logo text
เพิ่มลงในห้องสมุด
logo
logo-text

ดาวน์โหลดหนังสือเล่มนี้ภายในแอพ

อนิละ

อนิละ

Gunther


บทที่ ๑

สายลมเย็นพัดผ่านกระทบกับผิวกายของหญิงสาวที่มีรูปร่างสูงโปร่ง ผิวกายดุจดั่งสำลี หน้าตาอันไร้ที่ติใด ๆ อย่างกับพระเจ้าสร้างมากับมือ เธอมีนามว่า 'อนิละ' หรือชื่อเล่นที่พ่อแม่และพี่น้องภายในครอบครัวเรียกกันว่า 'วายุ' ซึ่งแปลว่า 'ลม' ลูกสาวคนโตในตระกูล 'กิตติภัทรา' มียศศักดิ์เป็นถึงหม่อมราชวงศ์ เธอมีอายุยี่สิบแปดปีบริบูรณ์ เป็นนักการทูตประจำประเทศฝรั่งเศส
วายุเดินเล่นรับลมเย็นในเที่ยงวันเพื่อให้ตัวเองได้ผ่อนคลายในวันหยุดสัปดาห์หลังจากเธอนั้นได้ทำงานมาเป็นเวลาหลายวันโดยมิได้หยุดหย่อน พลันคะนึงถึงบ้านเกิดเมืองนอนที่ถ้าเธอได้มาเดินเล่นในเพลานี้ก็คงจะโดนแดดอันร้อนแรงที่พร้อมจะแผดเผาผิวหนังขาวเนียนของเธอเป็นแน่
เหม่อมองบนท้องนภาแสนกว้างขวางก็เห็นแต่เพียงกลีบเมฆลอยเหนือหัวไปมา เธอได้แต่มองปุยเมฆพลางคิดว่าถ้าตนได้เกิดเป็นเจ้าก้อนสีขาวที่วัน ๆ เอาแต่ลอยไปลอยมานั้นเสียคงดีกว่าการที่ต้องมาเจอเรื่องปวดหัวไม่เว้นแต่ละวันของการทำงาน
แรงสะกิดที่ไหล่พลันทำให้คนที่เหม่อลอยอยู่สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปสบตากับคนที่ได้ทำการเรียกสติของเธอนั้นกลับมา หญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอแต่หล่อนตัวเล็กกว่าเธอหลายเท่ากำลังยื่นแก้วน้ำสีใสให้กับเธอหลังจากที่หล่อนบอกกับเธอว่าจักไปซื้อน้ำมาให้
'จันทร์เจ้า' หญิงสาวที่เป็นเพื่อนสนิทของวายุที่รู้จักกันมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยจวบจนกระทั่งได้มาทำงานร่วมกัน หล่อนเป็นลูกของพ่อค้าวาณิชย์ที่นำส่งสินค้าจากในประเทศส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ที่ได้ร่วมทำกิจการร่วมกัน
"ขอบคุณ"
กล่าวเพียงเท่านั้นก่อนจะหยิบแก้วน้ำสีใสในมือของเพื่อนสาวมาดื่มดับกระหาย
วายุเพิ่งรู้ว่าตัวเองกระหายน้ำมากเพียงใดเมื่อเห็นว่าตนนั้นดื่มน้ำเสียเกือบหมดแก้วในคราเดียว
"คิดสิ่งใดอยู่ถึงได้ชวนฉันออกมาเดินเล่นเช่นนี้ มิได้ทำงานหรอกหรือ"
คนที่เหม่อมองท้องนภาอยู่ได้หันมาสบตากับสาวร่างเล็กที่อยู่ข้างหายก่อนจะเอื้อนเอ่ยตอบคำถามเจ้าตัวออกไป
"จักให้อุดอู้อยู่แต่ในห้องพลันจะทำให้มีแต่อารมณ์เสียเอาเสียเปล่า การออกมาเดินเล่นในครานี้ก็ถือว่าได้เปลี่ยนบรรยากาศให้สมองได้ผ่อนคลายลงเสียบ้าง"
คนฟังได้แต่พยักหน้าเบา ๆ ตอบพลางดื่มน้ำในแก้วสีใสที่ถืออยู่ในมือ
