logo
logo-text

Unduh buku ini di dalam aplikasi

บทที่ 66 : วังวนแห่งคำสาป (3)

บทที่ 66 : วังวนแห่งคำสาป (3)
การโจมตีของอาคุมุนั้นดูท่าว่าจะมีผลลัพธ์ที่ออกมาค่อนข้างดี แต่แล้วทุกอย่างก็กลับมาเกิดขึ้นซ้ำราวกับได้ย้อนเวลา เพราะมันเกิดจากทักษะอย่างหนึ่งที่โชไดงัดออกมาใช้นั่นเอง…
“การโจมตีของผมมันคงรุนแรงถึงขั้นเอาชีวิตไปได้เลยหรือเปล่าครับ? ถึงได้ใช้ทักษะนั้นน่ะ” อาคุมุถามกับโชได
“หรือเพียงแค่จะแสดงให้เห็นว่าพวกผมทำอะไรคุณไม่ได้เพราะคุณมีทักษะนี้เหรอครับ?... ไอ้แก่”
“เรียกว่าไอ้แก่ขนาดนี้แล้วก็ไม่ต้องทำเป็นพูดแบบสุภาพก็ได้เฟ้ย!!” โชไดพูดพร้อมกับออร่าพลังเวทสีทองที่ปะทุออกมารอบตัว
“แสดงว่าคงเป็นอย่างที่สองสินะครับ… เพียงแค่จะขมขู่เท่านั้น” อาคุมุพูดและเตรียมการตอบโต้ โทชิเองก็เช่นกัน
“เหอะ! ข้าว่าจะตั้งปณิธานกับตัวเองโดยไม่สู้อย่างเอาจริงเอาจังเป็นเวลา 10 ปี แต่… ข้าคงต้องยอมทำผิดปณิธาน เพราะข้าเพิ่งเริ่มเมื่อวานก่อนที่จะมาเจอแกนี้เอง!!!” โชไดพูดด้วยความโกรธพร้อมกับออร่าพลังเวทที่เปลี่ยนเป็นสีดำทมิฬ
“นี่มันอะไรกัน?!” อาคุมุที่เห็นอย่างนั้นจึงถอยออกไปเพื่อเพิ่มระยะห่าง
“ปราการไร้รูป!!” โทชิใช้ทักษะป้องกันไว้ก่อนที่จะถอยตามมาเช่นกัน
“นี่คือภายในเขตแดนของข้า! ไม่มีใครที่จะสามารถหลบหนีจากความตายที่ต้องเจอได้!!”
“ข้าจะทำให้พวกเจ้าทั้งหลายได้เผชิญกับหายนะที่อยู่ในส่วนลึกของจิตใจ! จงดับสูญไปภายในห้วงลึกแห่งแดนอนธการ!!” โชไดพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน
“ผมรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่กำลังคลืบคลานเข้ามาครั–” อาคุมุพูดยังไม่ทันจบประโยค เขาก็ต้องพบกับความมืดที่อยู่รอบทิศทางไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ตาม

