logo text
เพิ่มลงในห้องสมุด
logo
logo-text

ดาวน์โหลดหนังสือเล่มนี้ภายในแอพ

บทที่ 6 ชมเอง เขินเองได้เหรอ?

พ่อเลี้ยงสุชาติและเพลินตาโกรธหัวฟาดหัวเหวี่ยง ที่ร่างสูงหักหน้าคนทั้งงานแล้วเดินหนีหายไปทั้งที่งานแต่งยังไม่จบ
“ไอ้เด็กเมื่อวานซืน มันกล้าดียังไงมาหักหน้าฉัน สันดานไม่รักดีเหมือนกับพ่อของมันไม่มีผิดเพี้ยน”
“นั่นสิค่ะ เจ้าหมอกก็พลอยเป็นไปด้วย เดี๋ยวเพลินจะให้คนไปตามลากตัวกลับมานะคะคุณลุง”
“อย่าเลยคุณเพลิน ปล่อยลูกไปเถอะ” วินัยคว้าแขนของภรรยาเอาไว้พร้อมกับเอ่ยปากห้าม หญิงวัยกลางคนหันมองสามีด้วยสายตาเคืองขุ่น ก่อนจะกระแทกเสียงถามออกไป
“คุณจะห้ามฉันทำไม?”
“คุณก็เห็นว่าคนในงานมองลูกของเราด้วยสายตาแบบไหน แล้วยังถูกหัวเราะเยาะอีก คุณไม่ได้ยินหรือแกล้งไม่ได้ยิน กันแน่ สงสารลูกๆ เถอะนะคุณ ถือว่าผมขอ ผมขอนะครับคุณลุง เพราะหนึ่งในเหยื่อคือลูกของผม ผมคงทนดูไม่ได้หรอกครับ” นายวินัยหันไปกลับไปขอร้องผู้อาวุโส พ่อเลี้ยงสุชาติทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะยกมือขึ้นโบกกลางอากาศ พร้อมกับเปล่งเสียงแหบแห้งออกมา
“ช่างเถอะแม่เพลินตา ปล่อยพวกมันไป เดี๋ยวจะมาสร้างเรื่องขายขี้หน้าอีก”
“ค่ะ คุณลุง”
ศาลาไม้มะค่าที่ตรงตระหง่านอยู่บนเนินเตี้ยๆ ที่มีเพียงแสงสว่างจากไฟของงาน และแสงนวลๆ ของดวงจันทร์ที่สาดส่องมาให้ดูไม่มืดน่ากลัวจนเกินไป
วริศมองร่างสูงที่นั่งนิ่งเงียบอยู่อีกมุมของศาลาด้วยความเป็นห่วง เพราะวาฬไม่ได้เป็นเหมือนเขา เมื่อถูกกล่าวหา ถูกมองว่าเป็นพวกผิดเพศ และยังโดนดูถูกว่าที่ยอมแต่งงานกับเกย์อย่างเขาเพราะอยากจะได้มรดกของพ่อเลี้ยง
“คุณๆ” วาฬหันมองเจ้าของเสียงฝ่าความมืดสลัวแล้วถามกลับไป
“มีอะไรรึเปล่า?”
“เรามาหาอะไรทำแก้เบื่อกันไหมครับ?” คนตัวเล็กตัดสินใจชวนอีกฝ่ายคุย เพื่อทำลายความเงียบและอยากจะให้ผ่อนคลายลง
“ห่ะ! ทำอะไร แก้เบื่อคืออะไร?” ร่างสูงอุทานออกมาเสียงดังพลางจ้องหน้าสวยเขม็ง
“มันไม่ใช่แบบนั้นครับ คุณอย่าเพิ่งเข้าใจผมผิด คือผมอยากจะชวนคุณมาคุยกันฆ่าเวลาเท่านั้นเอง”
“อ๋อ…เอาสิจะคุยอะไรล่ะ”
