Disclaimer
|Catalog
- Tag(s):
- โบราณ
- ครั้งแรกในความรัก
- รักมันครั้งแรกที่เราพบ
- หวาน
'นางต้องการเพียงหนึ่งบุรุษที่รักเดียว ทว่าเขากลับมีชะตาพัวพันสตรีไม่จบสิ้น' เพื่อช่วยเหลือ "เยี่ยนเยว่ฉี" น้องสาวสุดที่รักจากชะตากรรมที่ต้องตรอมใจตายอย่างเปลี่ยวดายในเรือนหลัง จิ้งจอกสีเงินแห่งแคว้นอย่าง "เยี่ยนจิ้นหลิง" จึงต้องออกโรงวางแผนทลายชะตาดอกท้อมากภรรยาของ "ฉินอ๋อง มู่เลี่ยงหรง" ก่อนงานวิวาห์ระหว่างน้องสาวกับท่านอ๋องหนุ่มจะเกิดขึ้น
Huling Update
Editor's Choice
Rekomendasyon
Komento sa Aklat (11)
- Kabuuan: 221
บทนำ
แผ่นดินใหญ่ปู้จิ่นฉีอันไกลโพ้น
สงครามระหว่างแคว้นหานและแคว้นเป่ยเกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน ทั้งสองฝ่ายต่างพระประสงค์ของฮ่องเต้
เยี่ยนจิ้นหลิงรั้งตำแหน่งกุนซือของกองทัพตระกูลเยี่ยน อีกทั้งยังเชี่ยวชาญศาสตร์การทำนายอย่างหาตัวจับไฉินอ๋อง
เมืองหลวงแคว้นหานทั้งเจริญรุ่งเรืองและมั่งคั่ง ทั้งอาคารบ้านเรือนหรือก็ใหญ่โตสวยงาม มีถนนศิลาดำทอดยาถางซือเซิน
“ท่านกลัวได้ชายารองฝาแฝดอีกหรืออย่างไร” ถางซือเซินอดหัวเราะเบา ๆ มิได้ เขาจำได้ว่าฉินอ๋องมีสีหน้าเช่ท่านอ๋อง...ข้าจะหาพระชายาให้ท่านเอง
เมื่อย้อนนึกถึงวันวานในวัยเยาว์ของตนเองกับผู้ที่เป็นอัครเสนาบดี ก็เริ่มจำได้ว่าพวกเขาเคยพูดเรื่องรับเทียบเชิญที่เลี่ยงไม่ได้
กองทัพตระกูลเยี่ยนยาตรามาถึงเมืองหลวงแล้ว
ฮ่องเต้ทรงมีราชโองการแต่งตั้งเยี่ยนหยางเจวี๋ยเป็นแฉีเอ๋อร์...ลำบากเจ้าแล้ว
ตอนอยู่เมืองชายแดน ความงามของเยี่ยนเยว่ฉีก็เป็นที่เลืองลือแล้ว ครั้นนางอายุได้สิบสองปี บรรดาเก็บลูกตาของเจ้าไว้มองภรรยาในอนาคตจะดีกว่า
กระโปรงปักลายดอกโบตั๋นพลิ้วไหวไปตามจังหวะเยื้องย่าง ทุกกิริยางดงามอ่อนช้อยดังเทพธิดาจันทราสมกับชื่อขพานพบสตรีที่นำความยุ่งยากมาให้
ปลายเหมันตฤดูอากาศอบอุ่นขึ้นเรื่อยๆ ดอกเหมยงดงามหลากสีในอุทยานหลวงบานสะพรั่ง แต่ยังคงเห็นน้ำท่านคงไม่ใช่ฉินอ๋องกระมัง
ก่อนที่นางจะพูดมากไปกว่านี้แล้วหัวสวย ๆ จะอยู่ไม่ติดร่าง พระอนุชาของฮ่องเต้เช่นเขาคงต้องสั่งสอนสตรีนคุณหนูเยี่ยนเข้าใจถูกต้องแล้ว
“คุณหนูเยี่ยน เจ้าเข้าใจถูกต้องแล้ว” มู่เลี่ยงหรงดูเหมือนขุนเขาตระหง่านขึ้นมาทันที รัศมีสูงศักดิ์ยิ่เริ่มต้นงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยแผนการ
มู่เลี่ยงหรงเร่งฝีเท้าเพื่อไปให้ถึงงานเลี้ยงโดยเร็วที่สุด เขาต้องการพบอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายก่อจดหมายจากชายนิรนาม
มู่เลี่ยงหรงวางใจคลายโทสะ ปรับสีหน้าเป็นนิ่งเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาหยักมุมปากขึ้นเล็กท่านอ๋องเจ้าขา...ข้ามาเอาขลุ่ยคืน
เยี่ยนเยว่ฉีมองไปรอบถ้ำใต้น้ำตกจำลองซึ่งถูกสร้างขึ้นอย่างสวยงาม มีทางเดินทอดยาวสู่พื้นหินที่เด็กดื้อ ถ้าเจ้าดิ้นอยู่แบบนี้เราจะสงบลงได้อย่างไร
ยามนี้คลื่นอารมณ์ปั่นป่วนรุนแรงถาโถมสู่กายนาง พลังจากความต้องการอันร้อนแรงนี้ฉุดรั้งนางให้จมเจ้ารู้หรือไม่ มีสตรีมากมายเพียงใดอยากปีนขึ้นเตียงของเรา
เมื่อหญิงสาวเชื่อฟังและหยุดดิ้น มู่เลี่ยงหรงยิ้มกริ่มอย่างพอใจ นัยน์ตาคมปลาบยังฉายแววปรารถนาแต่หนึ่งในนั้นย่อมไม่ใช่หม่อมฉัน
“หึ! แต่หนึ่งในนั้นย่อมไม่ใช่หม่อมฉัน” เยี่ยนเยว่ฉีตอบกลับแทบจะทันที นางถลึงตามองบุรุษสูงศักถ้าไม่อยากตาย เช่นนั้นเจ้าจะชดใช้อย่างไร
“กรี๊ด...ท่าน ท่านปล่อยข้านะ คุณหนูช่วยข้าด้วย...อ๊าย” เสียงซูจิ้งร้องดังอย่างน่าเวทนา องครัแล้วแต่ท่านอ๋องจะเมตตาเพคะ
“แล้วแต่ท่านอ๋องจะเมตตาเพคะ”
“เจ้าแน่ใจแล้วหรือ”
“เพคะ”
“โทษทัณฑ์ของการลบหลู่ผู้แทนพระองค์นัแยกย้าย
“เราพบขลุ่ยหยกจึงนำมาคืนนายของเจ้า เราเองเป็นผู้ชื่นชอบดนตรีจึงขอให้นางสอนเคล็ดลับการเป่าขลุพบจิ้งจอกสีเงินแห่งแคว้น
เยี่ยนเยว่ฉีทบทวนเหตุการณ์ในวันนี้ ก็เห็นว่าตนเองน่าจะคาดเดาคำทำนายของพี่ชายผิดไปเสียแล้ว เพคราวหน้าข้าจะไม่ตัดแค่ผมเจ้า
สิ้นคำสั่งผู้เป็นนาย องครักษ์หนุ่มชักอาวุธประจำกายแล้วพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เพลงดากระหม่อมคิดว่าเราควรสมัครสมานสามัคคีกันเอาไว้จะดีกว่า
ก่อนว่าที่น้องเขยจะอกแตกตายด้วยโทสะ เยี่ยนจิ้นหลิงคิดว่าตนคงต้องยุติการปะทะอันไม่จำเป็นนี้ไดกลับเข้างานเลี้ยง
หมู่เมฆบดบังแสงอาทิตย์ในปลายเหมันต์ฤดู อากาศยังคงหนาวเย็นอยู่แม้หิมะละลายไปสิ้นแล้ว สายลมโชยรอยยิ้มอันน่าชัง
บุรุษผู้สง่างามนั่งลงประจำที่ ทว่ารังสีกดดันอันเย็นเยียบที่เคยมีกลับจางหายไปจนสิ้น
มู่เลี่ยทำไมสตรีเหล่านั้นถึงเรียกขานเขาอย่างสนิทไปเสียหมด
“คุณหนูเยี่ยนเข้าใจผิดแล้ว สำหรับซือเซียน ตำแหน่งหวางเฟยไม่ได้สำคัญอะไรสักนิด แต่เป็นน้ำหนักท่านหญิงกุ้ยอิน
แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งขุ่นแค้น ครั้นนึกได้ว่าวันนี้ตนเองก็เพิ่งพบท่านอ๋องหนุ่มครั้งแรก เขาก็กล้าทำคำสั่งของจิ้งจอกสีเงิน
“อะไรนะ ท่านอ๋องทำร้ายพี่รองหรือ แล้วนี่ท่านบาดเจ็บที่ใดบ้าง” ผู้เป็นน้องสาวตกใจพลางลูบคลำไปหงส์วอนหาคู่
เวลาแห่งการเฉลิมฉลองต้อนรับฤดูใบไม้ผลิยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
การแสดงฉิน[1] ของคุณหนูหลิวชิงกำลมีอะไรไม่ดีหรือ?
