"จักเข้าไปทักทายหญิงสาวผู้คนนั้นหรือไม่ มัวแต่นั่งจ้องอย่างมิวางตาอยู่เช่นนี้มันมิได้ทำให้เขารู้หรอกนะว่าเธอกำลังสนใจตัวของเขาอยู่"คำพูดของเพื่อนสนิทของตนทำให้รู้สึกได้สติพลางเก็บเอาคำพูดนั้นมาคิดไตร่ตรองว่าควรจักเข้าไปทักทายหญิงสาวผู้นั้นตามที่เพื่อนของตนบอกดีหรือไม่หรือควรจักปล่อยให้เธอผู้นั้นหลุดลอยหายไปโดยที่มิทันจักได้รู้จักชื่อแช่ของหล่อนเลยเสียงถอดถอนหายใจยาวเหยียดออกมาจากปากของวายุ เธอคิดที่จักไปทักทายเธอผู้นั้นแต่กลับไม่กล้าพอที่จักหยัดยืนลุกขึ้นเดินเข้าไปทักทายก็มัวแต่ป๊อดอยู่เยี่ยงนี้อย่างไรเล่าวายุถึงมิได้มีผู้ใดมายืนเคียงข้างกายในยามเหงาใจเสียที"ถอดถอนหายใจเยี่ยงนี้แสดงว่ามิกล้าเข้าไปทักทายเธอผู้นั้นรึ"เหมือนว่าจันทร์เจ้าจะอ่านใจของวายุได้ซึ่งเธอก็ได้แต่ทำการพยักหน้าพลางทำหน้าหงอย ๆ เหมือนหมาโดนเจ้าของทิ้งที่ชอบทำเป็นประจำส่งไปจักให้ทำเยี่ยงไรกันเล่าก็ในเมื่อก้อนหัวใจในอกนั้นเต้นรัวแรงเหมือนมีคนตีกลองอยู่อย่างนั้นบริกรชายคนเดิมกับที่เดินนำเมนูมาให้วายุและจันทร์เจ้าพร้อมกับยืนรอคอยจดรายการอาหารที่ทั้งสองสั่งได้นำอาหารตามรายการที่คนทั้งคู่สั่งมาเสิร์ฟให้ถึงที่โต๊ะกลิ่นและหน้าตาของอาหารนั้นชวนให้น้ำลายสอ วายุไม่รอช้าเธอหยิบซ้อมที่วางอยู่ข้างจานอาหารขึ้นมาตักม้วนเส้นสปาเกตตีของโปรดเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะเชฟที่นี่ทำอร่อยหรือเป็นเพราะเธอหิวกันแน่ถึงกระนั้นสายตาก็ยังคงจ้องมองไปที่หญิงสาวผู้ที่กำลังนั่งอ่านหนังสือโดยที่ไม่รู้เลยว่ามีใครคนหนึ่งกำลังจ้องมองหล่อนอยู่ มันอาจจะดูน่ากลัวไปนิดแต่จักให้หักห้ามมิให้มองออร่าความสวยสง่าราวกับช่างศิลป์ฝีมือดีบรรจงตั้งใจวาดโครงหน้าและรูปร่างอย่างนั้นได้อย่างไรสวยจนอยากจักเข้าไปทำความรู้จักให้รู้แล้วรู้รอดเสียเลยแต่ติดตรงที่ใจของวายุผู้นี้นั้นขี้ขลาดเกินกว่าจักเข้าไปทักทายเสียได้ช้อนส้อมที่ใช้รับประทานอาหารถูกรวบวางไว้บนจานที่ว่างเปล่าบ่งบอกว่าคนทั้งคู่นั้นรับประทานมันจนหมดแล้วในเพลาอันสั้นสำหรับวายุแต่สำหรับคนอื่น ๆ นั้นอาจจะมองดูว่ามันเป็นปกติ ก็จักมิให้รู้สึกว่าเพลาเพียงเท่านั้นสั้นได้เพียงใดก็เธออยากนั่งมองเธอผู้คนนั้นอยู่เลย"คิดเงินเลยนะวายุ"วายุทำได้เพียงแต่พยักหน้าส่งไปแต่สายตายังคงจ้องมองไปที่หญิงสาวที่เธอตกหลุมรักภายในไม่กี่วินาทีที่เห็นเมื่อทำการคิดเงินค่าอาหารของทั้งสองเสร็จสิ้นแล้วก็ถึงคราวที่จักต้องจากลากับสาวผู้น่ารักคนนั้นเสียแล้ว