ถ้าคุณคิดว่าที่พักอาศัยของโลกในอีกสองร้อยปีข้างหน้า จะมีสภาพอย่างที่เห็นในภาพยนตร์ไซไฟเกี่ยวกับอนาคต ซึ่งมีความทันสมัย เต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีหุ่นยนต์ใช้งาน และทุกสิ่งทุกอย่างดูคล้ายๆ เอาโลหะสีหม่นๆ มาต่อรวมกันล่ะก้อ...คุณคิดผิดภาพห้องพักของไอแซคที่ฉันเห็นแตกต่างจากสิ่งที่เคยเห็นในภาพยนตร์พวกนั้นโดยสิ้นเชิง มันต่างแทบจะเรียกได้ว่าคาดไม่ถึงห้องพักของเขาทาสีขาวสะอาด องค์ประกอบของห้องทั้งหมดล้วนแต่เป็นสิ่งของเรียบๆ ไม่มีอะไรที่ให้ความรู้สึกว่าเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มันถูกแบ่งเป็นสัดส่วน มีทั้งส่วนที่ใช้เป็นที่พักผ่อน ส่วนทำอาหาร รับแขก และห้องน้ำ ในห้องนอนมีเตียงเดี่ยวจัดเป็นระเบียบ ผ้าปูที่นอนสีขาวลายดอกไม้เล็กๆ สีชมพูเขียวเรียบตึง ชั้นหนังสืออ่านเล่นและของใช้เป็นระเบียบ ราวกับห้องพักที่ถ่ายไว้เพื่อการโฆษณา ทุกอย่างล้วนโทนขาวเขียว ห้องน้ำ ขนาดเล็กๆ ที่มีความเรียบง่าย ห้องครัวที่มีอุปกรณ์ทำครัวอยู่มากเกินกว่าที่ฉันมีเองที่บ้านเสียอีก ส่วนที่ดีที่สุดของห้องเล็กๆ ห้องนี้คือ ส่วนที่เป็นห้องรับแขก มันถูกจัดแบ่งโดยมีโซฟาสีขาวครีมพาดยาวด้านหนึ่งของห้อง มีโต๊ะทำงานเล็กๆ ซึ่งมีเครื่องเขียน และแจกันใส่ต้นไม้เล็กๆ มีดอกไม้สีม่วงอมขาววางไว้ มันดูราวกับเป็นต้นไม้ปลอม แต่หลังจากเอาปลายนิ้วไปสัมผัสกลีบอันอ่อนนุ่ม ฉันพบว่ามันเป็นของจริงนี่เป็นห้องพักของผู้ชายจริงๆ หรือนี่....แถมเป็นผู้ชายอายุยี่สิบต้นๆ ที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ คิดค้นเครื่องย้อนเวลา ไหนล่ะหลอดทดลอง ไหนล่ะตำราเล่มหนา ไหนล่ะคอมพิวเตอร์ ไม่มีสักอย่างฉันเดินไปเดินมารอบห้อง สำรวจโน่นนี่นั่นไปเรื่อยอย่างไม่รู้จะทำอะไรดี ท้ายที่สุด ก็ได้หนังสือเกี่ยวกับการทำสวนเล่มหนึ่งบนชั้นหนังสือในห้องนอนมานั่งอ่านรอเวลา ผ่านไปราวสามชั่วโมงเสียงประตูห้องเปิดออก ฉันรีบลุกเดินไปที่โถงทางเดิน นาธานพยุงไอแซคเข้าห้องพักมาอย่างทุลักทุเล เขาโบกมือไม่ให้ฉันถามอะไร ก่อนจะพยุงคนป่วยเข้าห้องนอน เราสบตากันเพียงเสี้ยววินาที “คุณเป็นยังไงบ้าง”“คุณล่ะ” อีกฝ่ายถามกลับ“อย่ามัวแต่พูดกันอยู่เลย พักผ่อนก่อน” นาธานทำเสียงเหมือนดุร่างสูงของไอแซคนอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงอย่างหมดแรง นาธานหยิบอะไรบางอย่างคล้ายแคปซูลยาออกมาจากกระเป๋ากางเกง วางมันลงบนเตียง เพียงเสี้ยววินาที มันก็พองออก กลายเป็นกระเปาะแก้วใสๆ ทรงกลมขนาดใหญ่กว่าหัวของคนเราประมาณหมวกกันน็อก เขาสวมให้คนป่วย กดปุ่มที่อยู่ใกล้ใบหูด้านหนึ่ง “หลับสักพักนะ ยาคงช่วยให้นายดีขึ้นเร็วๆ นี้” เขาพูดกับคนที่นอนอยู่ ”เดี๋ยวฉันดูแลแขกของนายให้เอง”ไอแซคพยักหน้า