ขณะนี้ผู้คนต่างคิดตรงกันว่าพวกเขาเหมาะสมกันดั่งคู่สวรรค์สร้างโดยแท้ จึงพากันปรบมือดังกึกก้องเหลวไหลสิ้นดี ข้าไม่เชื่อเจ้า
“เสด็จพี่ หากให้นางระบุฤกษ์ดูจะมิบังควร ในราชสำนักมีจ้งซุนซินแสดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว กระหม่อนี่หรือคือการได้พบเนื้อคู่
การถูกทำให้อับอายเช่นนี้เขาไม่อาจยอมรับได้จริง ๆ เมื่อพระเชษฐาทรงเห็นดีเห็นงามกับผู้อื่น แล้ไหนท่านอ๋องบอกว่าไม่ต้องการหม่อมฉันยังไงเล่า
เมื่อถางซือเซียนพ้นออกมาจากงานเลี้ยง ก็รีบวิ่งตามมู่เลี่ยงหรงไปจนทัน นางดึงแขนเสื้อของฉินอ๋อเยี่ยนจิ้นหลิงออกมา!
“น้องเล็ก”
เสียงทุ้มนุ่มอันคุ้นเคยลอยเข้าสู่โสต ปลุกหญิงสาวตื่นจากภวังค์
“พี่ใหญ่” นัยน์ตาขดูอย่างไรก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดเอาเสียเลย
มู่เลี่ยงหรงกับถางซือเซียนขึ้นรถม้าออกจากวังหลวงผ่านมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว เขาก็ยังคงโอบกอดสตนางฟ้าน้อยของฉินอ๋อง
“แต่เท่าที่เห็น นางกับพี่ชายนางฉลาดมากทีเดียว” ถางซือเซียนหัวเราะเสียงใสกังวาน ลักยิ้มบนแก้มนางเด็กปีศาจ!
ยามมู่เลี่ยงหรงอายุได้สิบสองชันษา ผู้หลักผู้ใหญ่ก็เริ่มมองหาเด็กสาวที่เหมาะสมกับเขา หากพบผู้เจ้าวางใจ ข้าจะหาผู้ชายดี ๆ ให้เจ้าเอง
ต่อมาไม่นานมู่เลี่ยงหรงก็เริ่มช่วยสะสางราชกิจ ไม่ได้เชิญพี่น้องตระกูลถางมาเข้ามาเล่นในวังด้วเทศกาลหยวนเซียว
หลังฉลองวันปีใหม่ผ่านพ้นไปไม่นาน ก็ถึงเทศกาลที่หนุ่มสาวต่างรอคอย ในวันขึ้นสิบห้าค่ำ เดือนสองเทพจันทราพระทานพร
เยี่ยนเยว่ฉีจรดปลายพู่กันเขียนชื่อของนางลงไป แต่กลับลังเลที่จะเขียนชื่อบุรุษผู้นั้น
มือขาวผโคมกระต่ายนี้ข้าให้เจ้า
มู่เลี่ยงหรงรับรู้ถึงอาการเกร็งของร่างบาง เขาค่อย ๆ โน้มศีรษะลงมาอย่างย่ามใจ จนกระทั้งแก้มแนบกับเส้นเสี่ยวเยว่ เราจะดีกับเจ้า คิดถึงเจ้า และชอบเจ้ามากกว่าสตรีทุกคน
มู่เลี่ยงหรงส่งสัญญาณให้ซิ่นเฉิง องครักษ์หนุ่มจึงรีบไปจัดการซื้อโคมลอยมาสองใบอย่างรวดเร็ว
“เปิ่นหวางพอเถิด ท่านอ๋องไม่ต้องเสแสร้ง
“เยี่ยนเยว่ฉีเอ๋ย...ไว้เจ้าพร้อมเมื่อใดก็ส่งฤกษ์มาที่จวนฉินอ๋องก็แล้วกัน” ชายหนุ่มกระซิบเสียงเย็น เหทีนี้เจ้าคงพอรู้หัวใจของเราบ้างแล้วกระมัง
“เอาล่ะ เรายกโทษให้เจ้าก็ได้ แต่ต่อไปห้ามทำอีกนะ”
“เพคะ เยว่ฉีไม่กล้าแล้ว”
“แล้วเมื่อครู่เหตเพราะมีท่านอ๋องอยู่ด้วยนี่ล่ะเพคะ ผู้อื่นถึงจะไม่ปลอดภัย
ย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิอย่างสมบูรณ์ มองไปทางไหนก็เห็นสีสันของเหล่าต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์แข่งกจวิ้นอ๋องกับท่านหญิงตระกูลจ้าว
“มิได้เพคะ เพียงแต่ผู้อื่นไม่เห็นประโยชน์ที่ท่านจะทำเรื่องให้มันยุ่งยากขึ้นไปอีก”
“คู่หมั้นคดูเหมือนเจ้ากำลังหึงข้าอยู่
ภายในส่วนรับรองของเรือพระที่นั่ง
ฉินอ๋องพาถางซือเซียนไปส่งที่หน้าห้องของนางก่อน ทั้งคู่ไม่ไดทำแบบนี้จะดีหรือพี่รอง
ฉินอ๋องพยายามใช้ความคิดตลอดทางที่เดินมา เท่าที่ฟังปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เป็นความคิดของเยฉินอ๋อง เจ้ามองมาสิ จงมองภาพนี้ให้เต็มตา
แสงอาทิตย์ยามอัสดงสะท้อนกับพื้นน้ำระยิบระยับอาบด้วยสีส้มแดง สายลมโชยแผ่วเบาไปตามความเร็วของเบุรุษหน้าตายผู้นั้นมันเป็นใคร
ตลอดเส้นทางเฟิงหลี่จื้อคอยปรายตามองเยี่ยนเยว่ฉีอยู่บ่อยครั้ง
เนื่องจากไม่ใช่งานเลี้ยง ที่นัให้ตายเถอะ! เยี่ยนจิ้นหลิงไยไม่บอกไม่กล่าวกันบ้าง
“เรื่องมันผ่านไปนานแล้ว ได้โปรดอย่าถามอีกเลย” ถางซือเซินหลุบตาลง ไม่ต้องการให้อีกฝ่ายเห็นแววเปิ่นหวางว่า ทางที่ดีเจ้าสงบปากสงบคำเอาไว้ดีกว่า
ระหว่างที่เฟิงหลี่จื้อกำลังคิดหาทางลงให้ตนเอง มู่เลี่ยงหรงก็ตัดสินใจเปิดปาก
“ว่าอย่างไรท่านจดูเหมือนท่านอ๋องกำลังหึงหม่อมฉันอยู่
คนอื่นยังคงอยู่ในห้องโถง ต่างรับประทานอาหารและดื่มสุรา ระหว่างทางจึงไม่พบเงาของผู้ใด มู่เลี่เป็นผู้อื่นต่างหากที่สมควรพูดว่าปวดใจ
ภายในห้องมีแสงสลัวจากตะเกียง มู่เลี่ยงหรงก้าวเท้าฉับ ๆ ไปทางซ้ายและลัดเลี้ยวไปทางขวาตามทางเดเจ้าน่ะหรือมีใจเดียว ซ้ำยังกำลังปวดใจเพราะข้า?
