หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมง ในที่สุดแพขนตาหนาของชายหนุ่มที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงก็กะพริบช้าๆ จากนั้นเขาจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองไปรอบห้อง ท้ายที่สุดก็มาหยุดที่ฉันซึ่งยืนอยู่ด้านข้างเตียงคนที่นอนอยู่ลืมตาขึ้น คิ้วเข้มขมวดก่อนจะคลายออก พร้อมกับเอ่ยอะไรบางอย่างที่ฉันไม่เข้าใจ อีกฝ่ายคงนึกขึ้นได้ว่ามีอะไรครอบอยู่จึงเอามือแตะด้านข้างหู หลอดแก้วทรงกลมที่บังหน้าอยู่หดกลับ กลายเป็นแคปซูลตกอยู่ข้างหมอน“คุณ...คุณนั่นเอง”“ก็ฉันน่ะสิ จะใคร”คนฟังมองไปรอบตัวอีกรอบ เหมือนจะทบทวนว่าตัวเองอยู่ที่ไหนกันแน่“ถ้านายยังงงอยู่ นี่คือห้องพักที่โลกในอีกสองร้อยปีของนาย เพื่อนของนาย ฉันหมายถึงนาธานพานายกลับจากโรงพยาบาลมาที่นี่เมื่อหลายชั่วโมงก่อน พ่อของนาย ก็มาดูอาการเพิ่มเมื่อสองชั่วโมงที่ผ่านมา เขาฉีดยาบำรุงให้ เราคุยกันนิดหน่อย แล้วเขาก็กลับไป” คำว่าพ่อทำให้คนฟังเบิกตากว้าง แล้วก็เงยหน้าขึ้นมองฉันอย่างค้นคว้า “ถ้าอย่างนั้น...คุณก็พบท่านแล้ว”“ใช่ เขาขอตรวจร่างกายฉันเบื้องต้น แล้วก็ทำเหมือนแปลกใจมากที่มันปกติดี” ฉันตอบ พยายามบังคับเสียงให้นิ่งเรียบ “ไม่ทันคิดสินะ ว่าฉันกับท่าน จะพบกัน”ไอแซคพยักหน้า “ผมคิดว่าจะพาคุณหนีมาเงียบๆ สบายใจแล้วค่อยกลับไป” “ฉันอยากกลับบ้าน นี่เป็นอีกเรื่องที่ต้องการ นายให้ฉันได้ไหมล่ะ ถ้าไม่ได้ ก็เล่าเรื่องนี้มาก่อน”คนฟังนิ่งไปอีกพักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “กลับไป เพื่อจะฆ่าตัวตายอีกรอบน่ะเหรอ”ฉันสะบัดหน้า “มันเรื่องของฉัน ชีวิตของฉัน นายไม่มีสิทธิ์จะมาก้าวก่าย”คนฟังนิ่งไปพักใหญ่“พูดเหมือนชีวิตไม่มีค่าเลยนะ” คนพูดลงเสียงเข้ม “ถ้าอยากตาย อยู่ที่นี่ หรืออยู่ที่ไหนก็ตายได้อยู่ดี จะกลับไปทำไมให้ยุ่งยาก”“...” ฉันเม้มปาก ก็จริงของเขา“ที่พูดอย่างนี้ ไม่ใช่เพราะอยากให้คุณตาย แต่อยากให้คุณคิดให้ดีๆ อย่าเอาแต่โกรธทุกเรื่อง ยกเว้นผู้ชายคนนั้น”น้ำเสียงของคนพูดลดระดับความเข้มลงมานิด คำพูดของเขาตรง และเป็นความจริงเกินไปอีกฝ่ายตัดบทสนทนาด้วยการหันซ้ายหันขวา และหยิบอุปกรณ์คล้ายโทรศัพท์มือถือที่วางไว้หัวเตียงขึ้นมา กดเลขสองสามตัว เขาพูดคุยกับคนปลายสาย (ซึ่งเดาว่าคงเป็นนาธาน) สองสามนาที และวางสาย“นาธานบอกว่าอุปกรณ์บางส่วนของเราเสียหาย เราคงต้องใช้เวลาพักหนึ่ง ถึงจะแก้ไขเครื่องนั่นได้”“แปลว่าฉันยังกลับไม่ได้ ตอนนี้”“ก็ครับ ผมรับปากว่าจะพาคุณไปส่ง ถ้าคุณไม่ใจร้อนเกินไป แล้วก็สัญญาว่าจะไม่คิดฆ่าตัวตาย หรือโวยวายจนผมเดือดร้อน”“ฉันไม่เคย...” เอ่ยได้แค่นั้นแล้วก็หยุดชะงัก จะบอกว่าไม่เคยคิดก็ไม่ได้ ในหลายๆ แวบของอารมณ์เศร้า เรื่องนี้เข้ามาอยู่ในหัวของฉันเป็นบางครั้ง เคยถามตัวเองว่าสิ่งที่ทำไปให้เอกวัตรทั้งหมด มันไม่มีค่าเลยใช่ไหม และในบางครั้ง คำถามเหล่านั้นกลับไปที่...