มือเนียนขาวผ่องกอบกุมมือใหญ่ไว้อย่างแนบแน่น นางกัดกลีบปากเล็กน้อย ค่อยๆ เอนร่างอ่อนนุ่มของตนกับต้นแขนแข็งแรงของบุรุษอย่างอ่อนระทวยราวคนไร้กระดูก ท่วงท่างดงามหยาดเยิ้มแสนอ่อนแอเช่นนี้ แลดูอ่อนหวานปานน้ำผึ้งเจียนหยาดหยดจากกลีบบุปผาอย่างไรอย่างนั้นหลินหานเจ๋อรีบกระชับโอบกอดมิให้นางล้มลงทรวงอกของกัวรั่วหลานราวมีไฟสุม นางกลั้นน้ำตากำหมัดแน่น แต่สองตาที่ร้อนผ่าวกลับมองเสื้อคลุมของสามีที่อยู่บนเรือนร่างเปล่าเปลือยของสตรีอื่นอย่างเย็นชาความอบอุ่นอ่อนโยนและความห่วงใยที่เคยมีให้กันล้วนถูกถ่ายโอนให้สตรีอีกคนจนหมดสิ้นผ่านเสื้อคลุมนั้น นางชาหน่วงไปหมดทั้งหัวใจขณะสะกดกลั้นอารมณ์ขุ่นแค้นใกล้คลุ้มคลั่งของตน สุ้มเสียงทุ้มต่ำของสามีพลันดังเล็ดลอดเข้าโสตประสาท“รั่วหลาน เจ้าใจเย็นก่อนได้หรือไม่? สิ่งที่ข้าทำลงไปล้วนเป็นเหตุเป็นผลสมควรกระทำอย่างยิ่ง สกุลหลินไม่มีทายาทชายไม่ได้ เจ้าควรเข้าใจในข้อนี้ เจียซินเองก็เป็นเพียงคุณหนูในห้องหอ นางอ่อนแอบอบบางไร้กำลัง ไม่อาจต่อกรกับเจ้าได้อยู่แล้ว เจ้าในฐานะภรรยาเอกไม่ควรอิจฉาริษยา จิตใจคับแคบหึงหวง พวกเจ้าสองคนล้วนเป็นภรรยาของข้า พวกเราสามคนสามีภรรยาอยู่ด้วยกันอย่างปรองดองเถิด”วาจายาวเหยียด น้ำเสียงอ้อนวอนของสามี ทำให้สตรีผู้หนึ่งที่ไม่เคยทำความเข้าใจธรรมเนียมสามภรรยาสี่อนุของคนเมืองหลวงคล้ายกลายร่างเป็นปีศาจร้ายในสายตาใครต่อใคร แววตากัวรั่วหลานยิ่งนานยิ่งแดงก่ำด้วยโทสะ นางได้ฟังยิ่งใจสั่น หวั่นจะฆ่าพ่อของลูกในพริบตาเหลือเกินหญิงสาวไม่เคยคิดยอมรับธรรมเนียมนี้ไม่สักนิด!เพราะความรักความผูกพันต่อให้มากมายยาวนาน แต่ความสัมพันธ์ชายหญิงมิอาจปล่อยวาง หากให้สามีรับอนุ มีหรือใจบุรุษจะต้านทานความยั่วยวนของสิ่งแปลกใหม่ได้อนุภรรยาหากยอมให้มีคนที่หนึ่งได้ ย่อมมีคนที่สองคนที่สามได้เช่นกันนางจึงปฏิเสธทุกครั้งที่เขาขอรับอนุเข้าเรือนและเพราะเหตุนี้...