“พี่อุ่น มันจะสามทุ่มแล้วนะ พ่อยังไม่กลับมาเลย”แฝดคนพี่หันไปมองหน้าน้องชายฝาแฝดที่ตอนนี้นั่งซึมตาละห้อย อ้าปากหาวหวอดๆ หลายครั้ง คงจะทั้งง่วงทั้งเพลียจากการทำงานในไร่ เพราะกลับมาอุ่นรักก็ตรงดิ่งเข้าครัวทันที เพื่อเตรียมอาหารไว้ให้พ่อกับพี่ชายใบหน้าหวานคงมีรอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นมา เพราะเอ็นดูความน่ารักของแฝดคนน้อง ที่ไม่ว่าจะทำอะไรมันน่ามองไปหมด“พ่อคงทำธุระยังไม่เสร็จล่ะมั้ง”“ทำธุระยังไม่เสร็จ แล้วทำไมโทรไปถึงไม่รับสายด้วยล่ะ”ยิ่งพูดหน้าของเจ้าแฝดคนน้องยิ่งงองึมปากเบะมากกว่าเดิม“พ่อคงยุ่งอยู่ ไม่อย่างนั้นอาจจะกำลังขับรถกลับไร่อยู่ก็ได้ อุ่นหิวหรือยัง กินข้าวก่อนไหม?”“ไม่หิวครับ รอกินพร้อมพ่อกับพี่อุ่น”ไออุ่นมองหน้าน้องชายฝาแฝดเห็นแววตาหงอยๆ เศร้าๆ จึงนึกถึงคำพูดของผู้เป็นพ่อว่าให้เขาดูแลน้อง ฉะนั้นเขาก็ควรจะเข้มแข็งเป็นที่พึ่งให้น้องอุ่นใจได้“อุ่น ไม่ต้องคิดมากนะครับ มานั่งตรงนี้มา”แฝดคนพี่ตบโซฟาข้างๆ ตัวเองเบาเรียกน้องชายมานั่งด้วยกัน อุ่นรักย้ายจากโซฟาตัวเล็กมานั่งโซฟาตัวยาวข้างๆ พี่ชาย หมับ! เจ้าเด็กขี้งอแงโผเข้ากอดพี่ชายฝาแฝดเอาไว้แน่น“พี่อุ่น”“พี่รู้ว่าอุ่นเป็นห่วงพ่อ พี่ก็เป็นห่วงเหมือนกัน แต่อย่าเพิ่งคิดมากไปเลย เดี๋ยวพ่อก็กลับมาแล้ว”อุ่นรักดันตัวเองออกห่างจากพี่ชายเล็กน้อย แล้วเอนตัวพิงพนักโซฟาอย่างเหนื่อยอ่อนแรง“แต่อุ่นใจคอไม่ดีเลย พี่อุ่น”“พ่อไม่เป็นอะไรหรอก เชื่อพี่สิ”“ครับอุ่นเชื่อพี่”แฝดคนน้องรับคำพี่ชายอย่างว่าง่าย สีหน้าหงอยเหงาและดวงตากลมโตฉายแววอ่อนแรงล้าของอุ่นรัก ยิ่งทำให้ไออุ่นต้องเข้มแข็งเป็นที่พึ่งของน้องให้ได้“เก่งมากครับเด็กดี แน่ใจนะว่าไม่หิว”“แน่ใจครับ พี่อุ่น”“ครับ?” ไออุ่นเอียงคอลงนิดๆ มองหน้าน้องชายฝาแฝด“อุ่นง่วง”แฝดคนพี่ระบายยิ้มอ่อนๆ ออกมามองหน้า เจ้าเด็กงอแงด้วยความเอ็นดู“ง่วงก็นอนสิ นอนหนุนตักพี่นี่แหละ”พูดจบไออุ่นจึงเอื้อมมือไปจับต้นแขนของน้องชายรั้งให้เอนตัวลงนอนหนุนตักของตัวเอง เจ้าเด็กขี้อ้อนเอนตัวลงหนุนตักพี่ชายฝาแฝด พร้อมทั้งหยอดคำออดอ้อน“ตักพี่อุ่นนุ่มจังเลย อย่าให้ใครนอนนะ”“ใครจะมานอนล่ะหึ? พี่เก็บไว้ให้อุ่นนอนคนเดียว”แฝดคนพี่ยกมือขึ้นเล่นกลุ่มผมสีน้ำตาลสลับกับลูบเบาๆ อย่างทะนุถนอม การกระทำของไออุ่นทุกอย่างมันเกิดจากความรักที่มีต่อน้องชายฝาแฝดอย่างแท้จริงแม้ว่าผู้คนรอบกายจะรักและเอ็นดูน้องชายของตนเองมากกว่าตนก็ตามที อาจจะเป็นเพราะบุคลิกภายนอกที่แสดงออกมาและนิสัยใจคอของสองแฝดที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่นั้นมันก็ไม่ได้ทำให้ไออุ่นน้อยใจหรืออิจฉาน้องชายฝาแฝดเลยสักนิดเดียว“อุ่นรักพี่อุ่นนะครับ”“พี่ก็รักอุ่น นอนซะ ถ้าพ่อกลับมาแล้วเดี๋ยวพี่ปลุก”เวลาผ่านพ้นไปไม่นานนัก แฝดคนน้องก็ค่อยๆ ผล็อยหลับไปอย่างง่ายดาย คงเป็นเพราะความง่วงบวกกับเหนื่อยล้าจากการทำงานในไร่ มันก็หนักหนาพอสมควรถ้าเทียบกับรูปร่างของทั้งสองแฝดแล้วหน้าจอโทรศัพท์เครื่องสวยสว่างจ้าพร้อมกับเสียงเรียกเข้าเป็นเพลงโปรดที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไออุ่นเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มาดูเบอร์ที่ขึ้นโชว์หน้าจอ “กิตติ” พี่ชายที่แสนดีของไร่ไออุ่นรักกิตติชายหนุ่มรูปงามเจ้าของฟาร์มเลี้ยงแกะ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากไร่ไออุ่นรักเท่าไหร่นัก หนุ่มหล่อเจ้าของ ฟาร์มมักจะแวะเวียนมาเป็นแขกประจำของไร่ไออุ่นรักเสมอมา ซึ่งแต่ละครั้งที่แวะเวียนมาก็จะมีขนมติดไม้ติด มือมาฝากแฝดคนน้องอยู่เสมอ“ฮัลโหลครับ พี่ติ”“อุ่น สะดวกไหม?”เพียงแค่ไออุ่นได้ยินปลายสายถามแบบนี้ก็พอจะรู้ว่าต้องการจะคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว“สักครู่นะครับพี่ติ”แฝดคนพี่เอื้อมมือไปหยิบหมอนเพื่อมาหนุนหัวของน้องชายแทนตักนุ่มๆ ตนเอง ไออุ่นยกหัวทุยๆ ของอุ่นรักขึ้นอย่างเบามือ แล้วค่อยๆ สอดหมอนเข้ามาแทนตักอุ่นๆไออุ่นเลือกที่เดินออกมาคุยโทรศัพท์กับกิตติอีกมุมหนึ่งของห้องรับแขก เมื่อคิดว่ามันห่างพอที่เสียงจะไม่ดังไปรบกวนคนน้อง ไออุ่นหยุดนั่งคุยตรงนั้น“โอเครแล้วครับ พี่ติมีอะไรหรือเปล่า?”“คุณลุงอยู่ที่ไร่ไหม?”คิ้วสวยขมวดชนกัน เมื่อได้ยินคำถามจากพี่ชายที่แสนดี ทำไมต้องโทรมาถามกับตัวเขา ทั้งที่ตัวของกิตติและพ่อของตนเองก็สนิทกันทำไมไม่ติดต่อโดยตรงเลย“ไม่อยู่ครับ คุณพ่อออกไปทำธุระในเมืองตั้งแต่เช้าแล้วครับ ป่านนี้ยังไม่กลับเลย พี่กิตติมีอะไรหรือเปล่าครับ?”“อุ่น ตั้งใจฟังพี่ดีๆ นะ”น้ำเสียงที่ฟังดูแล้วตึงเครียด ทำให้คนฟังใจคอไม่ค่อยดีขึ้นมาทันที หัวใจดวงน้อยๆ ของไออุ่นเต้นแรงลุ้นรอฟังประโยคถัดไปของปลายสาย“คนงานที่ฟาร์มของพี่ออกไปส่งนมที่ในเมือง ระหว่างทางที่ไป เจอรถคันนึงเสียหลักแฉลบตกถนนพุ่งชนกับต้นไม้ใหญ่ คนงานเลยจอดรถลงไปดูเผื่อว่าจะมีคนเจ็บติดอยู่ข้างในจะได้ช่วยเหลือ แต่เข้าไปดูใกล้ๆ แล้วคนงานจำได้ว่ารถคันนั้นเป็นรถของไร่ไออุ่นรัก”“แล้วพ่อเป็นอะไรมากไหมครับ พี่ติ แล้วตอนนี้พ่อของอุ่นอยู่ไหนครับ”โทรศัพท์ในมือแทบจะหลุดร่วงลงพื้น เมื่อได้ยินข่าวร้ายเกี่ยวกับพ่อของตนเองไออุ่นรีบถามสวนขึ้นทันควัน ไม่ได้รอให้ทางปลายสายพูดจบ เพราะความร้อนใจเป็นห่วงอาการของบิดา“อุ่นใจเย็นๆ แล้วฟังพี่นะ ตอนนี้พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณลุงอาการเป็นยังไงบ้างเพราะคนงานบอกว่าไม่เจอใครในรถเลย”น้ำเสียงติดสั่นของไออุ่นทำให้กิตติรู้ว่าตอนนี้เจ้าแฝดคนพี่กำลังกระวนกระวายใจและเสียขวัญเป็นอย่างมาก“พ่อไม่อยู่ในรถ แล้วตอนนี้พ่อของอุ่นอยู่ไหนล่ะครับ”“เราคิดในแง่ดี อาจจะมีคนมาเจอ แล้วพาคุณลุงไปส่งโรงพยาบาลแล้วก็ได้ อุ่นอย่าเพิ่งคิดมากนะ พี่จะรีบไปหาเดี๋ยวนี้”“ครับ”ไออุ่นรับปากเพียงสั้นๆ เพราะความรู้สึกมันตื้อตันจนพูดอะไรไม่ออก ภายในใจพะว้าพะวังคิดวกไปวนมาด้วยความร้อนรนว่า ' พ่อจะเป็นอะไรมากไหม แล้วอยู่ที่ไหน ทำไมถึงติดต่อไม่ได้'
สนุกดีคะ
31/03
0ดีมาก
23/03
0สนุกแล้วก็เพลินมากค่ะแนะนำให้อ่านลองดู
29/01
0Tingnan Lahat