มู่เลี่ยงหรงได้ฟังก็นิ่งอึ้งไป ไม่คิดว่าเยี่ยนเยว่ฉีจะเอ่ยตรงไปตรงมาเช่นนี้กับตนเอง แต่ถึงไมการลงทัณฑ์ของท่านอ๋อง
เยี่ยนเยว่ฉีหน้าแดงซ่าน พยายามใช้สองมือหวังปิดบังทรวงอกจากสายสายคมกริบคู่นั้น ทว่ามู่เลี่ยงหท่านอ๋องเอาแต่ใจยิ่งนัก แต่กลับไม่มีความยุติธรรม
ร่างนางสะท้านเมื่อเขาตวัดนิ้วแทรกลึก ปลายนิ้วร้อนขยับเข้าไปได้เพียงหนึ่งข้อก็รู้สึกถึงความอ่อนลองว่ามา อย่างไรจึงเรียกว่ายุติธรรม
“เยว่ฉีเพียงต้องการความเป็นธรรมบ้างก็เท่านั้น”
“ลองว่ามา อย่างไรจึงเรียกว่ายุติธรรม”
“ท่านอ๋อโรคประหลาดของเยี่ยนจิ้นหลิง
แต่ที่แปลกก็คือกุนซือหนุ่มยืนนิ่งราวกับไร้วิญญาณ
ความผิดปกตินี้ทำให้บุรุษผู้สูงศักดิ์ตัดสินเปิ่นหวางกับคู่หมั้นต้องการความเป็นส่วนตัว
ดวงอาทิตย์สาดแสงสีทองระบุยามรุ่งสาง เรือพระที่นั่งจอดเทียบท่าอารามหลวงสือคู เหตุที่ใช้ชื่อนีเจ้าช่างโง่งมนัก มิน่าจึงเป็นได้เพียงอันดับหนึ่งของเหล่าคนที่ใช้เพียงกล้ามเนื้อแทนสมอง
เยี่ยนเยว่ฉีโยนติ้วเสี่ยงทาย ไม่มีใครทราบว่าโฉมสะคราญถามอันใดกับพระพุทธองค์ รู้เพียงแต่ว่านาเมื่อครู่ ชายผู้นั้นแตะต้องมือข้างนี้ของเจ้าใช่หรือไม่
ลำเรือไม่ได้เล็กมากนักจึงนั่งได้สบาย บุตรสาวแม่ทัพใหญ่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ฉินอ๋องทำให้นางแปจดหมายจากเยี่ยนจิ้นหลิง
เยี่ยนเยว่ฉีครางเบา ๆ ในลำคอ ถึงจะถูกเขาพร่ำสอนมาแล้วหลายครั้งก็ตามที แต่ลิ้นเรียวเล็กยังคงสพระจันทร์ดวงน้อยสะเดาะเคราะห์
ในขณะที่พี่น้องกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ก็เกิดเสียงดังมาจากทางเดิน ไม่ทันไรเงาร่างของผู้สูงศักจุ๊ ๆ ดูท่าเจ้าจะชอบความคิดนี้ของข้า
มู่เลี่ยงหรงสวมอาภรณ์ทีละชิ้นจนเสร็จสรรพ จากนั้นจึงรีบเดินลมปราณเพื่อปรับอุณหภูมิของร่างกายเฉิงจื่อหรู
จวนฉินอ๋อง
บุปผานานาพันธุ์ต่างแย่งกันเบ่งบานส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งจวน บรรดาข้ารับใช้ นความเปลี่ยนแปลงของฉินอ๋อง
มู่เลี่ยงหรงพยายามแกะท่อนแขนที่โอบรัดตนออกเบา ๆ จากนั้นจึงออกแรงเล็กน้อยดันร่างบอบบางลงจากตัลู่เหมยหลิน ลู่เหมยหลัน
ล่วงเข้ายามไฮ่[1] มู่เลี่ยงหรงเพิ่งสะสางกองฎีกาที่ค้างไว้เสร็จจึงเมื่อยล้าไปหมด เขาอยากแช่น้ข้าไม่ได้ไร้น้ำยาเสียหน่อย
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยาม
ฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดถูกกำจัดออกจากร่างจนหมดสิ้น มู่เลี่ยงหรงกำหมัด ขบกรเปิ่นหวางแค่ต้องไอเย็น
เฉิงจื่อหรูยังคงใจเย็น ไม่ยอมรับความผิด “ก็แค่อาหารบำรุงกำลังวังชาเท่านั้นเองเพคะ”
“เอาออกไปท่านอ๋องใจร้ายจริงๆ ชอบความรุนแรงก็ไม่บอก
รสจุมพิตอันร้อนแรงแผดเผาสติจนเกือบจะมอดไหม้ ก่อนที่ลมหายใจของนางจะขาดห้วง มู่เลี่ยงหรงจึงผละฉินอ๋องมาเยือน
เยี่ยนเยว่ฉีค่อย ๆ ลืมตาขึ้นหลังจากได้ยินเสียงปลุกอันคุ้นเคย แสงสีทองในยามเช้าสาดส่องเข้ามาอข้าไม่ได้ชอบอาหารพวกนี้สักหน่อย
ใกล้ล่วงยามซื่อ[1] เยี่ยนเยว่ฉีทำได้เพียงดื่มน้ำชากลั้วท้องรอชายทั้งสี่ หญิงสาวไม่รู้สึกหิวสอาหารที่หม่อมฉันทำมีปัญหาอันใดหรือ
มู่เลี่ยงหรงยิ้มเย็น พยายามข่มอารมณ์ “ท่านกุนซือช่างใส่ใจผู้อื่นเสียจริง เปิ่นหวางรู้สึกซาบซเรือนพำนักของคุณชายรองสกุลเยี่ยน
พอเข้าไปแล้ว มู่เลี่ยงหรงก็พิจารณางานตกแต่งเรือนของผู้ที่ได้ฉายาจิ้งจอกสีเงินแห่งแคว้นอย่างสข้าก็หัดมาจากท่านนั่นแหละ
ในที่สุดการรอคอยอันแสนยาวนานของมู่เลี่ยงหรงก็สิ้นสุดลง
ไม่มีผู้ใดอยู่เป็นก้างขวางคอตนเองกับข้าช่างโง่งมยิ่งนัก
ในที่สุดการรอคอยอันแสนยาวนานของมู่เลี่ยงหรงก็สิ้นสุดลง
ไม่มีผู้ใดอยู่เป็นก้างขวางคอตนเองกับเซียนเอ๋อร์เจ้ามาทำอะไรที่นี่
สามสิบเอ็ดราตรีผ่านพ้น มู่เลี่ยงหรงสามารถอดทนกับแรงยั่วยุ รักษาพรหมจรรย์ และละเว้นข้อห้ามได้เดิมพันครั้งสุดท้ายของนางฟ้าน้อย
ถางซือเซียนเอาแต่ร้องไห้เสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ มู่เลี่ยงหรงไม่ต้องการให้เหตุการณ์นี้เป็นที่สนใเอาสิบสองปีของข้าคืนมา!
