสียง แทบจะพร้อมกัน ซึ่งปรากฏร่างของเจ้าดื้อแฝดคนน้องยืนทำหน้าเบะเหมือนกำลังจะร้องไห้“อุ่นรัก”เจ้าของชื่อค่อยๆ เดินเข้ามาหากลุ่มคนทั้งสามในห้องรับแขก ดวงตาคู่สวยเริ่มมีน้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้า ริมฝีปากบางเบ้เหยียดตรง“ว่ายังไงล่ะครับ พ่อของอุ่นเป็นอะไร?”“อุ่น มาหาพี่มา”กิตติอ้าแขนออกกว้าง ต้อนรับเจ้าตัวเล็กของเขาเข้าสู่อ้อมกอด ก่อนที่จะเริ่มเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้ฟัง เพราะเจ้าของฟาร์มหนุ่มรู้ดีว่า เจ้าแฝดน้องคงจะขวัญเสียเป็นอย่างมากแน่นอน“พี่ติ”เจ้าตัวเล็กโผเข้าสู่อ้อมกอดของกิตติอย่างว่าง่าย เจ้าของฟาร์มหนุ่มโอบกอดแฝดคนน้องอย่างทะนุถนอม มือหนายกขึ้นมาลูบหัวทุยเบาๆ แล้วเริ่มเรียบเรียงคำพูดที่คิดว่าจะเหมาะสมกับหัวใจดวงน้อยๆ ของอุ่นรักจะรับไหว“เจ้าดื้อฟังพี่นะครับ คนงานที่ไร่ไปเจอรถของคุณลุงประสบอุบัติเหตุชนต้นไว้ข้างทาง แต่ไม่เจอคุณลุงในที่เกิดเหตุ และจากที่คนงานสำรวจดูรถแล้ว ไม่พบรอยเลือด ซึ่งนั้นก็แสดงว่าคุณลุงอาจจะเป็นอะไรมาก ตอนนี้อาจจะมีคนช่วยคุณลุงเอาไว้ก็ได้ อุ่นไม่ต้องคิดมากนะครับ ตอนนี้พี่ให้คนช่วยกันตามหาอยู่”ในขณะที่เล่าเรื่องราวเหตุการณ์ให้เจ้าแฝดน้องฟัง มือแกร่งทั้งสองของหนุ่มเจ้าฟาร์มก็ไม่ได้ละทิ้งหน้าที่ให้ความอบอุ่นและปลอบโยนแก่อุ่นรักเลยสักนิดเดียวแต่กิตติไม่เคยรู้เลยว่าในขณะที่ตัวเขาให้ความอบอุ่นกับแฝดคนน้องนั้น เขากำลังทำร้ายใครอีกคนอยู่ เขมเฝ้ามองดูการกระทำที่อ่อนโยนของเพื่อนสนิทที่มีต่ออุ่นรัก ด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวด“แต่อุ่นก็ยังเป็นห่วงพ่ออยู่ดีครับ แล้วดึกป่านนี้ยังติดต่อพ่อไม่ได้ แล้วพ่อจะไปอยู่ไหน เป็นบ้างยังไงก็ไม่รู้ครับ”แฝดคนน้องพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ คล้ายกำลังจะร้องไห้ขึ้นอีกครั้ง แขนแกร่งของหนุ่มเจ้าของฟาร์มยิ่งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น“ไม่ต้องร้องนะเจ้าดื้อ พี่อยู่ตรงนี้แล้ว”“อุ่นจะไปแจ้งความ ฝากพี่ติดูแลอุ่นรักด้วยนะครับ”หลังจากที่นั่งนึกตรึกตรองอยู่สักพัก ไออุ่นจึงตัดสินใจพึ่งพาผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เมื่ออุ่นรักได้ยินว่าแฝดคนพี่จะไปแจ้งความ จึงเด้งออกจากอ้อมกอดของหนุ่มเจ้าของฟาร์มในทันที“อุ่นไปด้วยครับ พี่อุ่น”“ไม่ได้! สภาพแบบนี้ ขืนเอาไปด้วยงอแงตลอดทางแน่นอน”ปากบางเป็นกระจับสวยของแฝดคนน้องเบ้ออก เมื่อถูกแฝดพี่ห้ามด้วยเสียงเข้มครึม“แล้วอุ่นจะไปยังไง ไปคนเดียวมันอันตรายนะ”“เดี๋ยวกูไปเป็นเพื่อนอุ่นเอง มึงก็อยู่ดูแลเด็กดื้อของมึงไป”เขมพูดขึ้น หลังจากที่นั่งเงียบอยู่นานสองนาน แต่ในประโยคหวังดี ยังมีความหมายที่ค่อนแคะอีกฝ่ายอยู่“เออๆ ขอบใจมึงมากนะเขม”“ยังไงอุ่นฝากน้องแปบนึงนะครับพี่ติ อุ่นรอพี่ก่อนนะ เดี๋ยวพี่รีบไปรีบมา”มือบางเอื้อมไปลูบหัวทุยของแฝดคนน้องเบาๆ“พี่อุ่นดูแลตัวเองด้วยนะ อุ่นรอพ่อกับพี่อุ่นอยู่นะครับ”“ครับ พี่จะรีบกลับมาหาอุ่นนะครับ”“อุ่น พี่ขับรถให้”เขมอาสาขับรถให้แฝดคนพี่ เพราะเข้าใจความรู้สึกดีว่าตอนนี้ไออุ่นคงกำลังร้อนใจเพราะเป็นผู้เป็นพ่อ คงจะไม่มีสมาธิสักเท่าไหร่ ขืนปล่อยให้ขับเองอาจจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก
สนุกดีคะ
31/03
0ดีมาก
23/03
0สนุกแล้วก็เพลินมากค่ะแนะนำให้อ่านลองดู
29/01
0Tingnan Lahat