ศรีสิรินทร์ก้าวเท้าฉับๆ มือเรียวรวบผ้าคลุมศีรษะให้กระชับ ตรงดิ่งไปร้านอาหารที่ตั้งอยู่ตรงหน้า เธอเดินไปเลือกที่นั่งตรงมุม เพราะคิดว่าตรงนี้เป็นมุมอับสายตา“คุณผู้หญิงรับอะไรขอรับ”“ขอชุดนี้ 1 ที่” เธอชี้ไปที่เมนู“รอสักครู่ คุณผู้หญิง” บริกรรับออเดอร์ แต่ก่อนเดินจากไป ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็มาปรากฏข้างโต๊ะ“ขอเหมือนกันอีกที่” เมื่อสั่งเสร็จ บุรุษร่างกำยำในชุดกันดูเราะห์เลื่อนเก้าอี้ ไปนั่งฝั่งตรงข้าม “เอ๊ะ!!” เมื่อศรีสิรินทร์เห็นว่าร่างนั้นคือใคร เธอถลึงตาใส่“อยากเสด็จออกนอกวัง ทำไมฝ่าบาท ไม่บอกหม่อมฉัน” ฮารูนพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง วางมาดขรึมศรีสิรินทร์ไม่ตอบ แต่ลุกพรวดขึ้น หมายเดินหนี ทันใด องครักษ์หนุ่มรีบพูดว่า “ที่เรียนเมื่อเช้า ไม่ได้สอนหรือ การเป็นเจ้าหญิงพระชายาเป็นอย่างไร” ฮารูนพูดกระทบกระเทียบ ดวงตาเข้มจ้องใบหน้างดงามไม่วางตา แน่ล่ะ เขาไม่ได้หลงในความสวย แต่กำลังใช้สายตาพิฆาตตำหนิเธอต่างหากศรีสิรินทร์ชะงัก หันขวับ ตวัดนัยน์ตาคม จนมันแทบบาดองครักษ์หนุ่มให้ตายตรงหน้า อีตาบ้า!!!เธอบริพาษลั่นในใจ เพราะทำอะไรไม่ได้ ฮารูนไม่ปล่อยผ่าน ใช้วินาทีทองนี้พูดกระตุ้นให้เธอได้คิด“กระหม่อมว่าฝ่าบาทประทับที่พระเก้าอี้ดีกว่า ทรงยืนอย่างนี้เป็นเป้าสายตาคนนะ พ่ะย่ะค่ะ”ศรีสิรินทร์ชะงัก ใช่ เธอจะต่อล้อต่อเถียงกับนายฮารูนในที่สาธารณะอย่างนี้ คงไม่ดีแน่ๆ ตอนนี้ เธอไม่ได้เป็นคนธรรมดา ทว่าทุกย่างก้าวเธอต้องแบกเอายศถาบรรดาศักดิ์ไว้บนบ่า ไหนจะพระยศพระเกียรติของเจ้าชายรัชทายาทอีกล่ะ เมื่อคิดถึงตรงนี้ เธอจึงยอมนั่งลงแต่โดยดี“ขอบพระทัย ฝ่าบาท” ฮารูนค้อมศีรษะ นัยน์ตาเข้มฉายพอใจ“นายสะกดรอยตามฉัน!!...” ศรีสิรินทร์เอี้ยวตัว กระซิบกระซาบ น้ำเสียงเธอสะบัด แสดงความไม่สบอารมณ์ เป็นเวลาเดียวกับบริกรของร้านนำอาหารมาเสิร์ฟตั้งโต๊ะ ศรีสิรินทร์ชะงัก อ้าปาก ฮารูนรีบพูดตัดบท“พระกระยาหารกำลังร้อน ทูลเชิญฝ่าบาท”“นี่นาย...”องครักษ์หนุ่มไม่เปิดโอกาสให้เธอพูด เขาพูดต่อทันที “ฝ่าบาททราบได้อย่างไร ว่าเมนูอาหารนี้ เป็นเมนูขึ้นชื่อของที่นี่” พูดจบ ฮารูนได้ตักอาหารใส่ปาก “อืมมม...