กัวรั่วหลานหลับตาลงอย่างเชื่องช้า สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดความเจ็บปวดในอกเป็นนางที่ผิดเองปิดกั้นเขาด้วยหึงหวงเกินไปเช่นนั้น เขาจึงเลือกวิธีการอันหยาบช้า ลักลอบสานสัมพันธ์สตรีอื่นลับหลังนางแรมปี รอจนคลอดบุตรชายตัวอวบอ้วนจึงพากันมาบีบคั้นให้นางไร้ซึ่งคำโต้แย้งต้องยอมรับแต่โดยดีสิบปีที่อยู่กินกันมานางคลอดบุตรสาวฝาแฝดให้เขาจนร่างกายอ่อนแอเกินไปกระทั่งครรภ์ที่สอง ต้องรอแล้วรอเล่าและเหตุนี้นี่เองที่นางผิดต่อเขา ผิดต่อสกุลของเขานางผิดเองที่มิใช่สตรีในห้องหอ มิใช่คุณหนูสกุลชั้นสูง มิใช่บุตรสาวในขุนนางราชสำนักนางไม่ใช่คนของเมืองหลวงด้วยซ้ำกระนั้นในราตรีไร้ดาวท่ามกลางอากาศเหน็บหนาว เหตุใดหลินหานเจ๋อต้องอดทนคุกเข่าหลายชั่วยามเพื่อขอร้องให้มารดาของตนยอมรับนางจนได้แต่งงานด้วยเล่า?เขาที่เป็นทายาทสำคัญหนึ่งเดียวของขุนนางใหญ่ เหตุใดต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้นางที่เป็นเพียงหญิงชาวยุทธ์มาเป็นเจ้าสาวของเขาด้วยเล่า?และเหตุใดนางถึงไร้เดียงสากระทั่งหวั่นไหวหลงใหลในตัวบุรุษเมืองหลวงด้วยหากจะโทษก็ต้องโทษตัวเองสินะ! โง่เง่าสิ้นดี!กัวรั่วหลานไม่มีสิ่งใดจะเจรจาตกลงกับสามีอีกนางหมุนกาย ย่างเดินออกจากเรือนอย่างเด็ดเดี่ยว สุ้มเสียงที่เอ่ยเย็นเยียบหาใดเทียม“เราขาดกันเท่านี้เถอะ ข้าจะหย่า!”“รั่วหลาน!” หลินหานเจ๋อแทบไม่เชื่อหูตัวเอง คาดไม่ถึงว่าจะถูกตัดรอนไร้เยื่อขาดใยเช่นนี้ “หย่ารึ? เจ้าพูดสิ่งใดออกมารู้ตัวหรือไม่?”“รู้สิ!” รั่วหลานหยัน “ท่านอยากสมสู่กับใครก็เชิญ! ข้าไม่คิดลดตัวแย่งชิงบุรุษกับหญิงอื่น ช่างไร้ค่าสิ้นดี!”วาจาสามหาวเช่นนั้นสุภาพชนผู้หนึ่งมีหรือจะรับไหว หลินหานเจ๋อให้รู้สึกเดือดดาลทันใด “ดี...ดีเหลือเกิน” ชายหนุ่มขบกรามกรอด กัดฟันเอ่ยเสียงเครียด “ข้ารักเจ้าถึงเพียงนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่รักษาและเพียรสร้างล้วนทำเพื่อเจ้าทั้งสิ้น เหตุใดเจ้าไม่เข้าใจ เจียซินไม่เคยคิดมาแทนที่เจ้าแม้แต่น้อย นางยอมเป็นอนุเพื่อมอบบุตรชายให้ข้ารักษาตำแหน่งทายาทผู้นำตระกูลไว้ได้เท่านั้น”กัวรั่วหลานปรายตามองสตรีแสนดีที่สามีเอ่ยถึง แต่นางเห็นเพียงความทะเยอทะยานในแววตาอ่อนหวานนั่นมารยาสาไถยขนาดนี้แต่สามีนางกลับมองไม่ออก“โง่งม!” ด่าแค่นั้นก็เดินจากไปไม่เหลียวหลัง“รั่วหลาน...”
ดีมากกกกก
2d
0ชอบมากครับ
10d
0ดีมาก
01/06
0Ver Todos