"แต่งครับ ผมมาที่นี่เพื่อชดใช้สิ่งที่พ่อผมเคยทำผิดกับคุณปู่และแม่ของคุณ ถ้าหากการแต่งงานครั้งนี้ มันจะทำให้ความเจ็บช้ำ ความเคียดแค้นที่มีเบาบางลงไป ผมยินดีรับมันไว้" อธิปพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สีหน้าและแววตาที่แสดงออกมาบ่งบอกถึงความตั้งใจที่แท้จริง ร่างบางจึงยอมใจอ่อนไม่คัดค้านต่อ“ถ้าอย่างนั้นตามใจคุณล่ะกันครับ”“อืม…เราไปลองชุดดีกว่า ช่างเขารอนานแล้ว”“ครับ”เมื่อได้เปิดใจพูดคุยกัน ความอึดอัดระหว่างพวกเขาทั้งสองก็เริ่มคลี่คลายเบาบางลง แต่ก็ยังคงมีอาการเคอะเขินกันอยู่บ้าง เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็ยังเป็นคนแปลกหน้าของกันและกันอยู่ดีทั้งสองคนเลือกชุดเสื้อสีขาวกางเกงสีน้ำตาลอ่อน เป็นแบบที่เรียบง่ายแต่ดูดี เสื้อทรงกระบอกที่ตรงกลางตกแต่งด้วยผ้าทอลายพื้นเมืองและกระดุมไม้ขัดเงาร่างสูงเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยท่าทางเกๆ กังๆ พลางเอนซ้ายทีขวาทีเพื่อดูเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ ก่อนจะเรียกอีกฝ่ายให้ช่วยดู“คุณช่วยผมดูหน่อย มันต้องแก้อะไรอีกไหม?” วริศหันไปมองเจ้าของเสียงทุ้มพลางอมยิ้มเอ็นดูในท่าทางเคอะเขิน ไม่มั่นใจในตัวเอง ทั้งที่คนรูปร่างหน้าตาอย่างเขาต่อให้สวมใส่เสื้อผ้าขาดมอซอยังดูดีเลย“ผมว่ามันพอดีแล้วนะ ต้องไม่แก้อะไรแล้ว”“แต่ผมว่ามันหลวมๆ โค่งๆ ยังไงก็ไม่รู้”“คุณไม่เคยใส่ชุดพื้นเมืองใช่ไหม?” คิ้วหนาเลิกขึ้นสูง ก่อนจะพยักหน้าหวานพร้อมกับตอบกลับ“ใช่”“มิน่าล่ะ ถึงไม่มั่นใจ เอาเป็นว่าไม่มีอะไรต้องแก้แล้วครับ โอเคแล้ว”“ผมไม่ค่อยมั่นใจเลย แฮะ”“คุณดูดีมากแล้ว” คนตัวเล็กเอ่ยปากชมอีกฝ่ายด้วยเสียงแผ่วเบาพร้อมกับเบือนหน้าสวยไปอีกด้าน“เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ?”“อ๋อ…ผมบอกว่า ถ้าโอเคแล้วผมจะไปตามช่างเข้ามา” ว่าแล้วคนตัวเล็กก็เดินดุ่มๆ ไปยังประตูห้องที่มีช่างตัดชุดยืนรออยู่“เสร็จแล้วครับ” หญิงวัยกลางคนทั้งสองเดินเข้ามาภายในห้อง พร้อมกับมองดูเสื้อผ้าที่อยู่บนเรือนร่างของว่าที่เจ้าบ่าวทั้งสองอย่างเพ่งพิศ ก่อนจะเอ่ยปากชมเปราะ“ดูดีมากเลยค่ะ ทุกอย่างมันลงตัวอย่างพอดี ไม่มีอะไรต้องแก้เลย”“ใช่ค่ะ ดิฉันไม่รู้ว่าจะชมพวกคุณทั้งสองคนว่าหล่อหรือ สวยดี แต่คือรวมๆ แล้วพวกคุณดูดดีมากค่ะ”“ขอบคุณครับ” หมอกเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยิ้มอย่างเอียงอาย ในขณะที่อีกคนแค่ยิ้มแห้งๆ อธิปไม่ชอบเวลาที่มีใครมาชมว่าเขาหน้าหวานหรือสวย เพราะนี่มันคือปมที่อยู่ในใจของเขามาตั้งแต่เด็กจนโต วาฬมักจะถูกคนอื่นๆ ว่าเป็นเกย์ ว่าออกสาวโดยมองและตัดสินแค่จากรูปลักษณ์ภายนอก มันจึงทำให้เขามีอคติ รู้สึกที่ไม่ดีต่อคนที่มีเพศสภาพแบบนี้“ผมไปถอดชุดได้แล้วใช่ไหมครับ?” ร่างสูงถามขึ้น“ได้เลยค่ะ เดี๋ยวพวกเราขอตัวกลับเลยล่ะกันนะคะ”“ครับ” ว่าช่างตัดเย็บเสื้อผ้าทั้งสองคนก็ช่วยกันหอบหิ้วชุดที่เหลือกลับร้านเพลินตาเดินประคองชายชราออกมาดูคนงานที่กำลังช่วยกันจัดเตรียมสถานที่งานแต่งอย่างแข็งขัน ลานสนามหญ้าหน้าบ้านถูกตกแต่งด้วยดอกกุหลาบสีขาวและสีชมพู มีทั้งแบบ จัดใส่แจกันขนาดใหญ่และมีทั้งแบบจัดเป็นซุ้มประตู กลิ่นหอมของดอกกุหลาบส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณชายชราเดินขึ้นไปยืนอยู่บนเวทีเล็กๆ แล้วมองไปรอบบริเวณงานด้วยสีหน้านิ่งเฉย แต่ทว่าในแววตากลับมีความประหวั่น เพราะภาพเหตุการณ์ในครั้งอดีตกำลังคืบคลานเข้ามาเหยียบย่ำให้หัวใจของชายชราต้องเจ็บช้ำอีกครั้ง“คุณลุงคิดอะไรอยู่คะ?” เพลินตาเดินขึ้นไปยืนเคียงคู่กับชายชราแล้วเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง“คุณลุงกำลังนึกเหตุการณ์ในวันนั้นอยู่หรอคะ?”“ใช่”“มันต้องไม่เกิดขึ้นอีกค่ะ ครั้งนี้คนที่เจ็บช้ำต้องไม่ใช่เราค่ะคุณลุง มันถึงเวลาที่ผู้ชายคนนั้นต้องชดใช้ให้เราแล้วล่ะค่ะ”ความเคียดแค้นที่บ่มเพาะมานานเกือบสามสิบปี รอวันที่จะได้เอาคืนและโอกาสก็มาถึง เพลินตาไม่รีรอที่จะตอบตกลง เมื่อชายชรายื่นข้อเสนอให้มาร่วมแผนการในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าสิ่งที่ต้องแลกคือลูกชายของเธอก็ตาม“ไอ้แสน” ชบาที่กำลังยืนจัดซุ้มประตูดอกไม้อยู่ส่งเสียงเรียกลูกชายพร้อมกับกวักมือไหวๆ“มีอะไรหรอแม่ ฉันต้องรีบไปจัดเวทีต่อ”“คนที่จะแต่งงานกับคุณวริศคือลูกชายของคุณอภิชาติจริงๆ หรอวะ?” หญิงร่างท้วมยกมืออวบขึ้นมาป้องปาก ก่อนจะกระซิบกระซาบถามลูกชาย“อีกไม่กี่ชั่วโมงงานก็เริ่มแล้ว