บทที่ 64 : วังวนแห่งคำสาป (1)จากการต่อสู้กับปีศาจเวทมนตร์ระดับ 3 และการที่อาคุมุเข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่างได้รวดเร็ว ทำให้เขาผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติได้ภายใน 2 ครั้งการเข้าต่อสู้ อีกทั้งยังค้นพบทักษะใหม่จากการต่อสู้นี้…“ทักษะใหม่นี่… ใช่สิ่งที่รู้สึกได้หรือเปล่านะ? แต่ถ้ามันเป็นทักษะจริง ๆ ล่ะก็ มันจะกลายเป็นทักษะเพราะอะไรล่ะ? อืม… ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ แฮะ” อาคุมุบ่นพึมพำอยู่คนเดียว“นายลองบอกมาสิ ว่านายเห็นอะไรบ้าง” โทชิพูดขึ้นมา“ในตอนนั้น ผมรู้สึกได้ถึงทิศทางในการเคลื่อนไหวของปีศาจเวทมนตร์ ถึงมันจะดูเหมือนเป็นภาพลาง ๆ ก็ตาม แต่มันราวกับว่าผมเห็นการเคลื่อนไหวถัดไปที่กำลังจะเกิดขึ้นเลยล่ะครับ” อาคุมุตอบกลับไป“นี่แหละคือจุดมุ่งหมายของด่านแรก ที่ฉันบอกไปว่าให้นายคาดการณ์ล่วงหน้า หากนายทำมันซ้ำไปซ้ำมา บางอย่างจะถูกคัดเลือกมาเป็นทักษะได้”“แล้วก็ สิ่งที่นายทำซ้ำไปซ้ำมาในครั้งนี้ก็คือการเพ่งเล็งและคาดการณ์ล่วงหน้า ทำให้ได้รับทักษะที่เกี่ยวข้องกันกับสิ่งที่ทำมานั่นเอง” โทชิอธิบายจนจบ ซึ่งนั่นทำให้อาคุมุเข้าใจอย่างกระจ่างในทันที“ถ้าอย่างงั้นก็แสดงว่าสามารถใช้มันได้แล้ว คุณโทชิช่วยเป็นผู้ฝึกซ้อมให้หน่อยได้ไหมครับ?” อาคุมุหันไปถามโทชิ“ฉันจะเป็นคู่ซ้อมให้แค่เฉพาะทักษะที่ต้องการเท่านั้นนะ” สิ้นเสียงของโทชิ เขาก็หายไปในทันที‘ในเมื่อฉันจะลองใช้ทักษะนี้ ก็คงต้องไม่หลับตาแล้วสัมผัส แต่ต้องมองไปรอบทิศหรือเปล่านะ?’ อาคุมุที่กำลังคิดวิธีการใช้ทักษะก็ได้กวาดสายตามองไปทั่วทุกทิศทาง‘เริ่มรู้สึกได้แล้วเหรอ…? หรือว่าจะเป็นข้างหลัง?!’ อาคุมุหันไปก็ไม่ได้พบกับโทชิตามที่คาดไว้“ยังอ่อนหัดนะ แต่เดี๋ยวก็จะพัฒนาแล้วล่ะ” เสียงของโทชิดังกึกก้องขึ้นมา‘นี่ฉันต้องเพ่งเล็งขนาดไหนกันนะ?’ อาคุมุยังคงมองไปรอบ ๆ อยู่อย่างนั้น จนกระทั่ง…“เดี๋ยวนะ น… นั่นมัน คุณโทชินี่?!” อาคุมุที่เห็นบางสิ่งบางอย่างแปลกไปก็พูดออกมาด้วยความตกใจ“นายพูดว่ายังไงนะ?!” โทชิที่ได้ยินอย่างนั้นก็ตกใจตามไปด้วยเช่นกัน“ผมเห็นคุณโทชิยืนอยู่หลังหินก้อนใหญ่ครับ ถึงจะไม่ได้ชัดมาก แต่เห็นเหมือนกลุ่มก้อนพลังเวทจาง ๆ ที่เป็นรูปร่างของคน” อาคุมุอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้น“ก็ดีอยู่หรอกที่นายสามารถใช้ทักษะใหม่ได้ถึงขั้นนี้แล้ว