อร่อยมาก อุ่นกำลังกิน เนื้อแพะราดซอสน้ำชุ่มๆ นุ่มเหลือเกิน...” ฮารูนพูดยั่วน้ำลาย เพราะรู้ว่าหญิงสาวหิวแล้วองครักษ์หนุ่มลงมือกินอย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่สนว่าเธอมีสีหน้าท่าทางอย่างไร แต่สุดท้ายเพราะท้องร้องโครกๆ เธอจึงยอมลดทิฐิตักอาหาร ฮารูนแอบชำเลือง เห็นเธอทำท่าสนใจเมนูตรงหน้า “น้ำชานี่ จะทำให้รสชาติอาหารดีขึ้นนะ ฝ่าบาท” ฮารูนรินน้ำชาร้อนๆ ใส่แก้ว เลื่อนส่งให้ ศรีสิรินทร์เบ้ปากใส่ ก่อนก้มหน้ากินอาหาร เพียงคำแรกที่ลิ้มลอง หญิงสาวทำตาพอง เธอตักคำที่สอง คำที่สามก็ตามไปติดๆ ฮารูนแอบยิ้มมุมปากอย่างพอใจ ทั้งสองนั่งกินอาหารเงียบเชียบ ราวกับมาคนละโต๊ะ และต่างคนต่างกินจนอิ่ม ฮารูนลุกจากโต๊ะ ไปจ่ายบิลค่าอาหาร แต่เมื่อเขาหันกลับไป ก็พบศรีสิรินทร์อันตรธานไปจากโต๊ะเสียแล้ว“เฮ้ย!! ให้ได้อย่างนี้สิ...” ฮารูนสบถออกมา ชักสีหน้า เขาผลุนผลันออกจากร้าน เร่งฝีเท้าติดตามไปทันที ศรีสิรินทร์แฝงตัวกับฝูงชน ลัดเลาะหลบองครักษ์ออกไปเที่ยวชมเมือง เธอออกร้านนี้ เข้าร้านโน้นอย่างเพลิดเพลิน ความจริงเธอคิดเพียงแค่ขี่ม้าออกมาคลายเครียด แต่เมื่อเจอร้อยเอกฮารูนขี้เต๊ะ อารมณ์ก็พุ่งจี๊ดกับกริยาหยิ่งยโส คำพูดกวนโมโห เธอจึงอยากแกล้งกวนประสาทให้เขาหัวหมุนเล่น ราชองครักษ์ประจำตัวพระชายา เชอะ!! แต่ระหว่างศรีสิรินทร์กำลังเดินเล่นอย่างสนุกสนาน ในซอกมุมตึกมีร่างใหญ่ของฮารูนซ่อนอยู่ เขาเฝ้ามองเธอทุกฝีก้าวไม่คลาดสายตา ปล่อยให้เริงร่าชมเมืองอย่างสบายใจศรีสิรินทร์มาหยุดตรงหน้าคณะละครสัตว์ วินาทีนั้นเธอตัดสินใจซื้อตั๋วทันที เธอเข้าไปนั่งชมการแสดงอย่างสนุกสนาน เธอไม่อยากเชื่อว่าประเทศเล็กๆ จะมีการแสดงของคณะละครสัตว์เทียบเท่าระดับโลก ศรีสินรินทร์นั่งตื่นตาตื่นใจ กับสีสัน และความอลังการ โดยไม่ทันสังเกตว่ามีสายตาของคนกลุ่มหนึ่งกำลังจับจ้องอยู่ เมื่อการแสดงจบลง เธอเดินออกมาคนเดียว นั่น ทำให้คนกลุ่มนั้นตระหนักได้ว่า เธอไม่ได้มีเพื่อนมาด้วย จึงติดตามไปอย่างกระชั้นชิดทันทีศรีสิรินทร์ชะงัก รู้สึกได้ว่ามีคนติดตาม เมื่อกวาดตามองไปรอบๆ ตัว พบกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดกันดูเราะห์สีเข้ม 4-5 คนเดินตาม พระเจ้าช่วย! เธอใจหายวาบ พยายามเดินเลี่ยง แต่ทว่าหนึ่งในกลุ่มนั้นพุ่งไปคว้าแขนเธอไว้“ว้ายยยย...”