เสียงประตูห้องเลื่อนเปิดเบาๆ ปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์ เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง โดยไม่หันไปก็รู้ได้ว่าเป็นใคร เพราะมีคนเดียวที่มีรหัสผ่านเข้าออกห้องนี้ได้“นายกลับมาเมื่อไหร่” นาธานเอ่ยขึ้น“เมื่อคืน ไม่ได้บอกนายตอนนั้นเพราะเห็นว่ามันดึกมากแล้ว” ผมตอบ พยายามรักษาสีหน้าให้ปกติที่สุด“นั่น…เธอใช่ไหม นายพาเธอมาที่นี่!” น้ำเสียงของเพื่อนมีแววตกใจอย่างปิดไม่มิดเมื่อเห็นร่างที่นอนอยู่บนเตียง นาธานก้าวมาชิดข้างเตียง “นายไม่รู้หรือไงว่าเสี่ยงมากที่ทำแบบนี้ มันอาจจะมีผลเสียกับเธออย่างที่เราควบคุมไม่ได้นะ”“มันจำเป็น” ผมตอบสั้นๆ ก่อนจะเบือนหน้าหนีเพื่อน “นายก็รู้ว่าเธอจะ...เอิ่ม เป็นยังไงถ้าฉันไม่พาเธอมา”นาธานถอนหายใจ “เราเปลี่ยนอะไรไม่ได้หรอกไอซ์ นายพาเธอมาอาจทำให้เกิดเรื่องร้ายกว่าที่มันเป็นอยู่ก็ได้”ผมนิ่งไปพักใหญ่ ไม่ตอบเพื่อนเพราะรู้ดีว่าอาจมีผลกระทบมากเช่นนั้น แต่ก็คิดวิธีอื่นไม่ออกจริงๆ ถ้าปล่อยอิงลดาไว้ ผมอาจเป็นพยานคนเดียวที่เห็นเธอฆ่าตัวตายต่อหน้าต่อตา ซึ่งบอกตัวเองว่าคงรับไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นใด การตามรอยประวัติเก่าๆ ของเธอทำให้ผมรู้สึกเหมือนรู้จักเธอดีราวกับรู้จักกันมาตลอดชีวิตผมคิดได้แค่นั้น เพราะจู่ๆ ก็รู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ความพยายามที่จะทรงตัวไว้ทั้งหมดล้มเหลว จึงเซหลุนๆ ไปพิงผนังห้องไว้...ห้องทั้งห้องหมุนคว้าง“ไอซ์ นายเป็นอะไร” นาธานเบิกตากว้าง “นาย...”“ไม่ต้องตามหมอ แค่ตามพ่อของฉันให้ที” ผมรู้สึกว่ามีสิ่งผิดปกติขึ้นกับตัวเอง ผิดปกติมากๆ คิดเร็วๆ ว่าพ่อของผมซึ่งเป็นแพทย์ใหญ่ประจำโรงพยาบาลของเมืองเท่านั้นที่จะช่วยได้“นายเป็นอะไร”“ฉันไม่รู้ แต่ฉันรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ไม่แน่ใจว่าเป็นผลจาก...” ผมตอบเพื่อนรักได้แค่นั้น ก่อนที่จะเกิดความรู้สึกคล้ายๆ ขาดอากาศหายใจแบบเฉียบพลัน มือที่แตะอยู่ข้างผนังรูดลงมา แล้วสติก็ดับวูบลงทันทีฉันรู้สึกได้กลิ่นหอมแปลกๆ ไม่แน่ใจว่ามันคือกลิ่นดอกไม้ หรือกลิ่นน้ำหอม ความรู้สึกต่อมาก็คือคอแห้ง และหิวน้ำมาก ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ทั้งๆ ที่อยากจะเปิดเปลือกตาให้เร็วกว่านั้น แต่ก็ทำไม่ได้แสงไฟเพดานกระทบเข้ากับนัยน์ตา มันทำให้ต้องหยีตา ความรู้สึกแรกคือฉันกำลังอยู่ให้ห้องที่ไม่คุ้นเคย เสียงก้าวเท้ามาจากอีกมุมหนึ่งของห้อง ฉันกะพริบตาหันไปทางทิศที่เกิดเสียง พบว่าร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่คุ้นเอาเสียเลย“คุณฟื้นแล้ว” รอยยิ้มยินดีจากชายหนุ่มร่างท้วม หน้าตาใจดีไม่มีพิษภัย “เป็นไงบ้างครับ”เขาเป็นใคร ฉันอยู่ที่ไหน แล้วทำไม...คำถามหลายคำถามผุดขึ้นมาในหัวของฉันในคราวเดียว“ฉัน...