ถางซือเซียนมองหน้ามู่เลี่ยงหรงอย่างน่าสงสาร
“เอาสิบสองปีของข้าคืนมา” หญิงสาวพึมพำ
“เซียนเอ๋อนี่พวกท่านคิดว่าจิ้นหลิงเหลวไหลขนาดนั้นเชียว
แววตาจิ้งจอกเผยออกมาอีกครั้ง เขาล้วงเข้าไปหาบางสิ่งในอกเสื้อ ก่อนจะยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้ “วเยี่ยนจิ้นหลิงเจ้าล้ำเส้นมากไปแล้ว
ถางซือเซียนเห็นทุกคนคุยธุระกันเสร็จแล้วจึงเดินเข้ามาใกล้ “ยินดีกับท่านทั้งสอง”
“ขอบใจนะเซียนการปรากฏตัวของฮูหยินแม่ทัพใหญ่
จวนไคกั๋วกง
เวลาผ่านไปไวเหมือนกับโกหก ในที่สุดราชโองการกำหนดพิธีวิวาห์ก็เดินทางมาถึงจวนเยี่ในเมื่อเจ้าชอบอ้างชะตาฟ้าลิขิตนัก
เยี่ยนหยางเจวี๋ยคว้าภรรยาเข้ามากอด ร้องห่มร้องไห้ราวกับเด็กน้อยสูญเสียของรักไป “แต่...ข้าไม่บทลงโทษของจิ้งจอกสีเงิน
“เยี่ยนจิ้นหลิง น้อมรับคำสั่งท่านแม่ทัพใหญ่” ชายหนุ่มจำต้องยินยอม แม้จะรู้สึกหวาดหวั่นเพียงใข้าสั่ง ก็ทำ ๆ ไปเหมือนทุกทีเถิด
เมื่อถูกคลื่นพลังโอบกอดบุรุษผมสิ้นเรี่ยวแรงโดยพลัน เขาไม่สามารถควบคุมตนเองได้อีกต่อไป อำนาจขอเจ้าอยู่ด้วยก็ดี จะได้รับรู้พฤติกรรมของนาง
ตั้งแต่มู่เลี่ยงหรงได้รับราชโองการ ก็รีบจัดเตรียมงานแต่งเป็นการใหญ่ ไม่เพียงประดับประดาตกแต่ผิดที่เจ้าไม่บอกข้า แต่กลับวิ่งไปหาเยี่ยนจิ้นหลิง
มู่เลี่ยงหรงวางพู่กันลงตรงขอบแท่นฝนหมึก หาได้ละสายตาจากสหายแม้แต่น้อย “ดูแล้วเจ้าคงไม่ได้มีเอบัดซบ! หากไอ้โรคจิตนั่นบอกให้เจ้าสังหารข้าตอบแทนเล่า
ถางซือเซียนสัมผัสได้ถึงความผิดหวังที่เจือมากับน้ำเสียงอันเย็นเยียบ จึงมั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้กระหม่อมรู้ว่าท่านอ๋องเป็นคนใจกว้าง
“กำลังห่วงว่ากรรมจะตามสนองอย่างนั้นหรือซือเซิน” มู่เลี่ยงหรงเปรยออกไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ร่างความสัมพันธ์กับผลประโยชน์เป็นของคู่กัน
มู่เลี่ยงหรงมีหรือจะไม่รู้ทันความคิดของถางซือเซิน ความจริงเขาก็ไม่ได้ต้องการเอาเรื่องเอาราวผิดแล้ว ฉินอ๋องก็เป็นแค่หมากเหมือนกัน
“ท่านอ๋องได้โปรดอย่าดึงเซียนเอ๋อร์มาเกี่ยวข้อง นางยังเด็กนัก”
“ผิดแล้วซือเซิน เรื่องทั้งหมดนคำสั่งสอนของมารดา
“เจ้านี่นะ แม่กำลังสอนยังทำเป็นเล่น ไม่ได้ให้ไปตบตีผู้ใดทั้งสิ้น เจ้าต้องรู้จักใช้กฎของจวนควบเปิ่นหวางอยากจะพาคู่หมั้นไปร่วมชมงิ้วด้วยกัน
เวลาติดปีกโบยบิน อีกไม่ถึงครึ่งเดือนก็จะถึงงานพระราชทานสมรสระหว่างฉินอ๋องกับบุตรสาวไคกั๋วกงตลกร้ายของลูกทำให้ท่านพ่อกังวลแล้ว
เวลาเลื่อนไหลไปราวกับสายน้ำ ในที่สุดก็ถึงวันจัดงานชมงิ้วประจำปี ระหว่างรอบุตรสาวเตรียมตัวไปงความริษยาของท่านหญิง
ใช้เวลาไม่นานนักรถม้าของจวนไคกั๋วกงก็ถึงที่หมาย
โรงละครเป่าชางนับว่าเป็นสถานเริงรมย์ที่ใหญ่โท่านอ๋องทำสำเร็จแล้วเพคะ
ร่างอรชรในอาภรณ์สีแดงเพลิงเดินนำกลุ่มของฉินอ๋องไปยังที่นั่งของประธาน คนทั้งหมดนั่งลงในตำแหน่งิ้วโรงใหญ่
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอยู่ในสายตาของจ้าวกุ้ยอิน ความริษยาแผ่ลามไปทั่วทั้งใจ หากจะบอกว่าเยี่ยนเยเทพสงครามกับยอดพธูแห่งแคว้น
“ฉินอ๋อง ข้ากับองครักษ์ซิ่นเองจะพาพวกนางออกไป” จ้าวเฟิงเหลยอาสาแทรกเข้ามา หัวหน้าองครักษ์ประโล่กันธนูนามจ้าวกุ้ยอิน
เมื่อได้ยินคำตอบ มู่เลี่ยงหรงก็สาวเท้าเข้ามายืนตรงหน้าผู้คิดสังหารเขา “ใต้เท้าชวีโกงกิน คบคิดดอกท้อบาน ชะตาฟ้าลิขิต นิมิตข้าแจ่มชัดแล้ว
รถม้าเคลื่อนที่อย่างช้า ๆ ไปบนถนนศิลายามค่ำคืน สามพี่น้องตระกูลเยี่ยนนั่งประจันหน้ากันอยู่ในงานสมรสแห่งปี
ข่าวงานวิวาห์ของฉินอ๋องกับบุตรสาวท่านแม่ทัพใหญ่นับเป็นหัวข้อสนทนาของคนในเมืองหลวงขณะนี้ เนื่เจ้าบ่าวผู้เมามาย
“คุณหนูไม่ได้นะเจ้าคะ” ซูจิ้งร้องห้ามนายหญิงของตนทันที “ต้องให้ท่านอ๋องมาเปิดให้เท่านั้น หากท่านอ๋อง ข้าหิว
ผิวพรรณขาวผ่องดุจหยกเปล่งประกาย บ่งบอกถึงการดูแลตนเองเป็นอย่างดี สามีของนางช่างมีเสน่ห์เสียจมานี่สิ ข้าจะคลายร้อนให้เจ้าเอง
สุราดอกเบญจมาศที่ได้รับพระราชทานจากฮ่องเต้มีรสหวานล้ำเลิศเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งไม่ได้ร้อนแรงจเสี่ยวเยว่เจ้าเป็นอะไรไปหรือ
“ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน” เสียงของมู่เลี่ยงหรงแหบพร่า มือลูบไล้ไปบนนวลเนื้อสล้าง เคล้าคลึงบีบเข้าจะทะนุถนอมเจ้าอย่างดี ไม่ต้องกลัว
“เสี่ยวเยว่อย่าร้องไห้ ข้ารู้ว่าเจ้ากลัว แต่ไม่ต้องกังวลไป ข้าสัญญาว่าจะทะนุถนอมเจ้า” มู่เลีภาระกิจแรกของการเป็นฉินหวางเฟย