ศรีสิรินทร์ดิ้นแรง สะบัดจนหลุดจากการเกาะกุม แต่ก็ไม่อาจฝ่าวงล้อมชายฉกรรจ์ไปได้ ยามคับขันเช่นนี้ เธอบอกตัวเองให้ตั้งสติ คิด คิด คิด แต่พลันกลุ่มชายฉกรรจ์แตกกระเจิง เมื่อฮารูนโผล่มาพร้อมกับศิลปะการต่อสู้ครบเซ็ต ไม่ถึงนาที ชายฉกรรจ์ดังกล่าว ก็นอนกองกลิ้งไปมาอยู่บนพื้น ฮารูนยืนมองเธอ ก่อนพูดเสียงเข้มว่า “หมดเวลาสนุกแล้ว พ่ะย่ะค่ะ” เธอเงียบ ทำให้ฮารูนได้ที พูดต่อว่า “เห็นหรือยัง นอกพระราชชังอันตรายแค่ไหน หากกระหม่อมมาไม่ทัน ฝ่าบาทจะทำอย่างไร”“ก็ไม่ทำอะไร ไปกับพวกนั้นเลยนะสิ” หญิงสาวประชด หันหลังเตรียมจะเดินหนี แต่เธอต้องเบิกตากว้าง เมื่อชายฉกรรจ์คนหนึ่งชักปืนออกมายิง เปรี้ยง!!นัยน์ตาเร็วดุจเหยี่ยวของฮารูน ทำให้เขากระโดดคว้าร่างศรีสิรินทร์ม้วนหลบไป ขณะเดียวกันมือใหญ่ปล่อยกริชเล็กที่ซ่อนไว้ในชุดกันดูเราะห์พุ่งปัก ฉึก!! ตัดขั้วหัวใจคนร้ายในบัดดล“ฝ่าบาท!! ฝ่าบาทเป็นอะไรหรือเปล่า” ฮารูนร้องถาม น้ำเสียงห่วงใย“ปะ เปล่า” เธอหน้าซีดเผือด พยายามตั้งสติ แต่แล้วเธอชะงัก ไอ้หยาาาาา.....หญิงสาวหน้าร้อนผะผ่าว ทำเอาดีดเด้งหนีร่างใหญ่แทบไม่ทัน เธอพบว่าตัวเองนอนเกยก่ายบนตัวขององครักษ์หนุ่ม เธอสะกดความรู้สึกขัดเขิน เธอลุกเดิน ไปยืนตัวลีบซะห่าง ก่อนกวาดตามองไปรอบๆ บัดนี้ กลุ่มชายฉกรรจ์ที่ลวนลามเธอได้หายไปหมดสิ้น ทิ้งไว้แต่ร่างไร้วิญญาณ ไม่นานนักเสียงหวอรถตำรวจดังลั่นทั่วบริเวณ จากนั้นคนในเครื่องแบบกรูเข้ามาควบคุมสถานที่เกิดเหตุ ศรีสิรินทร์มองประเมินด้วยตา คิดว่าตำรวจคงมาหมดโรงพักได้มั๊ง “เชิญคุณทั้งสองไปสถานีตำรวจ” ตำรวจนายหนึ่งเดินมาสั่งเธอและฮารูน“อะไรนะ!” คำว่า สถานีตำรวจ ทำเอาศรีสิรินทร์ตกใจตรงกันข้ามกับฮารูน เขาเหลือบมองหญิงสาว เห็นใบหน้าสวยอึ้งเหวอ พูดไม่ออก เขาส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ความดื้อรั้นจนเกิดเรื่อง องครักษ์หนุ่มเดินตรงไปหานายตำรวจ จากนั้นทั้งคู่ยืนคุยกันครู่ใหญ่ เธอมองเห็นนายตำรวจทำความเคารพราชองครักษ์ แล้วเดินจากไปฮารูนเดินกลับมาหาหญิงสาว “เชิญเสด็จกลับฝ่าบาท” “ถ้าฉันไม่กลับล่ะ” พูดจบเธอสาวเท้าเดินลิ่ว นั่น ทำให้ความอดทนของฮารูนสิ้นสุดลง“กระหม่อม ต้องขอประทานอภัย” ฮารูนคว้าแขนเธอ ลากขึ้นรถตำรวจที่จอดอยู่ “ว้าย ว้าย นายทำอะไร ปล่อย! ปล่อยนะ!”ศรีสินรินทร์โวยวาย ดิ้นเหมือนเด็กๆ แต่ฮารูนไม่สน เขาทำตรงข้าม จับเธอโยนไปนั่งเบาะหลัง และเข้าไปนั่งประกบ ทำราวกับเธอเป็นผู้ต้องหาคดีอุฉกรรจ์“กลับพระราชวัง!” ฮารูนออกคำสั่งนายตำรวจพลขับนำรถแล่นออกไปทันที
ทำได้ดี มีมืออาชีพ ดีมากๆ
05/07
0ชอบมาก
25/06
0ค่าส่ง
25/06
0View All