แต่ว่า… ฉันไม่ได้อยู่หลังหินสักหน่อย” โทชิตอบกลับมา ซึ่งนั่นเป็นคำตอบที่ทำให้อาคุมุตกใจเสียยิ่งกว่าเดิม“ห… ห๊ะ? ห๊า?!! แล้วคุณคือใคร?!” อาคุมุที่เห็นอย่างนั้นจึงถอยออกห่างแล้วเตรียมตัวตั้งรับ โทชิก็ปรากฏตัวขึ้นเคียงข้างอาคุมุเช่นกัน“แล้วคุณโทชิไปไหนมาครับ?” อาคุมุถามกับโทชิ“สถานการณ์แบบนี้นายยังสงสัยอยู่อีกเหรอเนี่ย? ฉันแค่เข้าไปอยู่ในเขตแดนของฉันและรอจังหวะที่จะออกมาประชิดตัวนายเท่านั้นแหละ ว่าแต่เจ้านั่นเถอะ แม้แต่ฉันเองก็ยังไม่รู้สึกถึงการมีตัวตนถ้านายไม่บอก ดูท่าจะงานยากแล้วล่ะ” โทชิตอบกลับมา“หึหึ ไม่เจอกันนานถึง 10 ปีเลยนะไอ้เด็กเวร” เสียงของชายคนหนึ่งพูดขึ้นมาพร้อมกับแสดงตัวให้อาคุมุและโทชิเห็น“แกคือ… ราชันจอมเวทอาวุโส… เหรอครับ?” อาคุมุถามกลับไป ถึงแม้จะไม่เคยเห็นหน้าค่าตา แต่ด้วยลักษณะภายนอกหรือจากการสัมผัสแล้ว คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากราชันจอมเวทอาวุโสผู้ใช้เวทภาพลวงตาอย่างแน่นอน“ถ้าใช่แล้วมันจะทำไม? ข้าตามหาแกมาตลอด 10 ปี ติดตามตำแหน่งของพวกกลุ่มต่อต้านจอมมารอะไรนั่น เพราะคนที่พาตัวแกมาคือลูกสมุนของจอมมาร สุดท้ายความพยายามของข้าก็ไม่สูญเปล่า สุดท้ายข้าได้มาเจอกับไอ้ตัวปัญหาที่ทำลายแผนของข้า และสุดท้ายข้าจะเอาร่างกายกับจิตวิญญาณของแกมาเป็นหุ่นเชิดแทนตัวที่แกทำลายไปซะ!!”ศัตรูตัวฉกาจของอาคุมุนั้นเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วและมาอยู่ตรงหน้าของอาคุมุในเวลาเพียงสั้น ๆ แต่แล้วสิ่งที่เกินความคาดหมายไปหน่อยก็ได้เกิดขึ้น“อ่อก! นี่มัน…”ตู้มมมม!!!ปีศาจเวทมนตร์ระดับ 3 ผู้เฝ้าประตูได้เข้ามาโจมตีราชันจอมเวทอาวุโสด้วยกำปั้นอันหนักแน่น“ปีศาจเวทมนตร์ง่อย ๆ นี่มันเข้ามาโจมตีข้าด้วยงั้นรึ?!”“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! สุดท้ายแกก็โมโหจนเป็นบ้านี่หว่า ประสาทสัมผัสหายไปไหนหมดแล้วล่ะไอ้แก่? … ครับ” อาคุมุพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ไม่แสดงถึงความกลัวเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังพูดหางเสียงตามหลังเพื่อยั่วโมโห‘แต่ว่า เวลาผ่านไป 10 ปี ฉันยังอยู่กับที่ ตาแก่นี่มันคงแข็งแกร่งกว่าเดิมแล้วล่ะ’ อาคุมุคิดในใจ“ไม่หรอก เจ้านั่นคงจะตามหานายมาตลอด 10 ปีจริง ๆ ก็ได้ เพราะพลังไม่ได้ต่างจากเดิมมาก