ราตรีอันยาวนานผ่านพ้น แสงอาทิตย์สาดส่องจนสามารถมองเห็นสรรรพสิ่งต่าง ๆ
ร่างบางที่นอนบนฟูกนุ่บัดซบ! เยอะขนาดนี้เชียว
เมื่อทั้งสองแสดงออกว่าอิ่มแล้ว นางกำนัลก็นำน้ำมาให้ป้วนปาก ทั้งสองใช้ผ้าขาวสะอาดเช็ดริมฝีปากไปถวายพระพรไทเฮา
เมื่อปล่อยให้สตรีทั้งหลายทำความรู้จักกันพอเป็นพิธีแล้ว มู่เลี่ยงหรงจึงเอ่ยเตือนว่าใกล้เวลาเขข้าคือฉินหวางเฟย
เยี่ยนเยว่ฉีไม่เคยพบไทเฮาอย่างเป็นทางการเลยสักครั้ง นางรู้สึกประหม่ามาก มือทั้งสองข้างเริ่มชท่านคิดมาตลอดว่าข้ามิใช่กุลสตรีสินะ
มู่เลี่ยงหรงหยุดรอชายาที่หน้าตำหนัก ความจริงตนไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งนางไว้ที่ตรงนั้น แต่ด้วยกำลัถ้าเป็นเรื่องนั้น ช่างมันเถิดเจ้าค่ะ
วันนี้ชิงหรูเป็นเวรดูแลฉินอ๋องกับหวางเฟย ซูจิ้งจึงมีเวลาออกมาเดินสำรวจจวน นางพยายามจำว่าสถานทความรักกับคำเตือน
แม้คำพูดของซิ่นเฉิงจะก่อระลอกคลื่นในใจหญิงสาว แต่ซูจิ้งก็ไม่วายคิดถึงคำขู่ของเยี่ยนจิ้นหลิงทำไมไม่รู้จักเชื่อกันบ้าง
ซูจิ้งเหมือนถูกสูบวิญญาณออกไป สัมผัสครานี้ของชายหนุ่มช่างวาบหวามยิ่งนัก ลิ้นร้อนค่อยๆ ล่อหลอใครบอกว่าข้าไม่ถือสาคนพวกนั้น
วันที่สามของการแต่งงาน ตามธรรมเนียมของแคว้นหาน สามีต้องพาภรรยากลับไปเยี่ยมบ้านเดิม
เนื่องจกลับจวนกั๋วกง
ขณะนั้นนางกำนัลที่เพิ่งย้ายมารับใช้จำนวนสองนางต่างยืนก้มหน้านิ่ง ตัวสั่นเทา ทั้งๆ ที่อากาศก็ไท่านอ๋องปรีชายิ่ง จิ้นหลิงแพ้แล้ว
บรรยากาศไม่ค่อยอึมครึมแล้ว หลังจากมู่เลี่ยงหรงแกล้งเมามายพ่ายแพ้ในงานเลี้ยงแต่งงาน เยี่ยนหยาไม่เสียทีที่ได้มาเยี่ยมบ้านภรรยา เปิ่นหวางได้เปิดหูเปิดตาแล้ว
ระหว่างบิดากำลังปลื้มอกปลี้มใจ เยี่ยนเยว่ฉีคีบอกไก่น้ำข้นมาชิ้นหนึ่งแล้วยื่นจ่อปากสามี
“ท่านี่คือค่าตอบแทนของพวกท่านทั้งสองคน
ผ่านไปสักครู่ เยี่ยนเยว่ฉีก็เยื้องกรายเข้ามาในห้องหนังสือของเรือนพำนักของคุณชายรอง
“ฉีเอ๋อร์นางฟ้าน้อยสับสนในใจ
วันรุ่งขึ้น
มู่เลี่ยงหรงพาเยี่ยนเยว่ฉีเดินทางกลับจวนฉินอ๋องพร้อมกัน เนื่องจากฉินอ๋องตัดสินใคนเรายิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ
“ข้าเพียงคาดเดาทุกสิ่งที่เป็นไปได้ หากเจ้าไม่คิดเช่นนั้นข้าก็ไม่ว่าอันใด เพียงแต่จงระวังตนเอช่างเถิด มันไม่ใช่เรื่องของเรา
“ขอบใจเจ้ามาก ว่าแต่เซียนเอ๋อร์ เจ้าทำขนมกล่องนั้นมาให้ผู้ใดหรือ”
“อันนี้คือ...คือ...” สาวน้มู่เลี่ยงหรงคนหลอกลวง
หลายทิวาราตรีผ่านพ้น เหตุการณ์ในจวนฉินอ๋องยังคงดำเนินไปตามปกติ มู่เลี่ยงหรงออกไปประชุมเช้าเปข้าจะลิ้มชิมรสเทพธิดาให้สมกับที่รอคอย
ภายในห้องหนังสือ
ลู่เหมยหลันพยายามวางหมากสีขาวลงบนกระดาน แต่มู่เลี่ยงหรงไม่ยอมอ่อนข้อให้เลยโรคประหลาด
ทันทีที่อุปสรรคถูกขจัดออกไป มือร้อนสากจึงเลื่อนขึ้นมากอบโกยโนมเนื้อส่วนนั้นทันที ฝ่ามือใหญ่เพระประสงค์ของไทเฮา
เวลาผ่านไปร่วมเดือนโรคประหลาดของฉินหวางเฟยก็ไม่ดีขึ้น ทำให้ฉินอ๋องไม่อาจเข้าหอกับนางได้ ครั้ท่านหญิงกับแผนทุกข์กาย
“แม่มิได้ลืมเลือน แต่ลองตรองดูเถิด ในขณะที่เจ้ายังคงตั้งมั่น ชายาเอกจวนอื่นก็คลอดบุตรกันเป็นชะตาดอกท้อของฉินอ๋อง
อัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายก้าวออกมาจากที่ซ่อนหลังชั้นหนังสือ
“เจ้ากล้าดียังไงถึงแนะนำให้เสด็จพี่ส่งข้าคงไม่ได้ไปแย่งเนื้อคู่ใครเข้าแล้วหรอกกระมัง
เยี่ยนจิ้นหลิงไม่สามารถแพร่งพรายมติสวรรค์โดยตรงกับผู้ใดได้ จึงใช้วิธียืมมือผู้อื่นแก้ไขเปลี่เดินทางไปเมืองเทียนเซียน
ลมวสันต์อบอุ่นพัดยอดไม้โยกไหว กิ่งหลิวพลิ้วตามแรงโบกโชย บรรยากาศในวังหลวงคึกคัก บ่าวไพร่นางกข้าแบ่งให้ท่านกุนซือกินก็ได้
ตะวันดวงโตลอยอยู่เหนือศรีษะ ขบวนคณะล่าสัตว์หยุดที่จุดพักม้า เดินทางไกลมาหลายสิบลี้ เหล่าอาชารถม้าเจ้ากรรม
หลังจากผู้เป็นนายรับประทานอาหารกันเสร็จแล้ว ซูจิ้งกับเสี่ยวลี่ช่วยกันเก็บข้าวของเพื่อเตรียมตคำกล่าวอ้างของจ้าวจวิ้นอ๋อง
“มะ...ไม่รบกวนจวิ้นอ๋องเพคะ” ถางซือเซียนรู้ว่าจ้าวเฟิงเหลยคิดกับตนเองเช่นไร นางจำเป็นต้องรักษช่างกล้ายิ่งนัก ข้าหล่อเหลากว่าเจ้าตั้งเยอะ
ในขณะที่สถานการณ์เริ่มตึงเครียด บุรุษผมเงินก็ตะบึงอาชาสีหมอกกลับมาได้ทันท่วงที
เยี่ยนจิ้นหลความลับแสนอื้อฉาวของถางซือเซียน
เยี่ยนเยว่ฉีนั่งเงียบมาสักระยะหนึ่งแล้ว นางเก็บปากเงียบไม่ถามอะไรเขาแม้สักครึ่งคำ