ถ้าฉันตาย หรือเป็นอะไรไป เอกวัตรจะรู้สึก เสียดาย เสียใจ บ้างหรือไม่มีบรรยากาศนิ่งเงียบอยู่หลายวินาที ฉันรู้สึกว่า คนตรงข้ามกำลังมองมา เมื่อฉันเงยหน้าขึ้น ก็พบกับแววตายากที่จะเข้าใจ“คุณอิง คุณรู้ไหม ชีวิตมันเป็นของมีค่ามากนะ”ทำไมไม่รู้ คำพูดของเขามันทำให้ฉันรู้สึกใจหาย“ผมหิว” จู่ๆ คนบนเตียงก็เปลี่ยนเรื่อง เขาร่ายรายการอาหารมาสองสามอย่าง แล้วก็บอกว่าอุ่นมันได้อย่างไร“หมายความว่าไง ฉันต้องทำให้นายงั้นเหรอ”“อุ่นอาหารง่ายๆ คุณคงทำได้ บริการกันนิดๆ หน่อยๆ แลกกับสุขภาพที่ดีขึ้นพอที่จะกลับไปซ่อมเครื่องเพื่อส่งคุณกลับนะ มีอะไรทำ จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน”ฉันเม้มปาก คิดในใจว่าฝากไว้ก่อนเถอะพ่อคุณหลังจากจัดการอาหารอนาคตแบบเก้ๆ กังๆ ยกมาเสิร์ฟ คนป่วยกลับกินไม่มากอย่างที่คิด “คุณวัตร เป็นหนึ่งในรุ่นปู่ของปู่ของผม” ชายหนุ่มเล่าระหว่างทานอาหาร “พ่อของผมหน้าคล้ายท่านมากที่สุด”ฉันพยักหน้า นึกในใจว่าถ้าเขาหน้าเหมือนวัตร ฉันคงช็อกมากกว่านี้ไปแล้ว “แล้วไงต่อ”“นาธานไม่รู้เรื่องนี้ เขาคิดว่าผมเจตนาดีเพียงแค่เลือกเพราะคุณเป็นยายของเขา สำหรับผมถึงแม้ยังไม่แน่ใจว่าคุณปู่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณฆ่าตัวตายจริงหรือไม่ แต่ก็รอไม่ได้ เพราะถ้าจริง การกลับไปช่วยคุณมีประโยชน์หลายเรื่อง เรื่องแรก ได้พิสูจน์ผลการทดลอง ได้ช่วยญาติของนาธาน แถมอาจทำให้คุณปู่ทวดท่านบาปน้อยลง”“ไม่น่าเชื่อนะว่าโลกสองร้อยปีนี่ยังมีความเชื่อเรื่องบุญ บาปกันอีก” ฉันประชด “ถึงตอนนี้ ฉันก็ยังอยากฆ่าตัวตายอยู่ดี” คำพูดนั้นหลุดปากออกไปเพราะอารมณ์แท้ๆ “การที่นายไปเอาฉันออกมา มันไม่เปลี่ยนอะไรหรอกนะ”“ผมควรจะดีใจใช่ไหม ที่ต้นตระกูลของผมมีค่าต่อจิตใจของคุณมากขนาดนั้น” คนพูดถามเสียงห้วน หงุดหงิด “ไม่ห่วงชีวิตของตัวเองบ้างหรือไง ญาติๆ ของคุณจะว่ายังไงถ้าคุณตายไปน่ะ คิดบ้างสิ”ฉันก้มหน้า หลบตาคนตรงข้าม ไม่ตอบ“วันนี้เราคุยเรื่องนี้กันเท่านี้ก่อนดีไหม คุณเองก็ข้ามเวลามา ควรพักผ่อนบ้างนะ ขนาดเป็นผมยังแย่ คุณอาจจะมีอาการอะไรที่ยังไม่เกิดตอนนี้ แต่ร้ายแรงภายหลัง ผมจะหาโอกาสขอให้พ่อตรวจคุณละเอียดอีกทีแล้วกัน ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า”ฉันขยับปากจะเถียง แต่ก็เถียงไม่ออก ในใจลึกๆ รู้สึกอุ่นๆ กับน้ำเสียงที่เหมือนไม่ห่วงใย แต่การกระทำกลับแสดงให้เห็นว่าผู้ชายตรงหน้า แคร์กันในหลายๆ เรื่อง“พักผ่อนซะ ขออย่างเดียว อย่าเพิ่งฆ่าตัวตายตอนนี้ เพราะผมจะได้ไม่ทำงานฟรี ที่ซ่อมเครื่องย้อนเวลา”ฉันสะบัดหน้าไปอีกทาง“ผมยกที่นอนของผมให้ เดี๋ยวผมมานอนนอกห้องเอง”“แต่ว่า นายไม่สบายอยู่นะ” ถึงแม้จะไม่ชอบหน้า และหงุดหงิดกับคำพูดหลายๆ ประโยคของเขา แต่การมาแย่งที่นอนคนป่วยก็ทำให้ฉันรู้สึกผิดมากพอควรไอแซคส่ายหน้า “ผมนอนที่ไหนก็ได้ มีที่นอนสำรอง คุณใช้ห้องผมตามสบาย ไม่ต้องห่วง อย่างน้อยอยากให้คุณรู้สึกดีกับการได้มาอยู่โลกของผมบ้าง ก็เท่านั้น”คนพูดหันหลังให้ วุ่นวายกับการเดินไปหยิบเครื่องนอนสำรองออกมา ฉันอดไม่ได้ที่จะเดินไปช่วยเขาหยิบของ แอบมองไหล่กว้างด้านหลังนั้นด้วยความรู้สึกแปลกๆ คำว่า โลกของผม นั้น มันกินความหมายกว้างแค่ไหนกันนะ....บ้าน่า ยัยอิงลดา ฉันเตือนสติตัวเอง จะมาใส่ใจอะไรกับคำพูดของเด็กหนุ่มอายุยี่สิบห้า พูดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เขาแค่ต้องการให้เธอรอดตายเพื่อไถ่บาปให้ปู่ของเขาเท่านั้นน่า อย่าคิดมาก อย่าคิดมาก
ดีมากคับ
11d
0ดีมาก
26d
0ดีมากๆ
15/06
0ดูทั้งหมด