หล่อนถูกเพื่อนสนิทชิดเชื้อมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยลากออกมาแต่เช้าตรู่เพื่อมาเดินเล่นที่สวนสาธารณะแห่งนี้ ถึงแม้ว่าอยากจะปฏิเสธมากเพียงใดแต่เจ้าตัวดันมาถึงบ้านพักของตนแล้วก็ได้แต่เออออยอมออกมาเดินเล่นเป็นเพื่อนกัน ขืนหล่อนเอ่ยปฏิเสธไปตัววายุได้ทำหน้าหงอยเหมือนหมาโดนทิ้งเสียแน่
"เราไปหาที่ร่มได้นั่งพักพิงผ่อนกายสบายใจเสียดีกว่าหรือไม่ เพราะในเพลานี้แดดเริ่มส่องมายังพวกเราแล้ว"
วายุเอ่ยพลางยกมือขึ้นบังแสงแดดที่ส่องเข้ากระทบกับใบหน้าของตนจนทำให้ต้องหรี่ตาลงตามสัญชาตญาณ
"ก็ดีนะ ถ้าอย่างนั้นไปนั่งตรงนู้นกันดีกว่า ฉันคิดว่ามันน่าจะช่วยบดบังแสงตะวันในเพลานี้ได้"
จันทร์เจ้าเอ่ยพลางชี้ไปที่ร่มไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากตรงที่พวกหล่อนยืนอยู่
วายุหันไปตามนิ้วของร่างเล็กของกายก็พบกับร่มไม้ใหญ่ซึ่งเธอคิดว่ามันช่างเหมาะกับการนั่งพักพิงเหลือเกิน
ไม่รอช้าหญิงร่างสูงโปร่งรีบจ้ำเท้าเดินเข้าไปหลบแสงแดดตอนเที่ยงวันใต้ร่มต้นไม้ใหญ่ซึ่งมีเพื่อนสนิทอย่างจันทร์เจ้าเดินตามหลังไปไม่ติดก่อนที่ทั้งคู่จะหย่อนก้นลงบนพื้นหญ้าสีเขียวขจีและจัดท่าให้ตนได้นั่งสบายที่สุด
ไม่มีเสียงเอื้อนเอ่ยใด ๆ ออกจากปากของคนทั้งสองเพราะมัวแต่ดื่มด่ำอยู่กับบรรยากาศที่เย็นสบายผ่อนคลายยามสายลมพัดผ่านกายเหมือนสายลมนั้นได้นำพาความเหนื่อยล้าจากการทำงานให้หายไปและพัดพาความสุขเข้ามาแทนที่แต่กลับมิได้พัดพาความเหงาภายในจิตใจของวายุให้จางหายไปเลยสักนิด
ไม่รู้ว่านานเท่าใดแล้วที่ได้ครองตนเป็นโสดไม่มีผู้ใดยืนเคียงข้างเช่นนี้
ก็คงจะสามถึงสี่ปีเห็นจะได้กระมัง
"หิวหรือยัง"
จันทร์เจ้าเอ่ยถามเพื่อสนิทที่นั่งเหม่อมองท้องนภาอยู่ข้าง ๆ ตนและได้แต่คิดว่าบนท้องนภานั้นมีสิ่งใดให้น่ามองนอกเสียจากปุยเมฆสีขาวที่ลอยไปลอยมาชวนให้คนมองน่าเบื่อแต่ถึงอย่างไรเพื่อนร่างสูงของตนก็มองมันอย่างมิรู้เบื่อ
"หิวแล้วหรือ"
"นี่ก็เป็นเพลาเที่ยงวันแล้ว ก็จักต้องหิวกันเป็นเรื่องธรรมดา เธอเองมิหิวบ้างหรือ"
"ถ้าเช่นนั้นเราควรจักไปหาอะไรกินรองท้องเสียกันดีกว่า"
จันทร์เจ้าพยักหน้าเบา ๆ เห็นดีเห็นงามที่ว่าพวกหล่อนนั้นควรจะไปหาอะไรกินรองท้องพอประทังให้จนถึงตอนเย็น
ทั้งสองเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านอาหารฝรั่งเศสแห่งหนึ่งก่อนจะหันมองหน้ากันเล็กน้อยเป็นการถามว่าจักกินอาหารที่นี่ดีหรือไม่
เมื่อได้ข้อสรุปว่าจักกินอาหารกันที่นี่ก็ก้าวเท้าเดินไปผลักประตูกระจกที่ถูกตกแต่งสวยงามตามสไตล์ของเจ้าของร้าน ครั้นเดินเข้ามาภายในร้านเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็สอดส่องมองหน้าโต๊ะว่างที่ต้องการจะนั่ง
