logo
logo-text

Download this book within the app

Chapter 3

"ไออุ่น ลูกไม่ต้องเป็นห่วง เรื่องแค่นี้เอง พ่อรับมือไหวอยู่แล้ว”
“ถึงพ่อจะรับมือไหว แต่อุ่นก็อยากจะรับรู้นะครับว่าพ่อกำลังเผชิญกับปัญหาอะไรอยู่”
ถึงแม้ผู้เป็นพ่อจะพยายามพูดให้แฝดคนพี่คลายความกังวลลง แต่ไออุ่นก็ไม่ได้จะเลิกล้มความตั้งใจที่อยากจะรับรู้ปัญหา เพื่อแบ่งเบาความทุกข์ใจจากผู้เป็นพ่อบ้าง
“เอาเป็นว่าพ่อกำลังหาทางออกสำหรับเรื่องนี้อยู่ อุ่นไม่ต้องเป็นกังวลไปนะลูก แต่พ่อมีเรื่องที่จะขอ อุ่นสักอย่างหนึ่ง”
“มีเรื่องอะไรครับ?”
ชายสูงวัยถอนหายใจเฮือกใหญ่เหมือนกำลังชั่งใจ เรื่องที่จะพูดกับลูกชายคนโต
สายตาอ่อนแรงของพ่อเลี้ยงเกษมมองหน้าลูกชายสุดที่รัก ก่อนที่เอื้อนเอ่ยคำพูดที่มันเปรียบเสมือนเป็นคำสั่งเสียออกมา
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อุ่นอย่าทิ้งน้อง ทิ้งไร่ อุ่นต้องดูแลน้อง ดูแลไร่แทนพ่อนะ สัญญากับพ่อได้ไหม”
“ครับ อุ่นสัญญาว่าอุ่นจะไม่ทิ้งน้อง ทิ้งไร่”
ถึงจะข้องคาใจกับคำพูดของบิดา แต่ไออุ่นก็รับปากด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่ว่ามันเป็นหน้าที่ แต่สิ่งที่ผู้เป็นพ่อฝากให้ดูแลแทนนั่นคือสิ่งที่ไออุ่นรักเช่นกัน
“พ่อรักลูกทั้งสองคนนะ”
“อุ่นก็รักพ่อครับ”
พ่อเลี้ยงเกษมดึงตัวลูกชายคนโตเข้ามากอด มือแห้งกร้านของชายสูงวัยลูบหลังเจ้าแฝดคนพี่เบาๆ ความรัก ความห่วงใยทั้งหมดที่มีของผู้เป็นพ่อ ถูกถ่ายทอดส่งผ่านสัมผัสจากฝ่ามือหนา
“อะไร แอบบอกรักกัน แอบกอดกัน อุ่นไม่ยอมนะ กอดอุ่นด้วยเลย”
พ่อเลี้ยงเกษมกับแฝดผู้พี่หันไปมองเจ้าของเสียง ที่กำลังวิ่งอ้าแขนออกกว้าง โผเข้ามาหาทั้งสองคน ซึ่งการกระทำของอุ่นรักเรียกรอยยิ้มให้กับผู้เป็นพ่อและแฝดคนพี่ได้ไม่น้อย
“มาๆ เจ้าเด็กดื้อ”
หมับ แขนเรียวของอุ่นรักโอบกอดเกี่ยว พี่ชายฝาแฝดกับบิดาเอาไว้แน่น
“มันแน่นไปแล้วนะอุ่น”
“แน่นๆ สิดี พ่อกับพี่อุ่นจะได้รู้ว่า อุ่นรักพ่อกับพี่มากแค่ไหน”
พ่อเลี้ยงเกษมวาดวงแขนอีกข้างมาโอบกอดลูกชายคนเล็ก ทั้งสามคนพ่อลูกต่างแสดงความรักที่มีต่อกัน
“พ่อรักลูกทั้งสองคนมากนะ”
"พวกเราก็รักพ่อครับ”
แฝดพี่แฝดน้องบอกรักพ่อของพวกเขาออกมาพร้อมกัน
“เข้าไร่กันได้แล้วลูก เดี๋ยวพ่อจะไปทำธุระ”
“พ่อขับรถดีๆ นะครับ”
ทั้งสามคลายกอดอ้อมออกจากกัน และเตรียมตัวแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเอง
“พ่อครับ กลับมาทานข้าวเย็นด้วยกันนะครับ อุ่นจะทำกับข้าวไว้รอ”
ก่อนที่จะก้าวพ้นประตูบ้านออกไป แฝดคนน้อง ก็หันกลับมาส่งยิ้มแป้น พร้อมกับกำชับให้ผู้เป็นพ่อกลับมาให้ทันอาหารเย็น
“พ่อจะกลับมาให้ทันนะลูก”
“อุ่นกับน้องจะรอพ่อกลับมาทานข้างเย็นด้วยกันนะครับ”
รอยยิ้มอ่อนๆ ระบายแต่งแต้มบนใบหน้าหวานของไออุ่นส่งมาให้ผู้เป็นพ่อ
“ได้ลูกได้ พ่อจะรีบทำธุระให้เสร็จทันเวลานะ”
รถกระบะสี่ประตูยกสูงของพ่อเลี้ยงเกษมขับพ้นออกมานอกประตูไร่ ก็ปรากฏรถกระบะสีดำที่แล่นออกมาจากที่ซ่อน แล้วขับตามรถของพ่อเลี้ยงเกษมไปห่างๆ เพื่อไม่ให้ฝ่ายที่โดนสะกดรอยตามนั้นรู้ตัวเสียก่อน “มึงโทรรายงานนายสิ ว่ามันออกมาแล้ว”