“ถามตอบทั่วไปแหละครับ เพราะไหนๆ เราก็ต้องมาใช้ชีวิตด้วยกันแล้ว ควรจะได้รู้ว่าอีกฝ่ายชอบหรือไม่ชอบอะไร หรือถ้าหากคุณไม่คิดว่าจะล้ำเส้นเกินไป เรื่องส่วนตัวก็ได้นะครับ”
“ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างนั้นหรอ?” อธิปทวนคำพูดของร่างบางอย่างช้าๆ พร้อมกับครุ่นคิด
“ผม..เอ่อ ผมคงใช้คำพูดที่ผิด คือผมจะสื่อว่า อยู่บ้านหลังเดียวกันครับ” คนตัวเล็กรีบละล่ำละลักอธิบายเพราะคิดว่าร่างสูงไม่พอใจในคำพูดของตัวเอง
“หมอก ชื่อเล่นของคุณใช่ไหม?”
“คะ…ครับ” วริศตอบออกไปด้วยความรู้สึกมึนงง
“งั้น ผมเรียกคุณว่าหมอกล่ะกัน จะได้ดูสนิทกัน ส่วนคุณก็เรียกผมว่าพี่วาฬก็แล้วกัน เพราะผมน่าจะเกิดก่อนคุณ”
เมื่อได้ยินประโยคถัดไปของอธิปยิ่งทำให้คนตัวเล็กรู้สึกงุนงงกันไปใหญ่ แต่ทว่ามันก็ทำให้เขารู้สึกดีใจเช่นกันที่อีกฝ่ายเปิดใจอยากจะสนิทด้วย
“ครับ พี่วาฬ”
“หมอกมาที่นี่บ่อยหรอ เห็นรู้จักที่นี่ดี?”
“ตอนเด็กๆ มาบ่อยครับ แต่ช่วงที่ไปเรียนและทำงานที่ กรุงเทพก็ไม่ได้มาเลย”
“หมอกเคยทำงานที่กรุงเทพด้วยหรอ?”
“ใช่ครับ ก็ไม่เชิงทำงานหรอก หมอกเปิดร้านอาหารครับ”
“เปิดร้านอาหาร แล้วตอนนี้ล่ะ ใครดูแลให้”
“หมอกเลิกทำแล้วครับ ยกร้านให้กับหุ้นส่วนอีกคนหนึ่ง”
“หมอกแล้วกลับมาอยู่ที่นี่นานแล้วหรอ หรือกลับมาเพราะแต่งงานกับผม”
“ไม่ใช่ครับ ผมไม่ได้กลับมาเพราะแต่งงานกับพี่วาฬ แต่หมอกกลับมาเพราะอกหัก” คนตัวเล็กตอบด้วยเสียงแผ่ว คล้ายกับว่ายังคงบาดเจ็บกับเหตุการณ์ครั้งนั้นอยู่
“หมอกว่าเราเปลี่ยนคุยกันดีกว่าครับ”
“ได้สิ หมอกถามจะผมบ้างก็ได้นะ”
“หมอกถามได้ทุกเรื่องใช่ไหมครับ?” คนตัวเล็กถามออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“ได้สิ แต่ผมจะตอบหมอกหมดรึเปล่านั่นอีกข้อหนึ่ง” อธิปพูดออกมาอย่างทีเล่นทีจริง ทำให้วริศหลุดยิ้มเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ร่างสูงพูดเย้าแหย่ตัวเอง
“ถ้าเป็นเรื่องอื่นเกี่ยวกับพี่ หมอกพอจะรู้มาบ้างแล้ว แต่หมอกอยากจะรู้ว่า พี่วาฬไม่มีแฟนหรอครับ? เพราะหน้าตาอย่างพี่ไม่น่าจะไม่มีแฟน แล้วถ้ามีแฟนของพี่วาฬเขายอมให้พี่มาแต่งงานหรอครับ?”