อยู่ที่ไหน ฉันต้องกลับบ้าน ช่วย...” แม้จะพยายามลุกขึ้น แต่อาการเวียนหัวเฉียบพลันทำให้ต้องทิ้งตัวกลับไปที่เดิม “ฉันเป็นอะไรไปเนี่ย”“คุณคงแพ้การเดินทางข้ามเวลาน่ะครับ แต่ดูจากอาการทั่วไปแล้วไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ ชีพจรปกติ ความดันปกติ”“แพ้อะไรนะ” ฉันขมวดคิ้ว ความทรงจำทั้งหมดของฉันกลับคืนมา ภาพสุดท้ายที่จำได้คือ นายไอซ์บังคับให้ฉันไปที่ไหนกับเขาสักแห่งฉันทะลึ่งตัวพรวดขึ้นทันที“ระวังตัวด้วยครับคุณยาย คุณเพิ่งฟื้นมาจากการข้ามเวลาเป็นร้อยปี”อ๊ะ!!! เจ้าหนุ่มร่างอวบนี่เรียกฉันว่าคุณยาย“ผมนาธานครับ เป็นหลานของหลาน ของหลานของคุณยาย ที่เราเคยเจอกันผ่านหน้าจอไงครับ ข้อความที่ผมฝากไปกับไอซ์”ข้อความ...จำได้ล่ะ“นายเป็นคนส่งไอ้หุ่นกระป๋องนั่นไปหาฉันเหรอ”“หุ่นกระป๋อง? “ สีหน้าคนถามออกอาการฉงนสุดๆ “คุณยายหมายถึงไอซ์น่ะเหรอ”“ใช่ เจ้านั่นนั่นแหละ อ้อช่วยเรียกฉันว่าอิงลดา ฉันยังไม่มีลูก จึงยังไม่ได้เป็นยายของใคร”เจ้าหนุ่มสองคนนี่อาจกำลังเล่นละครหลอกเพื่อต้องการอะไรสักอย่าง“ครับ คุณอิง” น้ำเสียงของคนพูดดูรื่นรมย์ ท่าทางเขาจะเป็นคนขี้เล่นกว่าเพื่อนของเขามาก “ไม่เรียกยายก็ได้ ผมลืมไปว่าผู้หญิงยุคของคุณอิงกลัวความแก่มากๆ”พูดยังกับอนาคตผู้หญิงไม่กลัวแก่งั้นแหละ ฉันหันไปมองรอบตัว “นี่ที่ไหน แล้วพวกนายพาฉันมาที่ทำไม ฉันอยากกลับบ้าน ถ้านายเป็นญาติของฉันจริงๆ ก็รีบพากลับบ้านสิ”นาธานส่ายหน้า “ผมอยากจะพาคุณกลับเหมือนกันนะครับ แต่...ตอนนี้ยังทำไม่ได้”“หมายความว่ายังไง”“ไอซ์พาคุณยายข้ามเวลามาที่นี่ โลกอนาคตสองร้อยปีนับจากที่คุณมีชีวิตอยู่”“นายก็พาข้ามกลับไปสิ...ไม่เห็นจะยาก ถ้าเขาพามาง่ายๆ แบบนั้นละก็ พาฉันไปที่กล่องแปลกๆ ของพวกนาย แล้วพาฉันกลับไปเดี๋ยวนี้”คนฟังถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ผมก็อยากจะทำให้หรอกครับ ถ้าเป็นไปได้ อยากตามคุณไปที่โลกโน้นด้วยเลย แต่...มันมีเรื่องยุ่งยากเกิดขึ้นแล้วน่ะสิครับ” คนพูดนิ่งไปอึดใจ “นายไอซ์พาคุณกลับมา เพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น แต่ระหว่างเดินทางไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เครื่องย้อนเวลามันทำงานผิดปกติ แล้วก็…”หมายความว่า ไม่...ให้ตายเถอะ ฉันหวังว่าสิ่งที่กำลังได้ยินอยู่นี่เป็นฝันร้าย ไม่ใช่ความจริงนาธานก้มหน้าหลบตา “ผมพยายามจะแก้ไขแล้ว แต่ยังไม่สำเร็จ”ฉันหรี่ตา “นายไอซ์นี่ไม่ใช่หุ่นของนายหรอกรึ”นาธานส่ายหน้า “เขาเป็นเพื่อน...เพื่อนสนิทที่ทำโครงการนี้กับผมครับ”แสดงว่าฉันเข้าใจผิด“แล้วนายไอซ์นั่นไปไหน ทำไมไม่มาช่วยแก้เครื่องย้อนเวลาที่เสียล่ะ...