"นั่งตรงนั้นดีหรือไม่"
วายุเอ่ยถามพลางชี้นิ้วไปที่โต๊ะว่างด้านในสุดของร้านซึ่งเป็นมุมที่เธอคิดว่าไม่มีอะไรสามารถมารบกวนการรับประทานอาหารในครั้งนี้
สองสาวเดินไปยังโต๊ะว่างด้านในสุดของร้านหลังจากที่ตกลงกันได้แล้วว่าจะนั่งโต๊ะตรงนั้นในการรับประทานอาหารในครานี้
บริกรชายเดินนำเมนูอาหารมาให้ทั้งสองคนได้เลือกสรรและยืนคอยจดรายการอาหารที่คนทั้งสองต้องการจะทาน เมื่อเลือกได้แล้วว่าจักทานอะไรเป็นมื้อเที่ยงก็เงยหน้าจากเมนูและหันไปสั่งกับบริกรชายที่ยืนอยู่หลายนาทีกว่าคนทั้งสองกว่าจะเลือกสั่งอาหารได้
วายุนั่งสำรวจภายในร้านอาหารพลางรอให้บริกรทำอาหารมาเสิร์ฟพร้อมกับพูดคุยสัพเพเหระกับเพื่อนสนิทของเธอ
เวลาผ่านไปไม่นานลูกค้าก็เริ่มที่จะเดินทยอยเข้ามาในร้านอาหารแห่งนี้มากขึ้นแต่สายตาดันไปสะดุดกับหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินเข้ามาในร้านเหมือนกับลูกค้าปกติทั่วไปแต่มันมิใช่สำหรับวายุ
เธอมองหญิงสาวผู้นั้นมิวางตา หญิงสาวที่มีรูปร่างบอบบางน่าทะนุถนอม หน้าตาที่สวยไร้ที่ติ ปากนิดจมูกหน่อยพอได้จ้องมองแล้วเป็นอันต้องหลงตกอยู่ในภวังค์
ความรู้สึกเต้นเร็วรัวอยู่ที่อกราวกับว่ากำลังวิ่งอยู่เป็นตัวบ่งบอกได้อย่างดีว่าเธอกำลังตกหลุมรักที่ตัวของหญิงสาวผู้นั้นได้ขุดไว้รอให้ใครคนใดคนหนึ่งตกหลุมพรางนั้นซึ่งก็เป็นตัวของวายุคนนี้เองนั่นแลที่ดันตกหลุมพรางที่หล่อนขุดไว้ตั้งแต่แรกพบ
"มองอะไรอยู่รึ"
เมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิทของตนมองไปที่สิ่งใดก็ไม่ทราบอย่างไม่วางตาจึงเกิดความสงสัยขึ้นมาในหัวก่อนจะหันไปตามสายตาที่เพื่อนของตนได้มองก็พบกับหญิงสาวรูปงามที่กำลังนั่งเลือกสั่งอาหารที่จะทานในมื้อนี้ก็อดยกยิ้มเสียมิได้เพราะนี่ถือว่าเป็นครั้งแรกที่หล่อนได้เห็นว่าวายุเกิดอาการตกหลุมรักใครสักคนตั้งแต่ที่ตนเป็นเพื่อนกับเธอมาถึงจะพอรู้มาบ้างว่าตัวของวายุเองก็เคยมีความรักอย่างวัยรุ่นทั่วไปแต่การได้มองเห็นกับตาตัวเองแบบนี้ก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องแปลกพอสมควร
ครานี้เจ้าวายุครั้นจะมีความรักเสียอย่างนั้นหรือ
โปรดติดตามตอนต่อไป

หนังสือแสดงความคิดเห็น (83)

  • avatar
    ภควิน โกสุม

    สนุกมากๆๆๆ

    15d

      0
  • avatar
    Phuwadech Dongkanathok

    อ่านสนุก

    29d

      0
  • avatar
    Sukalapat WanSri

    ยิ่งอ่านยิ่งดีเลยครับ

    31/05

      0
  • ดูทั้งหมด

บทที่เกี่ยวข้อง

บทล่าสุด