“โห ได้ที ถามยาวเชียว ผมจะตอบข้อไหนก่อนล่ะ”
“หมอกขอโทษครับ” ร่างบางเอ่ยปากขอโทษพร้อมกับหัวเราะแห้งๆ
“มีครับ ผมมีแฟน เฮ้อ!ก็อย่างที่หมอกว่านั่นแหละ ว่าใครจะยอมให้แฟนมาแต่งงาน ถึงแม้ว่าจะมีเหตุผลจำเป็นก็เถอะ ไม่มีผู้หญิงคนไหนจะโง่รอหรอก หึ ว่าไหม?” อธิปพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติ แต่ทว่าคนตัวเล็กกลับรับรู้ได้ว่าทุกถ้อยคำที่พูดถึงแฟนเก่ามันเจือปนความเจ็บปวดเอาไว้
“หมอกเสียใจด้วยนะครับ แต่พี่วาฬก็กลับไปง้อเขาได้นะครับ บอกเขาไปว่าเราแค่แต่งงานเพราะความเห็นชอบของผู้ใหญ่ เดี๋ยวไม่นานเราก็เลิกกัน”
“อย่าเลย ถ้าหากเขาจะฟังเหตุผล เขาคงยอมฟังตั้งแต่ก่อนที่ผมจะมาแล้วล่ะ ขอบใจนะ”
หน้าสวยสลดลงพลางนึกโทษตัวเองที่เป็นต้นเหตุแห่งความทุกข์ความเสียใจของอธิปอีกแล้ว ถ้าหากเขาใจแข็งไม่ยอมแต่งตามคำขอของมารดา เรื่องบ้าๆ นี้ก็คงไม่เกิดขึ้น
‘หมอกขอโทษนะครับพี่วาฬ เป็นเพราะหมอกคนเดียวทำ ให้เรื่องทุกอย่างมันวุ่นวาย ทำให้พี่ต้องเลิกกับคนรัก’
“พี่วาฬครับ”
“ฮือ…,มีอะไร?”
“ก่อนที่จะมาที่นี่ พี่วาฬทำงานอะไรครับ?”
“ถ้าผมบอกว่า ผมเป็นนายแบบหมอกจะเชื่อผมไหม?”
“เชื่อครับ” คนตัวเล็กตอบกลับอย่างรวดเร็ว
“ตอบเร็วขนาดนี้ ไม่คิดว่าผมโกหกบ้างหรอ?” ร่างสูงพูดด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม ดวงตาคมมองร่างบางที่ส่ายกำลังส่ายหน้าปฏิเสธไปมา
“ไม่ครับ หมอกเชื่อ”
“ทำไมถึงเชื่อล่ะ หรือว่าหมอกเคยเห็นผมในนิตยสารเล่มไหนหรอ?”
“ไม่ครับ หมอกไม่เคยเห็น แต่พี่วาฬหล่อ หล่อมากเลย คิดว่าน่าจะเป็นนายแบบได้” วริศออกปากชมอีกคนด้วยท่าทางขวยเขิน พลางก้มหน้าสวยหลบดวงตาคมที่กำลังมองมา ถึงแม้ว่าจะมีแสงเพียงสลัวๆ แต่ทว่าอธิปก็มองออกว่าอีกฝ่ายนั้นกำลังเขินเขาจนหน้าแดง
“หึ ชมเอง เขินเอง อย่างนี้ได้ด้วยหรอครับหมอก?”

หนังสือแสดงความคิดเห็น (1949)

  • avatar
    Sasiphimon Meeman

    ดีมากกก

    03/04

      0
  • avatar
    กิ๊กกิ้ว โอ้วเย้

    สนุกๆๆๆ

    01/04

      0
  • avatar
    CHAMAI

    เริ่ดดด

    23/03

      0
  • ดูทั้งหมด

บทที่เกี่ยวข้อง

บทล่าสุด