หลับตา ปล่อยให้ควันสีขาวจางๆ ค่อยๆ ไหลออกมาจากท่อเล็กๆ ด้านข้าง“ออกไปคุยข้างนอกกันเถอะ ให้ไอซ์พักต่อ”ฉันพยักหน้า ตามชายหนุ่มร่างท้วมจึงเดินออกมาจากห้องนอน“เป็นยังไงบ้าง ดูท่าทางแย่มากเลยนะ ป่วยหนักขนาดนี้ทำไมไม่อยู่โรงพยาบาล”นาธานพยักหน้า “เจ้านี่มันดื้อ เป็นห่วงกลัวคุณอยู่คนเดียวไม่ได้ เลยขอพ่อกลับมาพักที่บ้าน นี่ถึงเตียงก็หลับไปเลย คงเพลียจัด” คนพูดพยักพเยิดไปในห้อง “ให้มันนอนสักพักก็ดี คุณล่ะกินอะไรหรือยัง”ฉันส่ายหน้า “ตู้เย็นมีแต่ของสด ไม่เห็นมีอะไรให้กิน ยังไม่ได้กินอะไรเลย”“อ๋อ คุณค้นในตู้เย็นโบราณของเจ้านั่นใช่ไหม”“ตู้เย็นโบราณ?”“ครับ เจ้านั่นมันขอบของเก่า เลยซื้อเก็บไว้...มันเป็นพวกชอบทำอาหาร ชอบกินผักสด แต่สำหรับผม อาหารสำเร็จรูปเท่านั้น ว่าแต่คุณอยากกินอะไร เหมือนมันมีอาหารสำเร็จรูปเก็บไว้ ส่วนใหญ่ก็เผื่อตอนผมมาคุยงานกับมัน”“อะไรก็ได้ค่ะ”“อะไรที่คุณชอบทานครับ เผื่อผมจะหาได้”นาธานเดินไปที่ส่วนที่เป็นครัว ฉันเดินตามเข้าไป เห็นเขาเอาฝ่ามือทาบกับผนังด้านหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะมีกรอบรูปขนาดใหญ่ติดอยู่ กรอบรูปเปิดออก เผยให้เห็นว่าข้างในเป็นตู้ขนาดสี่เหลี่ยมเล็กๆ สีขาวลายดอกไม้สีชมพูเขียว (อีกแล้ว)“ในนี้มีสปาเกตตีซอสครีม ซีซาร์สลัด ไก่หมักซอส โจ๊กไก่ ซุปครีมเห็ด คุณอยากทานอะไรครับ”ฉันอ้าปากค้าง ตู้เล็กๆ นั่นมีของเยอะขนาดนั้นเลยหรือนาธานหยิบเครื่องดื่มที่หน้าตาคล้ายๆ ไวน์ออกมาหนึ่งขวดจากชั้นเหนือกรอบรูป หยิบแก้วทรงสูงออกมา “ลองเครื่องดื่มนี่ก่อนก็ได้ครับ” เขาส่งแก้วที่มีเครื่องดื่มสีทับทิมเข้มคล้ายไวน์ให้ฉัน “ไม่ใช่ไวน์ครับ เป็นน้ำทับทิมสดผสมโซดา เจ้าไอซ์มันชอบดื่มมาก”เครื่องดื่มอร่อยจริงๆ มันซ่านิดๆ แต่ก็ยังนุ่มลิ้น และไม่หวานจัด รสชาติอมเปรี้ยวอมหวานกำลังดี “คิดได้หรือยังครับว่าจะทานอะไร ผมยังไม่ได้ทานอะไรเหมือนกัน ขอสปาเกตตีนี่แหละ เอาไหมครับ คนละจาน กินไปคุยกันไป ผมมีเรื่องอยากรู้เกี่ยวกับโลกที่คุณมาเยอะเชียว”“เอาเหมือนกันก็ได้”จากนั้นฉันกับนาธานก็ช่วยกันจัดจานที่โต๊ะทานอาหาร อาจเพราะความหิว จึงรู้สึกว่ามันอร่อยรสชาติอาหารจึงเหมือนอาหารจากร้านอาหารหรูๆ รสเลิศ“หมอบอกหรือเปล่าว่าอีกนานแค่ไหนเขาถึงเป็นปกติ” ฉันเข้าเรื่องทันทีที่ท้องเริ่มอิ่ม เป้าหมายต่อไปคือการกลับไปยังยุคที่ฉันอาศัยอยู่ให้เร็วที่สุด...