คู่หมาย ที่ชายชราพูดถึงนั่นก็คือหลานของเพื่อนเก่าแก่ของเขา ที่เคยหมายมั่นอยากจะให้ลูกๆ เกี่ยวดองกัน แต่ทว่าอภิชาติกลับพังงานแต่งงานจนยับย่อย ทำให้ทั้งสองครอบครัวต้องอับอายขายขี้หน้าไปทั่วจังหวัด และยังเกือบจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่ดีต้องพังลงพ่อเลี้ยงสุชาติและเพื่อนรักได้ให้คำสัตย์สัญญากันขึ้นมาใหม่ ในเมื่อรุ่นลูกเกี่ยวดองกันไม่สำเร็จสัญญาก็ตกมาอยู่ที่รุ่นหลาน จึงทำให้ชายชราต้องจ้างบริษัทนักสืบให้ตามหาครอบครัวของลูกชายและคอยดูความเคลื่อนไหว จนถึงเวลาอันควรเขาจึงได้ให้ทนายความร่างข้อตกลงแล้วส่งไปยังบ้านของนายอภิชาติ“เอ่อ…คุณปู่ครับ ผมขอถามได้ไหมครับ?”“ถามอะไร?” ชายสูงวัยตอบกลับเสียงห้วน“คู่หมายของผม เขาเต็มใจที่จะแต่งงานกับผมหรอครับ?”“ทำไมแกถามแบบนั้น?” สายตาแข็งกร้าวปรายมองหลานชาย ถ้าหากมันเป็นคมมีดหน้าหวานคงได้แผลเหวอะหวะเป็นแน่“ผมก็แค่อยากจะรู้ครับ ว่าผู้หญิงเขายอมแต่งงานกับคนที่ไม่เคยหน้า ไม่เคยรู้กันได้จริงๆ หรอครับ”“หึ แกก็รอถามเขาเองสิ ประเดี๋ยวคงมาถึงแล้ว”สิ้นคำพูดของเจ้าของไร่อุ่นรัก คนงานผู้หญิงก็พาแขกกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาส่งยังห้องรับแขก“นั่นไงมาถึงกันแล้ว” หนุ่มหน้าหวานหันไปมองกลุ่มคนมาใหม่ คิ้วหนาขมวดย่นเมื่อเห็นแขกผู้มาเยือนทั้งสาม เป็นหญิงชายคู่หนึ่งซึ่งดูจากหน้าตาอายุอานามน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกันกับพ่อของเขา และอีกคนคือชายหนุ่มรูปร่างบางอ้อนแอ้นหน้าสวยคมอีกหนึ่ง แล้วไหนล่ะหญิงสาวคู่หมั้นคู่หมายของเขา“แกไม่ต้องสงสัยไปหรอก อีกไม่กี่นาทีแกก็ได้รู้แล้ว” ผู้เป็นปู่พูดขึ้นราวกับหยั่งรู้ความคิดของหลานชายได้ อธิปปรายตามองชายชราที่กำลังกระหยิ่มยิ้มย่องด้วยความรู้สึกแปลกๆ เขาไม่อยากจะไว้วางใจกับรอยยิ้มนี้ มันเหมือนว่าพ่อเลี้ยงสุชาติกำลังสะใจอะไรสักอย่าง“อ้าว…เข้ามาๆ แม่เพลินตากับพ่อวินัย พาลูกมานั่งตรงนี้ มาๆ”“สวัสดีค่ะ คุณลุงสุชาติ”“สวัสดีครับคุณลุง”“สวัสดีครับคุณปู่ “แขกผู้เยือนทั้งสามคนยกมือขึ้นไหว้พร้อมกับเอ่ยทักทาย ก่อนจะนั่งลงที่โซฟาไม้ตามคำเชื้อเชิญของเจ้าของบ้าน ครั้นเมื่อนั่งลงกันเรียบร้อยสายตาของหญิงและชายวัยกลางคนก็เหลือบมามองหนุ่มหน้าหวานอย่างไม่ปิดบัง“คนนี้ใช่ไหมคะคุณลุง?”“ใช่แล้ว”“หน้าตาเหมือนกับแม่หวานใจทุกกระเบียดนิ้วเลยนะคะ” น้ำเสียงเคืองขุ่นเปล่งจากปากของเพลินตา ถึงแม้ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานหลายสิบปี แต่ทว่าเธอก็ยังคงจดจำความเจ็บช้ำน้ำใจในครั้งนั้นได้ดี“คุณเพลิน อย่าลืมนะว่าคุณรับปากเรื่องนี้กับคุณพ่อของคุณไว้แล้ว” เมื่อเห็นท่าทางมึนตึงของภรรยา วินัยจึงรีบปรามเอาไว้ก่อนที่เธอจะขุดคุ้ยเรื่องเก่าขึ้นมาทำให้เสียฤกษ์เสียยามอันดีงาม“ฉันรู้ ฉันก็แค่บอกว่าหน้าตาเหมือนแม่เท่านั้น”“เอาล่ะๆ อย่าทะเลาะกันให้เสียเวลาเลย มาทำความรู้จักกันอย่างเป็นทางการดีกว่า”“ขอโทษค่ะคุณลุง”“ไม่เป็นไรๆ เข้าเรื่องกันเลยดีกว่านะลุงว่า” ชายชราพูดขึ้นพลางปรายตามองอธิปและชายหนุ่มผู้มาใหม่ที่เอาแต่นั่งก้มหน้านิ่งตั้งแต่เข้ามาจนถึงตอนนี้“เชิญคุณลุงเลยครับ” นายวินัยพูดพร้อมกับก้มหัวลงเล็กน้อยด้วยท่าทางนอบน้อม“ก็อย่างที่รู้ๆ กัน เรื่องสัญญาการหมั้นหมายของทั้งสองครอบครัว ในเมื่อครั้งนั้นมีเหตุที่ทำให้เราไม่สามารถเกี่ยวดองกันได้ คำมั่นสัตย์สัญญาจึงตกมาที่รุ่นหลาน นี่คืออธิปหลานชายคนเดียวของลุง คู่หมั้นคู่หมายของหมอก” หน้าสวยเงยขึ้นแล้วชำเลืองมองร่างสูงเพียงเล็กน้อย ก่อนจะรีบก้มหน้าหลบสายตาคมที่กำลังมองมาเช่นกัน“นี่คือวริศ หรือหมอก คู่หมั้นของแก” ดวงตาคมเบิกกว้างเท่าไข่ห่านเมื่อได้ยินคำพูดของคนเป็นปู่ หน้าหวานหันขวับไปมองชายชราสลับกับหนุ่มร่างบางด้วยความรู้สึกสับสน ว่านี่มันคือความจริงหรือกำลังเล่นตลกอะไรกับเขาอยู่“แกคงกำลังสงสัยอีกแล้วใช่ไหม? ว่านี่มันคือความจริงหรือเป็นการล้อเล่น ทุกอย่างที่ฉันพูดคือเรื่องจริง หึ หึ” ว่าแล้วพ่อเลี้ยงสุชาติก็หัวเราะในลำคอพลางแสยะยิ้มออกมา“แต่…แต่นี่ผู้ชายนะครับ ผู้ชายกับผู้ชายจะแต่งงานกันได้ยังไงครับ?” อธิปพยายามคัดค้านด้วยความกระวนกระวายใจ ครั้นเมื่อเหลือบมองอีกคนกลับนั่งนิ่งเฉยราวกับว่าไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไรเลยที่ต้องแต่งงานกับผู้ชายด้วยกัน“ผู้ชายกับผู้ชายด้วยกันแล้วยังไง? หรือว่าแกจะตระบัดสัตย์เหมือนกับพ่อของแก ไหนบอกว่าจะมาชดใช้สิ่งที่พ่อของแกเคยทำไว้อย่างไรล่ะ ยังไม่ถึงไหนลายก็ออกเสียแล้ว หึ หึ”“เปล่าครับ ผมไม่ได้จะเสียคำพูด ผมแค่…แค่สงสัยเท่านั้นเองครับ ว่าผู้ชายกับผู้ชายจะแต่งงานกันได้จริงๆ หรอ” ร่างสูงรีบละล่ำละลักปฏิเสธเมื่อถูกชายชราจอมเจ้าเล่ห์จี้ใจดำ“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ขอแค่ทั้งสองฝ่ายยินยอม ทุกอย่างก็จบ จริงไหมแม่เพลินตา พ่อวินัย”“จริงที่สุดค่ะคุณลุง หมอกยินยอมทำตามคำสัตย์สัญญาทุกอย่างค่ะ จริงไหมลูก?” หญิงวัยกลางคนพูดพร้อมกับยื่นมือเรียวไปแตะที่แขนของร่างบาง“จริงครับ หมอกยอมทำตามข้อตกลงระหว่างคุณปู่ทั้งสองคนครับ” วริศตอบกลับพลางเงยหน้าสวยขึ้นลอบมองว่าที่คู่หมั้นอย่างหวาดๆ ร่างสูงที่รู้สึกว่ากำลังถูกมองจึงรีบหันหน้าไป ทำให้สายตาของทั้งสองหนุ่มสบประสานกันอย่างไม่ตั้งใจวริศรีบก้มหน้าหลบสายตาด้วยอาการเลิ่กลั่ก ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นเร็วระรัว พลางตั้งคำถามในใจ ‘อย่างนี้ใช่ไหมที่เขาเรียกกันว่าทฤษฎีสะพานแขวน?’“แล้วแกล่ะ” อธิปละสายตาจากใบหน้าสวยแล้วหันกลับมามองเจ้าของเสียงแหบพร่า ก่อนจะตอบตกลง“ผมก็ไม่มีปัญหาครับ”“ดี ถ้าเห็นพ้องกันทั้งสองฝ่าย งานแต่งงานก็จัดขึ้นได้เลย เย็นนี้เลยไหม? แม่เพลินตา”“ดีมากเลยค่ะคุณลุง” หญิงวัยกลางคนยกยิ้มพร้อมกับหันไปสบตากับชายชราอย่างมีเลศนัยเจอกันครั้งแรกก็ถูกบังคับให้แต่งงานกันเลยลูกเอ้ย จะรอดหรือจะร่วงน้อ?
ดีมากกก
03/04
0สนุกๆๆๆ
01/04
0เริ่ดดด
23/03
0View All