ชายฉกรรจ์ที่ทำหน้าที่เป็นคนขับรถบอกอีกคนให้โทรศัพท์รายงานความเคลื่อนไหวของพ่อเลี้ยงเกษม
กับผู้เป็นนาย ชายหน้าเหี้ยมกดโทรศัพท์โทรออกไปยัง ปลายสายที่ต้องการ
“ฮัลโหลครับนาย”
(ว่ายังไง ได้ความคืบหน้าอะไรบ้าง)
“มันออกไปข้างนอกแล้วครับนาย”
(อืม ขับรถตามมันไป แล้วหาโอกาสเหมาะๆ จัดการมันซะ ในเมื่อขอซื้อดีๆ แล้วไม่ขาย กูก็จะเชือดไก่ให้ลิงดู แล้วคอยดูสิว่า ถ้าเหลือแต่ลูกชายของมัน จะมีปัญญารักษาไร่เอาไว้ไหม)
เสียงทุ้มต่ำของใครคนหนึ่งออกคำสั่งส่งมาตามสายสัญญาณโทรศัพท์ ให้จัดการกับพ่อเลี้ยงเกษม โทษฐานดื้อดึงไม่ยอมให้ในสิ่งที่ตัวเขาเองต้องการ
รถกระบะสีดำของชายฉกรรจ์ทั้งสองคนค่อยๆ ขับ ตามรถเป้าหมายมาห่างๆ แต่ไม่ได้ไกลเกินจนคาดสายตา กลุ่มคนร้ายติดตามมาอย่างใจเย็นรอจังหวะเวลา ที่เหมาะสมจะจัดการเป้าหมายตามคำสั่งชั่วร้าย ของผู้เป็นนาย เมื่อเห็นว่ารถของเป้าหมายขับออกห่างจากอาณาเขต ‘ไร่ไออุ่นรัก’ ไกล พอที่จะไม่มีคนของไร่มารู้เห็นในเหตุการณ์แล้ว
ชายฉกรรจ์ผิวเข้มที่ทำหน้าเป็นพลขับจึงเร่งความเร็วให้ทันรถของเป้าหมาย แล้วขับขึ้นไปเคียงคู่กับรถของพ่อเลี้ยงเกษม เมื่อชายสูงวัยมองรถกระบะสีดำปริศนาที่สังเกตเห็นว่าขับตามรถของตัวเองมาตั้งแต่ออกไร่ จนตอนนี้ได้เร่งความเร็วขึ้นมาขับเคียงคู่กับรถตัวเองแล้ว ความเร็วของรถที่เท่าๆ กัน แต่ไม่คิดที่จะแซงขึ้นไปเสียที เมื่อเห็นอย่างนี้แล้วชายสูงวัยจึงรีบเร่งความเร็วของรถเพิ่มขึ้น เพื่อจะได้หลุดพ้นออกจากตรงนี้
เมื่อชายฉกรรจ์เห็นว่าพ่อเลี้ยงเกษมรู้ตัวแล้วและ กำลังจะเร่งความเร็วเพื่อหลบหนี ชายฉกรรจ์ผิวเข้มจึงหัก พวงมาลัยรถเบี่ยงขวา เพื่อเบียดรถคันสวยของชายสูงวัย
“เฮ้ย”
ด้วยความตกใจจึงทำให้พ่อเลี้ยงเกษม หักพวงมาลัยรถออกขวาอย่างอัตโนมัติ เป็นเพราะความเร็วของรถที่แล่นมา จึงทำให้ชายสูงวัยไม่สามารถที่จะควบคุมรถให้อยู่ในเส้นทางได้ รถกระบะสี่ประตูคันสวยเสียหลักแฉลบลงข้างถนนพุ่งเข้าไปชนต้นไม้ใหญ่อย่างจัง
โครม! เสียงวัตถุเคลื่อนที่เร็วปะทะเข้ากับต้นไม้ ใหญ่ข้างถนนเสียงดังก้องบริเวณนั้น ควันสีขาวพวยพุงออกมาจากหน้ากระโปรงรถกระบะคันสวย ซึ่งตอนนี้มันบู้บี้ด้วยแรงกระแทก รถกระบะสีดำจอดมองดูเหตุการณ์อยู่ห่างออกไป เวลาผ่านไปสักพัก เมื่อไม่เห็นความเคลื่อนไหวของคนภายในรถ ชายฉกรรจ์ทั้งสองคนจึงลงมาจากรถแล้วเดินกึ่งวิ่งตรงไปยังรถของพ่อเลี้ยงเกษม
“เฮ้ย มันตายหรือยังวะ”
พลขับร้องถามชายหน้าเหี้ยมที่อ้อมไปดูฝั่งของชายสูงวัย
“ยังวะ มันยังหายใจอยู่ ตอนนี้อาจจะแค่สลบไป”
ชายฉกรรจ์ทั้งสองคนยืนมองดูร่างที่โชกไปด้วยเลือด กำลังสลบคาพวงมาลัยรถ มีเพียงลมหายใจโรยรินเท่านั่นที่พอบ่งบอกได้ว่าชายสูงวัยยังมีชีวิตอยู่
“งัดตัวเอามันออกมาเลยจะได้รีบไปจากที่นี่”
ชายคนขับรถรีบบอกให้ชายหน้าเหี้ยมจัดการนำร่างไร้สติของพ่อเลี้ยงเกษมไปขึ้นรถของพวกตนเอง

Book Comment (410)

  • avatar
    Tanyawee

    สนุกดีคะ

    31/03

      0
  • avatar
    กุลยา ฯ.

    ดีมาก

    23/03

      0
  • avatar
    แก้ม ใส คนปกติ

    สนุกแล้วก็เพลินมากค่ะแนะนำให้อ่านลองดู

    29/01

      0
  • View All

Related Chapters

Latest Chapters