เมื่อเทียบกับเรื่องถูกผู้ชายทิ้งกับเรื่องหลงยุคมาโดยไม่ตั้งใจแล้ว เรื่องแรกดูจะหนักหนาสาหัสน้อยกว่ามาก“ไม่รู้ครับ พ่อของมันบอกว่า โดยรวมร่างกายของไอซ์ปกติดี อาจจะต้องพักอีกสักวันสองวันก็คงเริ่มงานได้แล้ว”“หมายความว่าระหว่างนี้ ฉันต้องติดอยู่ที่นี่หรือคะ”นาธานพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก “ครับ ไม่เย็นนี้ก็พรุ่งนี้คุณพ่อของไอซ์คงตามมาตรวจร่างกายของคุณ เพื่อดูว่ามีผลกระทบอะไรบ้างหรือเปล่ากับการย้อนเวลา”“เขารู้”“ครับ ผมปิดท่านไม่ได้ เพราะอาการป่วยของไอซ์มันผิดปกติ ก็เลยต้องบอกความจริงว่าเขาไปที่ไหนมา” คนพูดรวบช้อน “ระหว่างนี้ ฝากให้คุณดูแลเจ้าไอซ์ด้วย พอดีผมมีงานวิจัยค้างต้องไปทำให้เสร็จบ่ายนี้”“แต่ว่า...”นาธานก้มลงข้างโต๊ะ ดึงเอาอุปกรณ์ชนิดหนึ่งรูปร่างคล้ายๆ แท็บเล็ตแต่ขนาดเท่าฝ่ามือและบางกว่ามาจากข้างโต๊ะ “ถ้าคุณมีอะไรด่วน โทรหาผม หรือหากต้องการสั่งอาหาร ของใช้อะไรแบบส่งตรงถึงบ้าน ก็ใช้ไอ้นี่จัดการได้ทั้งหมด”ฉันรับมันมาถือไว้ “อะไรคะเนี่ย”“เราเรียกมันว่าไอบุ๊ก เป็นอุปกรณ์ใช้สำหรับติดต่อสื่อสาร แล้วก็ควบคุมการทำงานของส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดที่อยู่ในห้องนี้ ผมก็ไม่รู้ว่ามันจะเทียบได้อะไรในยุคของคุณนะ”“รีโมทคอนโทรล บวกโน้ตบุ๊ก” ฉันเสริม“บวกโทรศัพท์มือถือ” เขาต่อให้ “ลองใช้ดูก็แล้วกันครับ ใช้งานไม่ยากหรอก”ฉันพยักหน้า วางมันไว้บนโต๊ะ ส่วนอีกฝ่ายลุกขึ้น เดินเอาจานไปวางไว้ที่อ่างล้างจาน “ฝากล้างด้วยนะครับ กดปุ่มตรงนี้ มันจะล้างให้อัตโนมัติ ผมต้องไปก่อน มีอะไรก็เข้าโหมดโทรศัพท์ แล้วโทรหาผมได้ทุกเมื่อ” คนพูดเดินหายเข้าไปในห้องนอนพักหนึ่งก็เดินออกมา “เจ้าไอซ์ยังหลับอยู่เลย สงสัยจะหลับอีกยาว ฝากด้วยนะครับ แล้วเย็นๆ ผมจะแวะมาดูอีกที”“ค่ะ” ฉันตอบได้แค่นั้นร่างป้อมๆ เดินไปที่ประตูห้อง มือของเขาหยุดอยู่ที่ประตู และหันมา “ผมขอโทษนะครับ ที่ทำให้วันเกิดของคุณอลหม่านแบบนี้ เรา เอ่อ ผมหมายถึงผมกับไอซ์ คิดง่ายๆ ว่าการย้อนเวลาไปช่วยเหลือคุณในช่วงที่คุณกำลังแย่ จะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น เราไม่ได้เตรียมแผนสำรองสำหรับหลายๆ เรื่อง จนสุดท้าย คุณก็ต้องมาลำบากอยู่ที่นี่”ประโยคยาวๆ กับสีหน้าจริงใจของผู้ชายที่บอกว่าเป็นรุ่นหลานของหลานของฉัน “ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมไอซ์ถึงต้องพาคุณมาที่นี่ แต่เชื่อเถอะครับ ต้องเป็นเรื่องจำเป็นจริงๆ มันถึงทำแบบนี้ ““ช่างเถอะ ไหนๆ เขาก็ทำไปแล้วนี่ ที่เหลือก็ช่วยกันแก้ไข แล้วก็พาฉันกลับไปก็โอเคแล้ว”นาธานพยักหน้า “ครับ ผมจะพยายามอย่างดีที่สุด ระหว่างนี้ อดทนกับเราสองคนหน่อยแล้วกันนะครับ”เจ้าว่าที่หลานของฉันวาจาคมคายใช้ได้ อย่างน้อย คำพูดของเขาก็ทำให้ฉันรู้สึกดีกว่าคำพูดห้วนสั้นของเพื่อหน้าตาหล่อเหลาของเขามาก“ผมไปก่อนนะครับ มีอะไรโทรหาผม” จากนั้นนาธานออกจากห้องไปสรุปว่า ฉันต้องมาติดอยู่ที่โลกอนาคตแล้วจริงๆ
ดีมากคับ
11d
0ดีมาก
27d
0ดีมากๆ
15/06
0ดูทั้งหมด