“อ้ายเฟยเวันนี้ข้ายังไม่ได้กอดเจ้าเลย
“วันนี้ข้ายังไม่ได้กอดเจ้าเลย ย่อมต้องคิดถึง” มู่เลี่ยงหรงรั้งโฉมงามให้เข้ามาแนบชิดกับเขาอีกข้ายืนยันว่ามันจะใหญ่ขึ้นแน่นอน
ดวงตะวันยังไม่ทันลัดขอบฟ้า ขบวนเสด็จก็มาถึงลานล่าสัตว์เมืองเทียนเซียนได้ตามกำหนด แสงอาทิตย์ยข้ามีของจะอวดเจ้า
พอถางซือเซียนสงบใจได้แล้ว โฉมสะคราญรุ่นพี่ก็ถ่ายทอดวิธีดูแลความงามให้กับผู้น้อยอย่างไม่ปิดบัทะเลหิ่งห้อย
เวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป สรรพสิ่งรอบกายยังคงสงบนิ่ง มีเพียงเสียงใบไม้ไหวยามลมโชยผ่าน และเสีความจริงในห้องหนังสือ
แม้ตามจารีต หวางเฟยจะต้องมีน้ำใจกว้างขวาง ความหึงหวงเป็นสิ่งต้องห้าม แต่สำหรับเขานั้น อาการผแน่ใจหรือว่านี่มิใช่วิชาต้องห้าม
หญิงสาวแนบศีรษะลงบนอกหนา ได้ยินเสียงจังหวะหัวใจเต้นสม่ำเสมอ ความรู้สึกอบอุ่นไหลวนไปทั่วร่างถ้าใช่คงดี ข้าคงสะกดท่านอ๋องให้รักหลงข้าแต่เพียงผู้เดียว
ในระหว่างที่อ๋องหนุ่มหวั่นใจ ทว่าเยี่ยนเยว่ฉีกลับยิ้มพราย
“สำหรับขลุ่ยพลิ้วพราย อย่างมากก็เพท่านอ๋อง...ข้ากลัว
มู่เลี่ยงหรงสบนัยน์ตาสุกใสของนาง มืออุ่นลูบไล้ไปบนพวงแก้มที่บัดนี้แดงซ่านด้วยความขวยอาย
“เสีในราตรีแสนรัญจวน
มู่เลี่ยงหรงต้องการยลความเป็นสตรีของนางให้เต็มตาจึงใช้นิ้วเรียวแย้มกลีบผกาอันอ่อนนุ่มออกจากกท่านอ๋อง...ท่านหลอกข้า
นางพร้อมสำหรับข้าแล้ว’ มู่เลี่ยงหลงถึงกับยิ้มกริ่ม เยี่ยนเยว่ฉีอ้อนวอนตนให้ร่วมอภิรมย์กับนางป้ายพยัคฆ์คู่
มู่เลี่ยงหรงลูบไล้ไปบนเรือนร่างโฉมสะคราญ หมายจะเก็บรสสัมผัสอันล้ำลึกให้ตราตรึงในหัวใจตราบนานสาวน้อยเจ้ากล้าเมินข้าอย่างนั้นรึ
ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ปรากฏบนขอบฟ้า หมู่มวลวิหคขับขานเป็นท่วงทำนองเสนาะโสต ลมโชยพัดพาต้นหญ้าไหวลู่หม่อมฉันไม่เคยพูดว่าขี่ม้ายิงธนูไม่เป็นสักครั้ง
คิดได้ดังนั้นบุรุษผมสีเงินจึงเดินนำทางน้องสาวแสนสวยไปอีกทาง ไม่นานนักทั้งสองก็มาถึงกระโจมพัแผนล่าสัตว์ของพี่น้องตระกูลเยี่ยน
เมื่อตกลงกันได้แล้ว ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปล่าสัตว์ที่หมายตาเอาไว้ เยี่ยนหยางจงกับเยี่ยนเยว่ฉีสุดยอดนักล่า
ครั้นเสือร้ายเลือกโจมตีตน มู่เลี่ยงหรงไม่รอช้า หากลงมือก่อนก็มีโอกาสชนะ ยิ่งเสือร้ายกระโจนมาเจ็บมากหรือไม่ ให้ข้าทายาให้เถิด
เมื่อทุกอย่างถูกจัดวางอย่างพร้อมสรรพ มู่เลี่ยงหรงจึงผายมือทั้งสองออกแล้วยกยิ้มเชื้อเชิญภรรยาเสือซ่อนเล็บ
หัวใจบุรุษเต้นถี่ ยินดีเมื่อเป็นฝ่ายถูกแสดงความรักก่อน
ลิ้นนุ่มชุ่มชื้นค่อยๆ ไล่เลียริมฝีปาสิ่งที่กระหม่อมต้องการคือท่านหญิงตระกูลจ้าวผู้นั้น
เมื่อถูกเรียกขานชายหนุ่มจึงก้าวออกมาคุกเข่าลงตรงหน้าพระพักตร์
“กระหม่อมเยี่ยนหยางจง พ่ะย่ะคท่านไม่ควรเอาทั้งชีวิตที่เหลือไปผูกติดกับผู้หญิงที่ไม่ได้มีใจให้
ดวงจันทร์คืนวันเพ็ญทอแสงนวลส่องกระทบผิวทะเลสาบระยิบระยับ ราตรีนี้ไม่มืดมิดมากนัก ลมวสันต์โชยพเราไปอาบน้ำกันเถิด
“ปล่อยนะ” เยี่ยนเยว่ฉีดิ้นยึกยักแต่กลับหัวเราะเบาๆ
“ไม่ปล่อย” อ๋องหนุ่มยิ้ม แล้วยังกระชับอ้พระจันทร์ของข้าช่างใจร้าย
ไม่รู้เพราะมนต์อันใดชายหนุ่มถึงไม่อาจปฏิเสธความเอาแต่ใจของคนงามได้เลย จึงยอมทำตามคำขอ มือบุรพี่รองรังแกเจ้าหรือ
อรุณเบิกฟ้า เหล่าวิหคร้องเจื้อยแจ้วดังไปรอบบริเวณ ลมพัดเย็นสบาย อากาศกำลังดี พาให้ผู้คนที่ไดเรื่องเมื่อคืนนี้
ในที่สุดบุรุษที่หนีหายไปเมื่อครู่ก็ทนเฉยไม่ไหว จึงทะยานกลับเข้ามาในรถม้าอีกครั้งหนึ่ง ยามนี้พยัคฆ์เคียงบัลลังก์
สิ้นสุดฤดูการล่าสัตว์เมื่อใด ก็หมายความว่าฤดูใบไม้ร่วงกำลังจะมาเยือน ลมแห่งสารทฤดูเริ่มพัดโหไม่ใช่เจ้าหลอกใช้เขามารับเคราะห์แทนข้านะ
ผู้คุมรีบจดบันทึกคำให้การอย่างรวดเร็ว เมื่อเรียบร้อยแล้วก็นำตัวนักโทษที่ลงมาจากผนัง แต้มหมึกตำหนักริมน้ำ
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม มู่เลี่ยงหรงกับเยี่ยนจิ้นหลิงปรึกษากันเรื่องคดีที่ติดค้างไปได้สองสามคดความจริงแล้วข้าคิดถึงเจ้าทุกลมหายใจ
“ความจริงแล้วข้าคิดถึงเจ้าทุกลมหายใจ อย่าคิดมากไปเลยคนดี ต่อแต่นี้ข้าจะไม่จากไปไหน”
“จะไม่ใหข้าจะบอกรักเจ้าตลอดทั้งราตรี
ตอนนี้จิตใจบุรุษฮึกเหิมยิ่งนัก ทั้งเสียงหวานผสานกับการปลุกเร้าด้วยฝ่ามือ ภรรยาของตนช่างเร่ารภรรยาข้า เจ้าชอบแบบนี้หรือไม่
เยี่ยนเยว่รู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงถูกสูบออกไป ยามนี้ทำได้แต่เพียงหอบหายใจสะท้านอยู่บนตักของสามีขออีกครั้งเดียว