“โชจิ! โชจิ! ยามะ โชจิ!!!” เสียงของเด็กผู้ชายที่ตะโกนดังขึ้นมาจนเขาตื่นจากความมืดมิด
“ห… ห๊ะ?”
“ที่นี่คือ?...” เขาก้มมองไปที่ตัวเองซึ่งก็พบว่าเขาอยู่ในชุดพละของโรงเรียน และอยู่ในห้องเรียน
“ไปกันได้แล้วน่ะเพื่อน!” เด็กผู้ชายผมสีส้มได้มาจับไหล่เขาและเรียกให้ไปในที่ที่เขาไม่รู้
“ไป? ไปไหนเหรอ?”
“นี่นายลืมไปแล้วหรือไง? เรามีนัดไงล่ะ!!” เด็กคนนั้นพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น
“นัด? นัดอะไรกันน่ะ? ไม่เห็นจะเข้าใจเลย”
“โห่ นายนี่มันขี้ลืมชะมัด ก็ไปเล่นตู้เกมอาร์เคดไงเล่า! มีเกมเข้ามาใหม่ด้วยล่ะ! รีบไปกันเร็วเข้า!!” เด็กผู้ชายพูดขึ้นมาเช่นนั้นก่อนที่จะพาเขาเดินออกไปจากโรงเรียน
“เราเดินตรงเข้าไปในซอยข้างหน้านี้นิดเดียวก็ถึงแล้ว”
“อะ… อืม”
“แล้วก็… ถึงแล้ว!!!” เด็กคนนั้นหันมาบอกด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง
“โห! นี่มันสุดยอดมากเลยนะเนี่ย” เขาเผลอพูดออกมาหลังจากที่มาถึงหน้าร้านเกม
“แต่ว่านะโชจิ ฉันมีอีกที่นึงที่จะพานายไปน่ะ” เด็กคนนั้นพูดขณะที่ยังหันหลังให้เขาอยู่
“ตามฉันมาสิ”
“อ๋อ ได้สิ” เขาเห็นอย่างนั้นจึงเดินตามไป
ซึ่งที่ที่ว่านั้นคือ… หลังร้านเกม
“ไอ้ขี้แพ้มาโน่นแล้ว” เสียงของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ดูจะอยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกันพูดขึ้นมา
“น… นี้มันอะไ–” เขาพูดยังไม่ทันจบประโยคก็ได้มีใครบางคนถีบเขาจากทางด้านหลัง
“...” มองไปรอบ ๆ ก็มีเด็กผู้ชายทั้งที่อายุมากกว่าและอายุเท่ากันอยู่เต็มไปหมด
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! น่าสมเพชสิ้นดีเลยว่ะ! แกจับมันลุกขึ้นสิ” เด็กผู้ชายที่ดูจะเป็นหัวหน้าของกลุ่มได้สั่งให้เด็กผู้ชายผมสีส้มที่เรียกเขาว่าเพื่อนนั้นจับตัวเขาลุกขึ้นยืน
“โทษทีว่ะเพื่อน แต่ลุกขึ้นยืนซะ”
“อึก?!...” เขาทำได้แค่เพียงยืนขึ้นตามที่สั่ง
“ทีนี้ก็… นี่ไง!! ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!! โคตรบ้า!”
สิ่งที่เด็กผู้ชายหัวหน้ากลุ่มทำนั้นคือดึงกางเกงของเขาลง ซึ่งเขาทำได้เพียงยืนอับอายต่อหน้าเด็กผู้ชายนับสิบคน
“เอาเงินมาซะ มีเท่าไหร่ส่งมาให้หมด”
“น… นี่” เขาหยิบเงินทั้งหมดที่มีส่งให้ไป
“น้อยชิบหายเลยว่ะ!” หัวหน้ากลุ่มที่แสดงอาการไม่พอใจออกมานั้นก็ยืนมองเขาราวกับว่าจะทำอะไรบางอย่าง
“ลงไปนอนซะ!!”
“อั่ก?!”
หัวหน้ากลุ่มนั้นถีบไปที่หน้าท้องของเขาอย่างรุนแรงจนเขาล้มลงไปกองที่พื้น
“กระทืบมันได้”
ตุบ ตับ ตุบ ตับ!
“แกมันสวะ! แกมันน่าสมเพช! แกมันขี้แพ้! แกมันอ่อนแอ! แกมันไร้น้ำยา!” คำดูถูกเหยียดหยามมากมายจากเด็กผู้ชายนับสิบคนที่รุมกระทืบเขาอยู่

“ยามะ! ยามะ โชจิ! ลูก!! เป็นอะไรไปน่ะ?!” ผู้ชายใส่แว่นดูมีฐานะนั้นเรียกเขาให้ตื่นจากเรื่องราวเมื่อครู่ ซึ่งนั่นก็คือพ่อของเขา
“เอ่อ… ครับ?”
“ทีนี้ก็ เอาคะแนนสอบวันนี้มาให้พ่อดูหน่อยสิลูก” พ่อของเขาพูดบอกด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มและน้ำเสียงที่อ่อนนุ่ม
“...” เขาที่เห็นกระเป๋านักเรียนวางอยู่ข้าง ๆ จึงเปิดออกดูและพบว่าในนั้นมีกระดาษข้อสอบอยู่
“นี่มัน?!!”
“ไหน? เอาออกมาแล้วก็มาให้พ่อดู…” และแล้วพ่อของเขาก็เห็นกระดาษข้อสอบ
“ชิ! ขยะก็ยังเป็นขยะอยู่วันยังค่ำ ฉันอุตส่าห์เลี้ยงแกมาอย่างดีแต่ดูสิ่งที่แกทำสิ!! 2 เต็ม 100 เนี่ยนะ?! อย่าไปเที่ยวบอกใครล่ะว่าแกคือลูกฉัน ออกไปซะ”
“ครับ?...”
“บอกให้ออกไปจากบ้านฉันไงเล่า!!!”
ตุบ ตับ ตุบ ตับ!
“แกมันขยะเดินได้! เทียบแกกับขยะฉันยังสงสารขยะเลย! แกมันก็แค่คนที่เกิดมาผิดที่! แกมันไม่สมควรเกิดมาเป็นลูกของฉัน!!” คำด่าทอที่ออกมาจากปากของคนที่เรียกเขาว่าลูก และแทนตัวเองว่าพ่อ