วายุได้แต่ถอนหายใจอย่างนึกเสียดายกว่าจักลุกขึ้นยืนตามคำที่เพื่อนสนิทบอกก็ลีลาไม่ยอมลุกไปเกือบนาที ในจังหวะเดียวกันกับที่เธอลุกขึ้นยืนกำลังจะก้าวเท้าออกจากร้านอาหารที่แวะมาฝากท้องแห่งนี้ก็ต้องเดินผ่านหน้าโต๊ะของหล่อนไปเพื่อเดินไปยังประตูทางออก คิดได้ดังนั้นหัวใจเจ้ากรรมก็ดันเพิ่มอัตราการเต้นเสียนี่จนเกรงว่ามันจักดังจนทำให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่าตัวเองกำลังเผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปให้กับหล่อนเรียบร้อยเสียแล้วในระหว่างที่กำลังจะก้าวเดินผ่านโต๊ะของหล่อนไปแต่หูเจ้ากรรมก็ดันได้ยินเสียงของหล่อนดังขึ้นจนทำให้ต้องหยุดชะงักโดยที่ไม่ลืมดึงชายเสื้อของเพื่อนสนิทที่เดินนำดุ่ม ๆ ไปให้หยุดลงพร้อมกัน"กระเป๋าเงินของฉันไปอยู่ที่ใดกัน"ประโยคที่ได้ยินเมื่อครู่ทำให้วายุรู้ได้ทันทีว่าหล่อนคือคนที่เกิดที่ประเทศเดียวกันกับเธอซึ่งถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดีเชียวล่ะการค้นหากระเป๋าสตางค์ของเธอผู้นั้นดูไม่มีทีท่าว่าจะลดละ วายุเลยตัดสินใจที่จะหยิบกระเป๋าสตางค์ของตนเองขึ้นมาก่อนจะเปิดมันออกหยิบพันธบัตรสองถึงสามใบออกมายื่นให้กับบริกรชายที่ยืนรออยู่นาน หลังจากที่บริกรชายคนเดียวกันกับที่คิดเงินค่าอาหารให้กับเธอเดินออกไปแล้วก็หันกลับมามองคนที่ในคราแรกกำลังง่วนอยู่กับการหากระเป๋าสตางค์บัดนี้ได้เงยหน้าขึ้นสบสอดสายตากันโดยที่มิได้มีใครเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาทำลายบรรยากาศดวงตาน้ำตาลค่อนทางดำนั้นทอประกายราวกับมีมนต์สะกดให้วายุไม่สามารถละสายตาออกจากดวงตาคู่นี้ได้เลยและกว่าจะได้สติกลับมาก็ตอนที่จันทร์เจ้ากระแอมออกมาหวังจะทำให้คนทั้งคู่รู้สึกตัว ขืนปล่อยให้ทั้งสองคนนั้นจ้องตากันอยู่เยี่ยงนี้มีหวังว่าจักมิได้ไปไหนเป็นแน่ อย่างนั้นถึงจำเป็นต้องเรียกสติกันเสียนิดหน่อยน่าขันตรงที่ว่าถ้าคนทั้งสองเป็นปลากัดคงจักมีใครคนใดคนหนึ่งตั้งครรภ์เป็นแน่เมื่อได้สติกลับคืนมาก็รู้สึกถึงความร้อนวูบวาบบนใบหน้าที่ถ้าให้วายุเดาก็คงขึ้นสีระเรื่อแล้วเป็นแน่ สายตาที่ในคราแรกจ้องกันอย่างไม่ลดละบัดนี้มันกลับกำลังมองไปทางอื่นเพราะเกรงกลัวว่าอีกฝ่ายจักรู้ว่าตนรู้สึกเยี่ยงไร"ขอบคุณนะคะที่ช่วยออกเงินจ่ายค่าอาหารมื้อนี้ให้ฉันก่อน"เสียงหวานไพเราะของสาวที่นั่งอยู่เอ่ยขึ้นทำให้หัวใจของวายุแทบจักทะลักออกมาจากทรวงอก ใบหูเห่อร้อนขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ไม่ต่างอะไรกับใบหน้าของเขาในตอนนี้"ฉัน 'ทิวา' ค่ะ คุณ..."