แสงอาทิตย์ทำลายความมืดมิดของราตรี ร่างบุรุษและสตรีตระกองกอดกันอย่างแนบชิดบนเตียงนุ่มหนา ร่างความลำบากใจของมู่เลี่ยงหรง
เยี่ยนเยว่ฉีกระดากอายไม่น้อย ด้วยไม่สามารถปกปิดร่องรอยที่สามีประทับตีตราเอาไว้ได้ทั้งหมด นางมีใครอยากประลองหมากกับข้าบ้างหรือเปล่า
ใบหน้างามสะคราญประดับรอยยิ้มน้อยๆ เยี่ยนเยว่ฉีวางหมากลงบนกระดานท่าทางมั่นใจ นัยน์ตาหวานล้ำเปอำนาจนั้นเป็นของหวาน ผู้ใดได้ลิ้มรสย่อมไม่อาจตัดใจ
ระหว่างเฉิงจื่อหรูครุ่นคิดอยู่นั้น รอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนใบหน้าของเยี่ยนเยว่ฉีตลอดเวลา นางเจ้าเสียงดังเกินไปแล้ว
“เชิญท่านอัครเสนาบดีฯ จื่อหรูจะให้คนเดินไปส่งท่าน” เฉิงจื่อหรูทำลายความเงียบด้วยการทำหน้าที่ความแคลงใจของซิ่นเฉิง
ได้เวลาเข้าใต้เข้าไฟ ฉินอ๋องกับหวางเฟยต้องการใช้เวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสอง เหล่านางกำนัลทั้งสีเป็นเยี่ยนจิ้นหลิงอีกแล้วใช่หรือไม่
“เจ้ารังเกียจข้าหรือ” เขากระซิบถามทั้งๆ ที่ยังซุกไซ้ซอกคอหอมด้วยกลิ่นน้ำมันหอมจากดอกไม้
“พี่คำขอร้องของซูจิ้ง
ในที่สุดบุรุษผมสีเงินก็พอจะหาหนทางได้ก่อนรุ่งสางวันนี้เอง
“ก็ได้ แต่ว่าข้ามีข้อแม้หนึ่งอย่างข้าคงต้องตบรางวัลให้พ่อบ้านใหญ่เสียหน่อยแล้ว
วันนี้ฮ่องเต้ไม่ได้รั้งมู่เลี่ยงหรงไว้ปรึกษางานราชการ เขาจึงกลับจวนเร็วกว่าปกติ และทันทีที่กค่ำคืนของบุรุษผู้ช้ำรัก
เยี่ยนเยว่ฉีถือโอกาสเล่าเรื่องเมื่อคืนนี้ระหว่างซูจิ้งกับองครักษ์หนุ่มให้สามีฟังอย่างโกรธเคืข้าจำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น
แสงอาทิตย์สาดส่องตกกระทบร่างเปล่าเปลือยของชายหญิง ทั้งสองตระกองกอดกันอยู่บนเตียงเตาอันอบอุ่นเมืองแห่งน้ำพุร้อน
ตะวันขึ้นและลง ผ่านไปสามวันแล้ว ทุกอย่างในจวนฉินอ๋องยังคงดำเนินไปตามปกติ หลังจากเกิดเรื่องราข้าเหนื่อยแล้วก็โมโหมาก เจ้าจะรับผิดชอบอย่างไร
เมืองเวิ่นเซียงรายล้อมไว้ด้วยภูเขาสูงซึ่งมีตาน้ำแร่ธรรมชาติไหลลงมากจากยอดเขา ได้ฉายาว่าเป็นเข้าจะถวายการรับใช้ท่านอ๋องอย่างสุดความสามารถ
เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมสรรพ์เยี่ยนเยว่ฉีก็กลับเข้ามาภายในห้อง นางถอดอาภรณ์และเดินตรงเข้าไปใอ้ายเฟย ข้าอยากมีลูก
แต่ก่อนที่ความอดทนจะพังทลายลงด้วยน้ำมือของสตรีผู้ร้ายกาจ เขาจึงรั้งศีรษะของนางไว้ ริมฝีปากอิเจ้าหิวหรือยัง
พายุแห่งอารมณ์สงบลงแล้ว
การเดินทางอันยาวนาน กอปรกับต้องร่วมทำพิธีขอบุตรท่ามกลางแสงจันทร์และลถ้าไม่ชอบ ก็ถอดออกสิ
“เช่นนั้นท่านพี่ก็ปล่อยข้าลงเถิด”
“ไม่ปล่อย”
“ถ้าไม่ปล่อย ข้าจะกินได้อย่างไรเล่า”
“แบบนี้ไง”รออะไรอยู่ เริ่มถอดเสียทีสิ
แต่ไม่ใช่ว่านางจะไม่เคยพยายาม
ทว่าช่างแปลกประหลาดยิ่งนักที่จิตใต้สำนึกนั้นยินยอมศิโรราบต่อเข้าจะขยันหว่านเมล็ดพันธุ์ จนกว่าเราจะมีเจ้าก้อนแป้ง
เยี่ยนเยว่ฉีจึงทั้งหวานล้ำในใจ ทั้งวามไหวเกร็งร่างรับสัมผัสที่ชายหนุ่มถาโถมเขามาจนร่างกายแทบมนต์ขลังแห่งเมืองเวิ่นเซียน
หิมะแรกตกแล้ว ท้องฟ้าวันใหม่จึงยังคงมืดมิด กิ่งเหมยโน้มไปตามน้ำหนักเกล็ดสีขาวจากท้องฟ้าที่ทัหินขอบุตร
สองสามีภรรยาผู้สูงส่งสง่างามเท้าไปตามทางเดินที่ปูด้วยหินสีขาวสะอาดตาสู่อาคารหลังใหญ่ตรงเบื้อปีกตะวันออก
ร่างบางแหวกว่ายอย่างสบายอารมณ์ นางไม่ลืมหยิบน้ำมันหอมที่เยี่ยนจิ้นหลิงซื้อให้ใช้เป็นประจำมาดไม่ช้าก็เร็วเจ้าต้องเป็นภรรยาของข้าอยู่ดี
ในขณะที่ปากสาละวนขบกัดซาลาเปานุ่มเด้ง มือหยาบร้อนก็คว้าเอวบางเอาไว้มั่น ก่อนบังคับให้นางขยับความห่วงใยของชิงหรู
พายุหิมะสงบแล้ว แต่ดวงอาทิตย์ในฤดูหนาวยังคงอ้อยอิ่งไม่ปรากฏตรงขอบฟ้า
บุรุษที่ยังคงอยู่ในห้วงขอโทษด้วยที่มาขัดจังหวะ
ทันทีที่จัดการเวรยามของเหล่าองครักษ์เสร็จสรรพ ซิ่นเฉิงก็เดินอมยิ้มไปยังสถานที่นัดหมาย
ซูจิ้เรื่องวุ่นวายขององครักษ์หนุ่ม
ซิ่นเฉิงชาไปทั้งร่างเมื่อเห็นแววตาห่างเหินของนาง ครั้นกลับมาสำรวจตนเองกับสภาพของชิงหรูก็พอจะคนเจ้าชู้ สมควรตาย
ชิงหรูยังคงก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น ในขณะที่อีกสองคนเพียงนั่งหน้าซีดเท่านั้น เยี่ยนเยว่ฉีปรไสหัวไปให้พ้นๆ หน้าเปิ่นหวางกันได้แล้ว
มู่เลี่ยงหรงตะโกนคำสั่งออกไป นัยน์ตาสีนิลปกคลุมไปด้วยชั้นน้ำแข็งจดจ้องชิงหรูจนนางสั่นไปทั้งตข้ายังไม่อยากกลับเมืองหลวงนี่
เหมันต์ฤดูกำลังจะผ่านพ้น ดอกเหมยหลากสีสันยังคงเบ่งบาน บ้างถูกเคลือบไว้ด้วยเกล็ดหิมะ ยามแสงอาท่านอ๋องผู้เย็นชา
ร่างระหงเยื้องกรายไปตามทางเดินสู่สวนดอกเหมย
เมื่อก้าวออกจากตัวตำหนักออกไปยังสวนสวย อากาศหนาฉินหวางเฟยผู้เกรี้ยวกราด
“ซูจิ้งพาหวางเฟยกลับเข้าตำหนักไป” มู่เลี่ยงหรงออกคำสั่ง แต่ก็ยังไม่หันมาอยู่ดี
“เพคะ” ซูจิ้งข้าจะกินเต้าหู้ขน
เยี่ยนเยว่ฉีตรงดิ่งไปยังคอกม้า สั่งให้เด็กเลี้ยงม้าจัดการเตรียมเจ้าหงส์ขาวให้นาง ถึงแม้เด็กหออกไปให้ห่าง ข้าจะอ้วก
ยามที่เจียวมี่มี่วิ่งกระหืดกระหอบมาแจ้งว่าหวางเฟยควบม้าฝ่าหิมะออกไปแล้ว หัวใจมู่เลี่ยงหรงแทบโรคแพ้สามี
หมอหลวงเห็นอากัปกิริยาของฉินอ๋อง ก็พอจะเดาได้ว่าที่แท้แล้วเขากำลังตื่นเต้นจนทำอะไรแทบไม่ถูกกลับจวนฉินอ๋อง
หลังจากพักผ่อนอย่างเต็มที่สามวัน กอปรกับการดูแลอย่างดีจากหมอหลวงรวมไปถึงฉินอ๋อง ฉินหวางเฟยจึคลื่นลมสงบ
ครั้นความตึงเครียดลดน้อยลงมาก หน้าตาของฉินอ๋องที่ปกติจะดำทะมึนดั่งเมฆฝน ก็กลับกลายเป็นดั่งท้ผลจากความดื้อดึง
“กรี๊ดดด...” เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของคนร้ายกลับละม้ายเสียงร้องของซูจิ้งไม่มีผิด ซิ่หน้าตาเปิ่นหวางเฟยดูเหมือนสตรีโง่ๆ นักหรือ
หลังเกิดเหตุร้ายในจวนฉินอ๋อง การรักษาความปลอดภัยก็เข้มงวดมากขึ้น ผู้คนที่มาค้าขายหรือติดต่องเรารู้ว่าเจ้าเป็นคนฉลาด จิวจื่อ
“กระหม่อมผิดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ” จิวจื่อคุกเข่าโขกศีรษะกับพื้นเสียงดังปึ้ก แต่ฉินหวางเฟยไม่แม้แตต้องพิษร้าย
ฉับพลันเขาแทบคลุ้มคลั่งเมื่อแลเห็นรอยสีแดงเปื้อนบนกระโปรงของนางจากด้านหลัง
“เสี่ยวเยว่!” มูพวกเจ้ายังสบายใจนั่งเล่นกันอยู่ได้
“บัดซบ! ซิ่นเฉิงผู้ใดมีส่วนรับผิดชอบทำอาหารให้หวางเฟย เจ้าจับพวกมันไปขังไว้ให้หมด รอข้าไต่สวเลี้ยงไม่เชื่อง
“ท่านอ๋องเพคะ เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ พวกหม่อมฉันงงไปหมดแล้ว” เฉิงจื่อหรูรวบรวมความกล้าเอ่ลูกของเราเล่า
ลี่ฮวากับเจียวมี่มี่ช่วยกันปรนนิบัติทำความสะอาดและผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ให้หวางเฟยที่เพิ่งฟื้นเสรสตรีจากหลุมศพ
มู่เลี่ยงหรงก้าวผ่านประตูเข้าไปยังห้องที่คุ้นเคย ก็เห็นเฉิงจื่อหรูกำลังอ่านหนังสืออยู่บนตั่งหมวกเขียว
มู่เลี่ยงหรงผละร่างแบบบางในอ้อมอกออก เฉิงจื่อหรูจัดอาภรณ์ให้เข้าที่อย่างหงุดหงิด นางกำลังยั่ซือเซินเจ้าทรยศข้าหรือ
เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมสรรพ อัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายจึงเริ่มสอบสวนนางกำนัลของพระชายารองฉินอ๋อง
บทเพลงขลุ่ยโลกันต์
มู่เลี่ยงหรงพยายามคิดถึงความเป็นไปได้ ตั้งแต่เขารับเฉิงจื่อหรูเข้าจวนก็ยังไม่พบว่าทั้งสองไปมเรื่องที่เปิ่นหวางต้องตัดสินใจ
มู่เลี่ยงหรงชั่งใจว่าควรจะถามเฉิงจื่อหรูด้วยหรือไม่ แต่เยี่ยนเยว่ฉีไม่รอที่จะเป็นคนก็จัดการแเจ้าจะบอกว่าข้าเข้าใจผิดอย่างนั้นหรือ
“ท่านอ๋องเป็นคนซื่อสัตย์ย่อมรู้สึกผิด แต่ในท้องของหวางเฟยมีทายาทของท่านอ๋องอยู่ ดังนั้นจะประธรรมชาติของวิชาขลุ่ยปีศาจ
“หากไร้ซึ่งขลุ่ยโลกันต์ วิชาเมื่อครู่ย่อมไม่ใช่เพลงขลุ่ยปีศาจอย่างแน่นอน เพียงแต่ท่วงทำนองบทจุดจบของสตรีร้ายกาจ
หลังสิ้นสุดคดีความวางยาฉินหวางเฟย มุ่งร้ายต่อทายาทฉินอ๋อง มู่เลี่ยงหรงเข้าไปรายงานเรื่องนี้กความลับของสระเสียงสวรรค์
แต่แล้วซุนเหมยก็รับรู้ได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามา แสงจันทร์วันเพ็ญสาดส่องทำใหเรื่องราวยังคงเป็นไป
หลังจากได้รับบาดเจ็บจากลูกธนูอาบยาพิษ ท่านหญิงกุ้ยอินไม่ได้สติอยู่นานหลายเดือน เมื่อฟื้นขึ้นบทส่งท้าย
ใบไม้ผลัดเปลี่ยนสีสัน จากเขียวชอุ่มเป็นสีส้มแดง บ่งบอกว่าฤดูสารทกำลังมาเยือน
ตามปกติ ฉินอ๋อตอนพิเศษ นางในฝัน (1)
แสงเรืองรองสาดส่องจนทั่วบริเวณ แลเห็นความงดงามที่รายล้อม ดอกไม้นานาพันธุ์ผลิดอกหอมกรุ่นยั่วยวนหมู่ภมตอนพิเศษ นางในฝัน (2)
“โถ่ ท่านอ๋องตอบเช่นนี้จะแกล้งกันใช่หรือไม่ ซือเซินหมายถึงชื่อแซ่ของนาง”
“ข้าก็ไม่รู้” ใบหน้าหล่อเหลา


















สนุกมาก
22d
0ดีคร่า
11/04
0สนุกดี
25/02
0อ่านเพลินมากกกก รู้สึกอินมากกก ติดเลยอ่ะ
26/08
0น่าอ่านมากไปคับ
26/03/2025
0ดีมาก
18/08/2024
0okk
03/08/2024
0รอ อ่านอีกนะคะ
04/07/2024
0าซอฮยอน
23/05/2024
2ยิ่งอ่านยิ่งสนุก
08/02/2024
1