แม่ว่าจริงไหมล่ะ” แสนคำย้อนถามคนเป็นแม่ด้วยถ้อยคำยียวน“คุณอภิชาตเขาคิดอะไรอยู่ ทำไมถึงปล่อยลูกให้มาแต่งงานกับเกย์ หรือจะเป็นเพราะอยากเอาอกเอาใจพ่อเลี้ยง เพื่อมรดก”“จะเพราะอะไรก็ช่างเถอะแม่ มันไม่ใช่เรื่องของเรา เรามีหน้าที่จัดเตรียมงานให้ทันเวลาก็ทำไป” ว่าแล้วชายหนุ่มก็เดินออกไปด้วยความเบื่อหน่ายความช่างเม้าท์ของมารดาสาลี่คู่หูช่างเม้าท์ของชบาขยับเข้ามาใกล้ พลางกระซิบถาม“ชบา ไอ้แสนมันว่ายังไง ใช่ลูกชายของคุณอภิชาติไหมที่จะแต่งงานกับคุณหมอก?”“ใช่”“นั่นไง ฉันว่าแล้ว” สาลี่ตบมือฉาดพร้อมกับทำหน้าภูมิอกภูมิใจที่คาดเดาถูก แล้วก็ปากยื่นปากยาวนินทาเจ้านายต่อ“แล้วแกว่าแต่งเพราะอะไรวะ? ฉันว่าต้องเกี่ยวกับมรดกอย่างแน่นอน”“มันก็แหง่อยู่แล้ว ถ้าไม่อย่างนั้นจะให้ลูกชายมาแต่งกับเกย์ทำไมล่ะ”“เห็นเขาพูดกันว่าหน้าตาหล่อด้วยไม่ใช่หรอแก”“ใช่ ไอ้แสนมันพูดว่าอย่างนั้นนะ หน้าหวานจนผู้หญิงอายเลยล่ะแก”“ขนาดนั้นเลยหรอวะ หรือจริงๆ แล้วลูกชายของคุณอภิชาตก็เป็นเกย์เหมือนกับคุณหมอกเหมือนกันวะ”“เออนั่นสิ ถ้าไม่เช่นนั้นจะยอมมาแต่งด้วยทำไม ถ้าหากไม่ได้เป็นพวกเดียวกัน”ในขณะที่สองขาเม้าท์ประจำไร่กำลังนินทาเจ้านายอย่างออกรสออกชาติอยู่นั้น ก็มีดอกกุหลาบช่อโตวางลงบนโต๊ะตรงหน้า พร้อมกับเสียงกระแอมที่คุ้นเคย“อะแฮ่ม”“พี่สม!” ทั้งสองสาวใหญ่เรียกชื่อผู้มาใหม่อย่างหน้าตาตื่นเพราะตกใจ“เออข้านี่แหละ มัวแต่นินทาเจ้านาย ถ้าหากงานเสร็จไม่ทันเวลา โดนพ่อเลี้ยงเล่นงาน ข้าจะสมน้ำหน้าพวกแกสองคนให้” สมหมาย หัวหน้าคนงานหรือสามีของชบาพูดขึ้น พลางมองสาวใหญ่ทั้งสองคนด้วยสายตาเอือมระอาในความช่างนินทา“แหมพี่สม พวกฉันสองคนก็แค่คุยกันเฉยๆ ไม่เห็นมีอะไรเสียหายเลย”“อยากรู้ว่าจะเสียหายไหม? แกลองไปคุยกันใกล้ๆ พ่อเลี้ยงกับคุณเพลินตาดูไหมล่ะ นังนี่ อยากจะตกงานตอนแก่ใช่ไหม? รีบๆ ทำเข้าอีกถึงสองชั่วโมงงานจะเริ่มล่ะนะ” พูดจบสมหมายก็เดินจากไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อเฮ้อ! ลูกชายของไรต์จะเอาตัวรอดได้ไหมเนี่ย ทั้งคุณปู่จอมเผด็จการ ทั้งคนงานชอบเม้าท์ทั้งแม่ยายที่เจ้าคิดเจ้าแค้นอีก ให้กำลังใจพี่วาฬกันเยอะนะคะ
ดีมากกก
03/04
0สนุกๆๆๆ
01/04
0เริ่ดดด
23/03
0View All