หญิงสาวนามว่าทิวากล่าวแนะนำตัวก่อนจะลากเสียงยาวเพื่อให้อีกคนเข้าใจในสิ่งที่ตนกำลังจะถามซึ่งวายุก็เข้าใจทันทีว่าหล่อนนั้นจะถามอะไร"ฉันวายุค่ะ"ทิวาได้แต่ร้องอ๋อพลางพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะหันไปกับร่างเล็กที่ยืนอยู่ข้างกายของวายุ"ฉันจันทร์เจ้าค่ะ เป็นเพื่อนวายุ"จันทร์เจ้าเลือกที่จะบอกความสัมพันธ์สถานะให้อีกฝ่ายได้รับรู้เพราะเกรงว่าหล่อนจักเข้าใจผิดว่าเธอกับร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่ด้านข้างนั้นเป็นพี่น้องหรือไม่ก็คนรักซึ่งเธอกลัวอย่างหลังเสียมากกว่าถึงจักมิมีใครคิดถึงความสัมพันธ์เยี่ยงนั้นกับบุคคลเพศเดียวกันเลยก็เถิดแต่ก็ใช่ว่าจักมิมีรักร่วมเพศเดียวกันเสียหน่อย"เรื่องเงินที่คุณได้จ่ายไปแทนฉัน ประเดี๋ยวฉันจักกลับไปนำเงินที่บ้านมาจ่ายคืนให้แก่คุณนะคะ"วายุยกมือขึ้นโบกไปมาเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นกระไรเพราะเธอก็อยากจักเลี้ยงข้าวมื้อนี้ของหล่อนเผื่อว่ามันจักทำให้เธอสานสัมพันธ์ที่ดีกับหล่อนได้ต่อไปอีกขั้นที่เป็นมากกว่าคนรู้จัก"ไม่เป็นกระไรหรอกค่ะ อย่างไรมื้อนี้ฉันขอเลี้ยงคุณแล้วกันเสียเพราะอย่างไรคุณก็เป็นคนไทยที่อยู่ห่างไกลบ้านเมืองเฉกเช่นฉันกับเพื่อนของฉัน ถือว่าได้ทำความรู้จักกับคุณแล้วกันนะคะ""แต่ฉันก็เกรงอกเกรงใจคุณที่เจอกันคราแรกก็เลี้ยงข้าวเสียเลย ถ้าอย่างนั้นคราถัดไปฉันขอเป็นฝ่ายเลี้ยงข้าวคุณเสียแล้วกันนะคะ"ถึงแม้ว่าใบหน้ายังคงเปื้อนรอยยิ้มบาง ๆ อยู่แต่ใครจักรู้ว่าภายในใจของวายุผู้นี้กำลังกระโดดโลดเต้นที่จักได้เจอกับหญิงสาวนามว่าทิวานี้อีกครั้ง เป็นเหมือนโชคชะตาฟ้าลิขิตอย่างไรอย่างนั้น เธออยากจักขอบคุณฟ้าดินที่ทำให้เธอได้มาพบปะและได้พูดคุยรู้จักกับอีกคนเยี่ยงนี้"แล้วนี่คุณจักไปที่ใดต่อหรือ"คนโดนถามยกมือขึ้นจับที่ปลายคางอย่างเผลอไผลอย่างที่คนที่กำลังใช้ความคิดนั้นกระทำกันและเมื่อใช้เวลานึกไตร่ตรองในหัวสมองแล้วก็ตอบออกไปตามที่ตนนั้นคิด"ฉันก็มิรู้เช่นกันว่าจักไปที่ใดต่อเพราะฉันก็เพิ่งได้เคยมาเที่ยวที่นี่เป็นคราแรก พวกคุณมีที่แนะนำฉันหรือไม่ ฉันมาคนเดียวมิรู้เลยว่าควรจักไปที่ใด"การที่อีกคนตอบกลับมาเช่นนี้ก็เหมือนกับว่าเปิดโอกาสให้วายุได้อยู่และพูดคุยทำความรู้จักกับอีกคนอีกนาน