บทที่ 67 : การฝึกฝนในถ้ำส่วนกลางการสร้างภาพลวงตาของโชไดนั้นเป็นทักษะที่แข็งแกร่งมาก ซึ่งถ้าหากว่าอาคุมุและโทชิไม่ได้เป็นผู้ที่มาเกิดใหม่ล่ะก็… อาจจะหายไปจากโลกนี้แล้วก็เป็นได้การใช้ความทรงจำในอดีตมาสู้นั้น เป็นเรื่องที่อ่อนไหวและยากจะต่อกร แต่มันจะเกิดอะไรขึ้นกันล่ะ ถ้านั่นไม่ใช่ความทรงจำในชีวิตปัจจุบันอีกทั้งการสร้างภาพลวงตานั้น เป้าหมายก็เพื่อชักนำให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อทำตามโดยไม่รู้ตัวว่านี่คือภาพลวงตา แต่ถ้าหากเหยื่อรู้ว่าทุกอย่างคือภาพลวงตาล่ะก็… ทักษะทั้งหมดจะหวนคืนและโจมตีผู้ใช้ภาพลวงตาโดยตรง“เป็นคนที่แข็งแกร่งมากเลยนะครับ” อาคุมุพูดขึ้นมา“นั่นสิ แต่ดีนะที่นั่นคือความทรงจำของชีวิตที่แล้ว ไม่งั้นฉันคงยิงตัวเองตายไปแล้ว” โทชิตอบกลับไป“ชีวิตที่แล้ว? หมายถึงอะไรเหรอครับ? นั่นไม่ใช่ความทรงจำของคนอื่นหรอกเหรอครับ? ผมก็รู้สึกแปลก ๆ ว่านี่มันความทรงจำของใคร แต่ที่แน่ ๆ คือมันไม่ใช่ความทรงจำของผม ผมเลยตอบออกไปเฉย ๆ ว่าผมไม่ได้ชื่อนั้น” อาคุมุพูดด้วยความแปลกใจ“นี่นาย… จำอะไรไม่ได้เลยเหรอ?” โทชิถาม“ก็จำได้นะครับ ตอนช่วงฝึกใช้เวทมนตร์กับพ่อ ตอนที่ยังเด็ก ๆ อยู่ ตอนที่ผมทำบ้านเป็นรูเพราะแสงอัสนีบาต และเรื่องอื่น ๆ เต็มไปหมด” อาคุมุพูด“หรือว่า ความทรงจำจะหายไปแล้วอย่างนั้นเหรอ? แต่ฉันยังไม่ลืมเรื่องราวในชีวิตที่แล้วเลยนี่นา”สิ่งที่แปลกไปก็คืออาคุมุไม่รู้จักตัวตนของเขาเองในนาม ยามะ โชจิ หรือก็คือตัวเขาก่อนที่จะได้มาเกิดใหม่ในโลกนี้ ซึ่งนี่มีสาเหตุจากอะไรนั้นก็ไม่สามารถทราบได้“คืออะไรเหรอครับ”“เปล่าหรอก ฉันน่าจะคิดไปเอง แต่สิ่งที่สำคัญตอนนี้คือ… นายดูที่แต้ม B ของตัวเองสิ”“แต้ม B ของผม…” อาคุมุที่ได้ยินอย่างนั้นจึงก้มมองไปยังไหล่ด้านขวาของตัวเอง และนั่นทำให้อาคุมุตกใจเสียยิ่งกว่าเรื่องทั้งหมดที่เจอมา“น… นี่มันอะไรกันเนี่ย?!! ท… ทำไมถึงมีเยอะขนาดนี้ล่ะ?! เพิ่มขึ้นมาตั้งเท่าไหร่เนี่ย??”ตัวเลขที่ปรากฏให้เห็นนั้นคือ 665.5k (665,500) ซึ่งเท่ากับว่าแต้ม B ของโชไดนั้นมีทั้งหมด 605k (605,000) นับว่าเป็นตัวเลขที่มากเกินกว่าที่เด็กอายุเท่านี้จะมีได้“อย่าบอกนะว่าผมได้แต้ม B ของตาแก่นั่นมาทั้งหมดเลย?!” อาคุมุถามกับโทชิ“ใช่แล้ว นายแข็งแกร่งขึ้นมากโขเลยล่ะ จะบอกให้ว่ามีแต้ม B เยอะกว่าฉันอีก” โทชิตอบกลับมา“ทำไมกันล่ะครับ? ทั้งที่คุณโทชิก็ออกมาจากภาพลวงตานั่นได้” อาคุมุถามกลับไปด้วยความสงสัย“ก็ถ้าดูจากลำดับ นายทำลายภาพลวงตาได้ก่อนที่ฉันจะออกมาน่ะสิ นายคือคนแรกที่มองออกนะ” โทชิตอบ“นี่ฉันมีแต้ม B ที่เพิ่มขึ้นมา เรียกว่าแข็งแกร่งขึ้นถึง 10 เท่าเลยอย่างงั้นเหรอ? จากอยู่ในช่วงของจอมเวทระดับ 2 แต่ตอนนี้กระโดดข้ามขั้นไปเป็นราชันจอมเวท?” อาคุมุพูดอยู่คนเดียวพร้อมกับปล่อยออร่าพลังเวทออกมารอบตัว“ออร่าพลังเวทจากสีส้มข้ามมาเป็นสีทอง? นี่หรือเปล่านะความรู้สึกของพลังที่มีมากขึ้นแบบก้าวกระโดด?”“แต่ว่า นายต้องควบคุมพลังให้ดีล่ะ เพราะในระดับที่มีออร่าพลังเวทสีทองนั้น ความผันผวนของพลังเวทมีค่อนข้างมากเลยล่ะ หากควบคุมได้ไม่ดี นายอาจจะบาดเจ็บเองได้” โทชิพูดขึ้นมา“ขอบคุณครับคุณโทชิ”“ให้การฝึกขั้นต่อไปเป็นตัวทดสอบ ไปกันเถอะ” พูดจบโทชิก็เดินหน้าไปยังประตูทางเข้า อาคุมุที่เห็นอย่างนั้นจึงเดินตามไปอย่างห่าง ๆ ระหว่างกำลังทำความเข้าใจกับพลังที่เพิ่มขึ้น‘แข็งแกร่งขึ้นมาในระดับนี้ ถือว่ามากกว่าคุณโทชิอีกสินะ ถ้าหากมีพลังในระดับนี้ล่ะก็คงจะต่อกรกับพวกจักรวรรดิได้ไม่ยาก… เดี๋ยวนะ!’“คุณโทชิครับ?!” อาคุมุที่นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ก็เข้าไปหาโทชิ“หืม? มีอะไรน่าตกใจล่ะนั่น”“ก็ตาแก่นั่นคือจักรพรรดิของจักรวรรดิไม่ใช่เหรอครับ?!” อาคุมุพูด ซึ่งนั่นทำให้โทชิที่ลืมคิดเรื่องนี้ไปก็เกิดตกใจขึ้นมา“จะว่าไป… งั้นแบบนี้ก็หมายความว่า”“จักรวรรดิหลุดพ้นจากการยึดครองของจักรพรรดิองค์นี้แล้ว!!” อาคุมุและโทชิพูดออกมาพร้อมกัน“ในเมื่อเป็นแบบนี้ องค์ชายชูยะก็คงจะเดินสะดวกแล้วล่ะ รอผมก่อนนะครับ ผมจะรีบแข็งแกร่งและกลับไปให้เร็วที่สุด… ไปเอาดาบด้วย” อาคุมุพูดอยู่คนเดียว“เอาล่ะ เรามาถึงถ้ำในส่วนกลางระยะที่ 1 แล้ว”อาคุมุและโทชิเดินมาถึงถ้ำส่วนกลางแล้ว ซึ่งผู้เฝ้าประตูในส่วนนี้ก็คือ…“ปีศาจเวทมนตร์ระดับ 4 ผู้ใช้พลังเวทที่แข็งแกร่ง” โทชิพูดปีศาจเวทมนตร์ที่อยู่ตรงหน้าอาคุมุนั้นมีรูปร่างผอมบาง ความสูงประมาณ 1.5 เมตร ไม่ต่างจากปีศาจเวทมนตร์ระดับ 2 