“แกมันกระจอก! แกมันไร้ค่า! แกมันไร้ประโยชน์! แกรู้ตัวเองหรือเปล่าว่าแกน่าสมเพชแค่ไหน?!! แกมันเป็นได้แค่นี้แหละ! แกมันไม่มีดีเลยสักอย่าง!!!” คำพูดต่าง ๆ มากมายดังขึ้นมาในหัวเขาอย่างไม่หยุดหย่อน
“ใช่แล้ว! ยามะ โชจิ นายมันไม่ควรอยู่บนโลกใบนี้ต่อไป นายควรตายไปได้แล้ว! จะได้ไม่เป็นภาระของคนอื่น จะได้ไม่อยู่ให้รกโลกไงล่ะ!” เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นมาจนกลบคำพูดก่อนหน้านี้ไปจนหมด
ภาพที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้าคือตัวเขาในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ พร้อมกับมีดเล่มหนึ่งที่วางอยู่บนพื้น
“ทำสิ่งที่ควรทำซะ! ให้มีดเล่มนั้นช่วยนายจากโลกที่โหดร้ายนี่!! เอาล่ะโชจิ ลงมือเลย!!”
เขาเอื้อมมือไปหยิบมีดเล่มนั้นมาด้วยร่างกายที่กำลังสั่นเทา
“นั่นแหละดี! ทีนี้ก็เริ่มได้เลย”
“คือว่านะ… ชื่อของฉันคือ คาอิดะ อาคุมุ ต่างหากล่ะ”

เพล้ง!
ภาพลวงตาทั้งหมดนั้นได้หายไป หลังจากที่เขาพูดออกไปเพียงแค่ประโยคเดียว ภาพตรงหน้าได้กลับมาเป็นเหตุการณ์ปัจจุบันดังเดิม ซึ่งก็คือการต่อสู้กับราชันจอมเวทอาวุโสภายในเขตแดน
“อ่อก! ด… เดี๋ยวนะ?! นี่แกรู้ตัวได้ยังไง?” โชไดที่กำลังควบคุมอาคุมุกับโทชิก็ได้กระเด็นออกไปเนื่องจากภาพลวงตาถูกทำลาย
“ก็นะ… ผมชื่ออาคุมุนี่? ไม่ใช่โชจิสักหน่อย” อาคุมุตอบกลับไป
“ฉันออกมาได้ช้ากว่านายเหรอเนี่ย?” โทชิก็ได้สติแล้วเช่นกัน
“ข้าก็รู้สึกแปลกใจอยู่หรอกว่าทำไมความทรงจำที่ผุดขึ้นมาของพวกแกถึงเป็นชื่อที่ข้าไม่รู้จัก แต่ก็ปล่อยไปเพราะมันกำลังเป็นไปได้ด้วยดี แล้วนี่มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง?! ไม่เคยมีใครสามารถหนีรอดจากการควบคุมของข้าได้แม้แต่คนเดียว!!”
“อืม… แต่ภาพลวงตาคือการทำให้คนเชื่อแล้วคล้อยตามไปอย่างนั้น ถ้าหากว่าถูกมองออกจะมีผลย้อนกลับไปที่ตัวคนใช้หรือเปล่านะ?” อาคุมุพูดขึ้นมา
“ไม่จริง?! มันเป็นไปไม่ได้?!!”
พลังเวทของโชไดนั้นเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง เขตแดนอันแข็งแกร่งอย่างวังวนแห่งคำสาปนั้นก็เกิดความผิดปกติขึ้น ราวกับว่ามันกำลังบีบอัดเป็นกลุ่มก้อนพลังเวทแล้วพุ่งตรงไปยังร่างกายของโชไดทั่วทุกส่วน
“อึก?! อ๊ากกกก!! ไม่นะ?! ไม่!!!”
พลังของเขตแดนและร่างของโชไดนั้นหายไปพร้อมกัน ทำให้อาคุมุและโทชินั้นกลับมาอยู่ที่ถ้ำแห่งกาลเวลาดังเดิม
“เรียบร้อยแล้วสินะ ไม่ว่าจะสถานการณ์แบบไหนนายก็หัวไวชะมัดเลยเนี่ย ไม่อยากเป็นศัตรูด้วยเลยจริง ๆ แฮะ” โทชิพูดขึ้นมา ซึ่งนั่นเป็นคำพูดที่ทำให้อาคุมุเอะใจเล็กน้อย
“คงไม่ขนาดนั้นหรอกมั้งครับ… ศัตรูเหรอ? ฮ่า ฮ่า”

Komentar Buku (72)

  • avatar
    แค่รู้จัก ไม่ได้รู้ใจ

    ดีครับ

    19h

      0
  • avatar
    Suriya Chumueang

    ชอบ

    3d

      0
  • avatar
    ธนชาติ ศรีจันทร์

    สนุก

    6d

      0
  • Lihat Semua

Bab-bab Terkait

Bab Terbaru