มีหรือที่วายุจักปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไปถึงก้อนเนื้อตรงทรวงอกจักเต้นเร็วรัวจนแทบจะหลุดออกมาแล้วก็ตามทีมัวแต่ป๊อดอยู่ก็เสียดายแย่ ในเมื่อโอกาสมาแล้วก็ต้องไขว่คว้าไว้ใช่หรือไม่ทั้งสามก้าวเท้าเดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยพลางคุยเรื่องสัพเพเหระพอจักให้ได้รู้ว่าแต่ละคนนั้นมีหน้าที่การงานอะไรและที่น่าตกใจสำหรับวายุและจันทร์เจ้านั้นก็คงหนีไม่พ้นชื่อเสียงเรียงนามของร่างบางที่เพิ่งได้รับรู้เมื่อครู่"ท่านหญิงบุตรธิดาของท่าน 'พิเชษฐ์ วัฒนโกศล' เองหรือเพคะ หม่อมฉันเคยได้ยินตามข่าวในวิทยุบ้างประปรายแต่มิเคยเห็นหน้าคร่าตาเสียสักที"สรรพนามที่จันทร์เจ้าเอื้อนเอ่ยถูกเปลี่ยนไปด้วยน้ำเสียงอย่างตกใจผิดกับวายุที่ตอนนี้เขานั้นตกใจสุดขีดถึงขั้นเปล่งออกมาเป็นคำพูดมิได้ ได้แต่กลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างยากลำบากนี่เราดันไปตกหลุมรักคนที่เป็นถึงท่านหญิงเชียวหรือ ช่างน่าขันเสียจริง"แต่ถึงกระนั้นก็ได้โปรดทำตัวตามสบายให้เหมือนกับว่าเรามิใช่ท่านหญิงทิวา วัฒนโกศลเสียเถิด เยี่ยงนั้นเราจักสบายใจเสียกว่า"วายุและจันทร์เจ้าพยักหน้ารับเบา ๆ แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็คงมิบังอาจเรียกหญิงสาวที่มีฐานันดรศักดิ์สูงส่งเช่นนั้นให้เหมือนหล่อนเป็นสามัญชนทั่วไปหรอก เพราะชนชั้นระหว่างหล่อนและพวกเขานั้นช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหวแค่ท่านหญิงคิดจะให้พวกเราพาเดินเที่ยวชมในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศนี้แล้วนั้นถือว่าเป็นเกียรติของข้าผู้น้อยอย่างพวกเราอย่างยิ่งในระหว่างที่เดินไปเรื่อยเปื่อยอย่างไม่มีจุดหมายอันใดเป็นพิเศษเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะก็ยังคงดังขึ้นมิมีหยุดหย่อนเหมือนกับว่ามีเรื่องมาเล่ามากมายไม่รู้จบสิ้นแต่เสียงพูดคุยนั้นมิได้ออกจากปากของวายุนักหรอก ส่วนใหญ่แล้วนั้นจักเป็นเสียงพูดคุยของท่านหญิงกับจันทร์เจ้านั้นแล ตัวของเธอเองมิกล้ามากพอที่จะเอื้อนเอ่ยจ้อเจื้อยอันใดแล้วยิ่งพอรู้ว่าร่างเล็กที่เดินอยู่ข้างกายแล้วนั้นเป็นลูกเต้าเหล่าใครก็ทำให้มิอาจจะเอื้อมมือไปไขว่คว้าเธอผู้นั้นให้มาอยู่เคียงข้างกายยามเหงาใจได้บทจะตกหลุมรักก็ดันตกหลุมรักของผู้ที่ข้าผู้นี้ไม่อาจเอื้อมมือไขว่คว้าได้เลยโปรดติดตามอนต่อไป
สนุกมากๆๆๆ
14d
0อ่านสนุก
28d
0ยิ่งอ่านยิ่งดีเลยครับ
31/05
0ดูทั้งหมด