“เย็นนี้เลยหรอครับ/ เย็นนี้เลยหรอครับ” ทั้งสองหนุ่มถามออกมาด้วยท่าทางตกใจ ถึงแม้ว่าพวกเขารู้อยู่แล้วว่าจะต้องแต่งงานกัน แต่ทว่าก็ไม่คาดคิดว่ามันจะปัจจุบันทันด่วนอย่างนี้“ใช่ เย็นนี้ ทั้งสองคนมีปัญหาอะไรรึเปล่า?” ชายชราถามขึ้นพลางมองว่าที่เจ้าบ่าวทั้งสองคนสลับกัน“หมอกมีปัญหาอะไรรึเปล่าลูก?” นายวินัยเอ่ยถามลูกชายด้วยความเป็นห่วง หลังจากที่นั่งเงียบอยู่นาน เพราะในความเป็นจริงแล้วเขาเองก็ไม่ได้เห็นดีเห็นงามกับการแต่งงานครั้งนี้สักเท่าไหร่“ไม่มีครับพ่อ หมอกแค่ตกใจเพราะไม่คิดว่ามันจะเร็วอย่างนี้ แล้วอีกอย่างจะเตรียมงานทันหรอครับ?”“เรื่องนั้น ไม่ต้องเป็นห่วงปู่ได้จัดการทุกอย่างเอาไว้แล้ว เราจะจัดงานเล็กๆ ภายในไร่เท่านั้นเอง ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมากมาย” ชายชราพูดเหมือนว่าทุกอย่างมันดูง่ายดายไปเสียทั้งหมด ราวกับว่าแค่ดีดนิ้วเปาะเดียวก็จะเนรมิตทุกอย่างขึ้นมาได้“แม่เพลินตาจัดการเรื่องเสื้อผ้าแล้วใช่ไหม?”“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณลุง เพลินให้ร้านตัดชุดเจ้าประจำ ของเพลินจัดการให้แล้วค่ะ อีกประเดี๋ยวคงมาถึงค่ะ”ร่างสูงที่อยู่ในอาการมึนงงยังไม่หาย ดูเหมือนทุกอย่าง มันรวดเร็วดั่งฟ้าฝ่า เขายังไม่ทันได้ตั้งตัวอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า เขาก็ต้องเข้าพิธีวิวาห์คนแปลก มิหน้าซ้ำยังเป็นผู้ชายด้วยกันอีก เขานึกไม่ออกเลยว่างานมันจะเป็นยังไง? มีเจ้าบ่าวสองคนยืนเคียงคู่กันเป็นคงจะแปลกพิลึก ‘ขอให้แค่แต่งงานตามสัญญาเท่านั้นนะ อย่าให้ถึงกับต้องอยู่ด้วยกันเลย’ อธิปภาวนาในใจแสนคำลูกชายหัวหน้าคนงานในไร่ ซึ่งเป็นคนไปรับร่างสูงมาจากสนามบิน เดินมาหยุดที่หน้าห้องรับแขก ก่อนจะเปล่งเสียงทุ้มเอ่ยถามชายชรา“พ่อเลี้ยงครับ คนจากร้านตัดชุดมาถึงแล้ว ให้ผมพาเข้ามาเลยไหมครับ?”“พาเขาเอาชุดไปที่ห้องรับรองที่จัดไว้”“ครับ พ่อเลี้ยง” ว่าแล้วแสนคำก็เดินนำพนักงานร้านตัดชุดที่หอบหิ้วเสื้อผ้ามาหลายแบบเดินไปยังห้องรับรอง“ไปลองชุดได้แล้ว ถ้าไม่พอดีจะได้แก้ทัน พาเขาไปด้วย” เพลินตาพูดขึ้นพร้อมกับมองลูกชาย แล้วจึงชายหางตามองมายังร่างสูง“ครับ คุณแม่ คุณอธิปเชิญครับ” วริศหันไปมองร่างสูงเล็กน้อยพร้อมกับเปล่งเสียงแผ่วเชิญชวนอีกฝ่ายหมอกเดินนำร่างสูงมายังห้องรับรองที่ถูกตระเตรียมไว้เป็นห้องสำหรับแต่งตัวของว่าที่เจ้าบ่าว“ชุดที่เตรียมมาทุกแบบมีสองขนาดนะคะ เชิญพวกคุณทั้งสองคนลองได้เลยค่ะ” เมื่อพูดจบช่างตัดเย็บเสื้อผ้า ก็เดินออกมารอด้านนอกห้อง ปล่อยให้ว่าที่เจ้าบ่าวทั้งสองคนจัดการลองชุดเมื่อคนอื่นๆ ออกไปจากห้อง ความอึดอัดและความเงียบก็คืบคลานมาปกคลุมห้องนี้ ร่างบางเดินไปหยิบชุดผ้าฝ้ายที่ออกแบบและตัดเย็บเป็นชุดทางเหนือขึ้นดู“คุณอธิปชอบแบบไหนครับ?” เสียงแผ่วเบาหลุดจากปากของร่างบาง เหมือนมาพังทลายกำแพงความรู้สึกอึดอัดให้ผ่อนคลายลงบ้าง“แบบไหนก็ได้ครับ คุณเลือกเลย”“คงไม่ดีมั้งครับ เพราะนี่มันเป็นงานแต่งงานของเราทั้งสองคน คุณก็ควรจะเลือกด้วย”’ งานแต่งงานของเราอย่างนั้นหรอ?’ ร่างสูงทวนคำพูดของอีกคนในใจ ก่อนจะเอ่ยสิ่งที่อยู่ในความคิดออกไป"ใส่ชุดไหนก็คงเหมือนกันละมั้งคุณ เพราะมันก็แค่งานแต่งงานที่เกิดขึ้นเพราะความต้องการของผู้ใหญ่""คุณคิดแบบนั้นหรอครับ?" ร่างบางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเศร้าแววตาสดใสสลดลง"ใช่ หรือคุณจะบอกผมว่าคุณเต็มใจ""ถ้าผมไม่เต็มใจ ผมจะมายืนอยู่ตรงนี้หรอครับ" หน้าสวยสะบัดหันกลับมามองร่างสูง ก่อนจะตัดสินใจพูดประโยคถัดไป"ถ้าคุณไม่เต็มใจ เราก็ออกไปข้างนอกกันเถอะครับ เดี๋ยวผมจะบอกคุณปู่สุชาติเองว่าผมเป็นคนเปลี่ยนใจ" ว่าแล้วร่างบางก็ก้าวเดินออกไป แต่ก่อนที่จะถึงประตูห้องก็ต้องชะงักงันเพราะถูกมือหนาของอีกฝ่ายจับรั้งแขนเอาไว้เสียก่อน"เดี๋ยวก่อนสิคุณ" ดวงตากลมโตปรายมองมือหนาที่จับรั้งแขนสลับกับหน้าหวานที่มีอาการอ้ำๆอึ้งๆ คล้ายกับมีเรื่องอะไรบางอย่างอยากจะพูด แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง"มีอะไรครับ?""คือ...มันก็ไม่เชิงที่ว่าผมไม่เต็มใจ เพราะผมรู้อยู่แล้วว่าผมต้องแต่งงาน แต่ผมไม่คิดว่าคนที่แต่งงานด้วยจะเป็นผู้ชาย ผมอาจจะเป็นพวกหัวโบราณ ที่มีความคิดว่าผู้ชายก็ควรคู่กับผู้หญิง เลยทำให้รู้สึกแปลกๆ ทำตัวไม่ถูก แต่ไม่เป็นไรน่ะคุณ เดี๋ยวผมก็คงจัดการความรู้สึกของตัวเองได้" ร่างบางนิ่งฟังคำพูดที่อีกคนพยายามอยากจะสื่อ พลางครุ่นคิดว่าจะเดินหน้าต่อ หรือจะหยุดทุกอย่างลงตรงนี้ และเขาก็ตัดสินใจจะหยุด"ผมว่าเราออกไปข้างนอกกันเถอะครับ""ทำไมล่ะ ผมก็อธิบายให้ฟังแล้วไง ว่าผมแค่ยังปรับตัวไม่ทันเท่านั้นเอง" อธิปพูดด้วยระดับเสียงที่ดังขึ้น เพราะคิดว่าอีกฝ่ายพูดไม่รู้เรื่อง"คุณคิดว่ามันจะจบแค่แต่งงานจริงหรอครับ? ผมรู้จักนิสัยแม่ของผมและคุณปู่ของคุณดี พวกท่านทั้งสองคนไม่ยอมให้จบแค่งานแต่งแน่""คุณรู้เรื่องอะไรที่ผมไม่รู้ใช่ไหม?" ร่างสูงเค้นถามพร้อมกับมองคนตัวเล็กด้วยสายตาระแวงสงสัย"คุณคงรู้เรื่องพ่อของคุณล้มเลิกงานแต่ง""ใช่ผมรู้""มันทำให้คุณแม่ของผมและตาโกรธและเกลียดพ่อกับแม่ของคุณมาก รวมถึงคุณปู่สุชาติด้วยที่โกรธพ่อของคุณมากถึงขนาดตัดพ่อตัดลูก" วริศหยุดพูดพร้อมทั้งปรายตามองร่างสูงซึ่งมีสีหน้านิ่งเฉยลงไป ก่อนจะบอกเล่าถึงแผนร้ายต่อ"งานแต่งงานครั้งนี้เป็นแผนของแม่ของผมและคุณปู่สุชาติ เพื่อจะแก้แค้นพ่อของคุณ" คิ้วหนาขมวดย่นเมื่อได้ยินคำพูดของอีกคน ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าทั้งหมดนี้คือแผนการ แต่ทว่าเขาก็ไม่เข้าใจว่ามันจะคือการแก้แค้นพ่อของเขาตรงไหน"ผมไม่เข้าใจ แก้แค้นพ่อของผมยังไง?""ผมอาจจะพูดอ้อมค้อมเกินไปคุณเลยไม่เข้าใจ คุณฟังผมดีๆนะผมเป็นเกย์ คุณโดนหลอกให้มาแต่งงานกับเกย์ ชัดพอหรือยังครับ?" ร่างสูงอึ้งและตกใจเล็กน้อยแต่ไม่ใช่เพราะเรื่องแก้แค้นอะไรนั่นเขาตกใจเพราะคาดไม่ถึงว่าอีกคนจะกล้าเปิดเผยเพศสภาพกับเขาตรงๆ"ผมก็พอมองออกว่าคุณไม่ได้....อย่างผม กลับไปลองชุดเถอะช่างเขานานแล้ว" วริศมองหน้าหวานด้วยความรู้สึกมึนงง และไม่เข้าใจเป็นอย่างมาก"ทั้งที่คุณรู้ว่ามันเป็นแผนแก้แค้น ทำให้พ่อของคุณอับอายขายขี้หน้าที่ลูกชายเพียงคนเดียวต้องมาแต่งงานกับเกย์ คุณยังจะแต่งอีกหรอ?"พวกเขาแต่่งงานกันแล้วนะคะ คืนแรกจะเตียงอุ่นไหมน่า หรือว่าจะตีกันจนเตียงหัก?
ดีมากกก
03/04
0สนุกๆๆๆ
01/04
0เริ่ดดด
23/03
0Tingnan Lahat