ผิวหนังสีเขียวอ่อน ดวงตาสีม่วง อีกทั้งยังมีออร่าสีม่วงออกมาจากดวงตา จมูกและหูแหลมยาว มีฟันที่แหลมคม รอบๆตัวมีออร่าสีม่วงปกคลุม มือสองข้างมีเล็บที่ยาวเพียงเล็กน้อย มีออร่าสีส้มปกคลุมที่มือทั้งสองข้าง“ระดับ 4 ก็มีออร่าสีส้มแล้วเหรอครับ?” อาคุมุถามกับโทชิ“ต้องเรียกว่ามีพลังเวทที่แข็งแกร่งเกินระดับ แต่ก็ไม่ได้เกินระดับไปมากขนาดนั้น ความน่ากลัวของตัวนี้คือสติปัญญาเช่นเดิม แต่เป็นสติปัญญาในการใช้พลังเวทโจมตีระยะไกล ใช้ได้ทั้งพลังเวทที่มีออร่าสีม่วงและสีส้ม นายต้องหาวิธีรับมือเอาเองนะ” พูดจบ โทชิก็ถอยออกไป“แล้วก็ ระดับสีทองอย่างนายน่ะ ชนะได้ไม่ยากหรอก แต่ให้เรียนรู้วิธีการใช้เวทมนตร์ของเจ้านี่เอาไว้”“ขอบคุณครับ” อาคุมุตอบกลับไป‘เอาล่ะ เริ่มจากอะไรก่อนดี–’ตู้มมมม!!!อาคุมุยังไม่ทันได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น การโจมตีของปีศาจเวทมนตร์ก็เกิดขึ้นมาด้วยความรวดเร็ว อีกทั้งยังรับรู้ไม่ได้ด้วยว่ามาจากทางไหน“บ้าน่า… เร็วเกินไปแล้ว”อาคุมุยังไม่ทันหายตกใจในการโจมตีเมื่อครู่ เขาก็ต้องตกใจสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้“นี่มัน ก้อนเมฆเนี่ยนะ?”ได้มีก้อนเมฆก่อตัวขึ้นเหนือหัวเล็กน้อย เพราะถ้ำนั้นไม่ได้สูงนัก มากกว่านั้นคือการที่เกิดเสียงฟ้าร้องดังขึ้นมาฝนเริ่มตกลงมาจากกลุ่มก้อนเมฆนั้น ซึ่งนั่นทำให้อาคุมุต้องตั้งรับและเตรียมเคลื่อนไหวในทันที“ซวยแล้วไง! ในเมื่อมันเล่นฝนแบบนี้ นั่นก็หมายความว่า…”เปรี้ยง!!สายฟ้าฟาดลงมายังพื้นด้วยความรุนแรงหนึ่งครั้ง และต่อจากนั้นจึงมีสายฟ้าฟาดลงมาหลายต่อหลายสายจนอาคุมุที่ใช้บาทาไร้เงานั้นหลบแทบไม่พ้น“อึก?! ตาข่ายอัสนี!!” สายฟ้าได้พุ่งโจมตีมายังกลางหลังของอาคุมุขณะที่เขากำลังเคลื่อนที่ แล้วจึงใช้ตาข่ายอัสนีป้องกันไว้ แต่นั่นกลับไร้ผล“นี่มันอะไรกัน?!”สิ่งที่เขาเห็นนั้นเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ซึ่งก็คือการที่สายฟ้าหลบตาข่ายอัสนีของเขาไปและโจมตีมาที่เขาตรง ๆตู้มมม!!!“อืม… บ้าจริง สู้ไม่ได้เลยเนี่ยนะ” อาคุมุไม่ได้พ่ายแพ้พลังโจมตีที่รุนแรงแต่อย่างใด แต่สิ่งที่เขาพ่ายแพ้นั้นคือการประยุกต์ใช้พลังเวท…
ชอบ
2d
0สนุก
4d
0ดีมาก
7d
0Ver Todos