ทำอะไรแล้วไม่รับผิดชอบแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน อยากไปก็ไป อยากมาก็มา แถมบังคับให้ฉันมาโดยไม่เต็มใจอีก พวกนายนี่ทำอะไรไม่คิดถึงใจคนอื่นกันเลยนะ”นาธานส่ายหน้า “ผมว่ายายนี่ขี้บ่นจริงๆ มิน่าถึงถูกผู้ชายทิ้ง”“น๊ายยยย” ฉันคว้าหมอน ขว้างไปยังร่างท้วม เขาหลบไม่ทันจึงโดนเข้าอย่างจัง แต่แทนที่จะโกรธ กลับกลั้นยิ้ม“นายขำอะไร”“ยายอารมณ์ร้ายเหมือนแม่ของผมเลย เชื่อแล้วว่าตระกูลเดียวกัน”ฉันเม้มปาก “ไปตามนายไอซ์มา จัดการแก้เครื่องอะไรนั่นของนายเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นนายจะเจออารมณ์ร้ายของฉันมากกว่านี้อีก จะหาว่าไม่เตือน แล้วช่วยเรียกฉันว่า อิง ไม่ใช่ยายได้ไหม”“ผมลืมอีกแล้ว…เสียใจด้วยครับคุณอิง ผมทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะตอนนี้ไอซ์อยู่โรงพยาบาล...”“อะไรนะ”“เขาหมดสติ ยังไม่ฟื้น” สีหน้าของนาธานกังวลขึ้นทันที “พ่อของไอซ์ ซึ่งเป็นนายแพทย์ใหญ่ประจำโรงพยาบาลกำลังพยายามช่วยเขาอย่างเต็มที่ ผมรีบกลับมาดูคุณก่อน เพราะกลัวว่าฟื้นขึ้นมาแล้วไม่เจอใคร หรือคุณอาจเป็นอะไรไปอีกคน แต่เท่าที่ดูจากท่าขว้างหมอน คุณน่าจะโอเคกว่าเพื่อนผมเยอะ”“....”ฉันเม้มปาก ไม่ได้ตกใจที่นายนั่นอาจจะตาย หรือเป็นเจ้าชายนิทราตลอดชีวิต ที่กังวลเพราะว่าการที่เขาอาจป่วยมันหมายถึงว่าฉันจะไม่ได้กลับไปยังที่ที่ตัวเองจากมา...อย่างน้อยก็อีกระยะหนึ่ง“พวกนายทำอะไรลงไปรู้หรือเปล่า” ฉันคว้าหมอนอีกใบที่อยู่ใกล้ตัว ตั้งใจจะปาใส่เขาอีกที ...จู่ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นที่นาฬิกาข้อมือของเขา“ครับคุณน้า” นาธานกรอกเสียงผ่านหน้าปัดนาฬิกาโดยไม่ต้องรับสาย “ได้ครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละ สวัสดีครับ” พูดจบก็เงยหน้าขึ้นมามองฉัน “คุณยาย เอ๊ย คุณอิงครับ เจ้าไอซ์ได้สติแล้ว”หมอนที่อยู่ในมือของฉันลดลงอยู่ในระดับที่ปลอดภัย“พาฉันไปหาเขา เดี๋ยวนี้”“ไม่ได้หรอกครับ ไม่มีใครรู้เรื่องที่ไอซ์พาคุณมาที่นี่ มันผิดกฎหมาย และเป็นเรื่องร้ายมากหากข่าวว่ามีมนุษย์ในยุคสองร้อยปีก่อนมาอยู่ในปัจจุบัน พวกผมจะถูกสอบสวนหนัก โครงการวิจัยอาจถูกยกเลิก แถมคุณอาจจะถูกกักขังหรือทำอะไรสักอย่างที่พวกผมคุมกันไม่ได้”“แล้ว...”“ผมจะรีบไปโรงพยาบาล ไปดูอาการของไอซ์ ถ้ามันโอเค ผมสัญญาว่าจะพามันกลับมาแก้เครื่องให้คุณเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตอนนี้ ผมขอให้คุณเชื่อใจผม รออยู่ที่นี่ ห้องนี้มีทุกสิ่งที่คุณจำเป็น เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมกลับมา แล้วเราค่อยคุยกันต่อ...นะครับ” คนพูดไม่ยอมให้ฉันได้คิดอะไรต่อ หันหลัง ก้าวเร็วๆ ออกจากห้องนั้นไปทันทีที่พูดจบฉันทิ้งหมอนลงบนพื้น มองไปรอบๆ บริเวณ แม้ห้องนี้มันจะสวยน่าอยู่ และคงไม่มีใครในยุคของฉันที่จะมีโอกาสได้มาอยู่ ณ จุดเวลานี้เหมือนฉัน แต่...ถ้ากลับไปไม่ได้ การมาที่นี่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับฉันเลย ให้ตายเถอะ!
ดีมากคับ
14d
0ดีมาก
19/06
0ดีมากๆ
15/06
0ดูทั้งหมด