ตอนนี้ฉันขึ้นมาใกล้จะไล่เลี่ยกับเขาแล้วล่ะ การจะสู้ให้สูสีคงจะไม่ยากเท่าไหร่ แต่ถึงจะอย่างงั้นก็ยังแข็งแกร่งกว่าฉันอยู่ดี ระวังตัวด้วยล่ะ” โทชิส่งกระแสจิตเพื่อบอกกับอาคุมุ“แต่ถ้าข้าไม่มีกระจิตกระใจจะสู้กับเจ้าปีศาจนี่ มันก็คงไม่เข้ามาหาข้าหรือเปล่า?” ราชันจอมเวทอาวุโสพูดและเดินเข้ามาหาอาคุมุปีศาจเวทมนตร์ระดับ 3 เองก็ถอยกลับเข้าไปยังตำแหน่งเดิม“ใช่จริง ๆ ด้วยสินะ! ที่มันเข้ามาโจมตีข้าคงเป็นเพราะคิดว่าข้าจะมาหามันหรืออะไรสักอย่างใช่ไหมล่ะ…? ลูกสมุนจอมมาร”“ก็ถูกของแก” โทชิตอบกลับไป“ขอบใจนะที่เลี้ยงจนเด็กนั่นมันโตมาอย่างดี แต่อย่าได้คิดจะแย่งเมล็ดพันธุ์ของข้าล่ะ… วังวนแห่งคำสาป!!!” ราชันจอมเวทอาวุโสนั้นได้เริ่มเปิดฉากการต่อสู้แล้ว“เวรแล้วไง มันใช้ทักษะเขตแดนแล้ว” โทชิพูดขึ้นมาบริเวณโดยรอบนั้นมีแต่ความมืดมิด วิสัยทัศน์การมองเห็นนั้นหายไปมากกว่าครึ่ง สิ่งที่อาคุมุมองเห็นนั้นมีเพียงออร่าพลังเวทรอบ ๆ ตัวของโทชิ“นี่มันเขตแดนอะไรกันเนี่ย?! เนตรมังกร! ขอใช้ชื่อนี้แล้วกัน” อาคุมุใช้ทักษะที่เขาเพิ่งค้นพบและเรียกทักษะนี้ว่าเนตรมังกร เขารวบรวมออร่าพลังเวทไว้ที่ดวงตาและกวาดสายตามองไปรอบทิศทางภายในเขตแดนที่แปลกประหลาดนี้“หึหึ! ภายในวังวนแห่งคำสาปของข้า ทักษะทุกประเภทที่สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวหรือตำแหน่งของข้าได้จะถูกคำสาปและปิดผนึกไว้ รวมไปถึงทักษะพลังเวทก็จะถูกลดพลังโจมตีไป 1 ใน 4 ส่วน คิดจะรอดจากเงื้อมมือของข้าในเขตแดนนี้น่ะ… ไม่มีทางหรอกนะ!!” เสียงของราชันจอมเวทอาวุโสดังกึกก้องขึ้นมาภายในเขตแดนนั้น“ทักษะแบบนี้ ถ้าทำอะไรไม่ได้เลยมันก็ขี้โกงเกินไปแล้ว!” อาคุมุตอบกลับไป“แกอ่อนแอเองก็ช่วยไม่ได้นี่นา เด็กกระจอกอย่างแกน่ะ ถ้าไม่มีใครหนุนหลังก็ทำอะไรไม่ได้หรอก!”“เลิกดูถูกเขาซะ แล้วมันเป็นเรื่องจริงใช่ไหมล่ะที่เด็กคนนี้ทำให้แผนแกพัง?” โทชิพูดขึ้นมา“พูดได้ดีนี่! เจ้าทาสรับใช้ของจอมมาร แต่แกก็จงใจทำดีด้วยเพื่อหวังผลประโยชน์ไม่ใช่รึไง?!” ราชันจอมเวทอาวุโสตอบกลับมา“หุบปากเน่า ๆ ของแกซะ… ก่อนที่ฉันจะฉีกแกเป็นชิ้น ๆ ภายในเขตแดนที่น่าภูมิใจของแกเอง” โทชิตอบกลับไปพร้อมกับออร่าพลังเวทสีทองรอบตัวเขาที่พุ่งพล่านออกมาทางด้านของราชันจอมเวทอาวุโสเองก็ปล่อยออร่าพลังเวทสีทองออกมาด้วยเช่นกัน การปะทะกันของออร่าพลังเวทจึงเกิดขึ้น‘น… นี่มันเป็นการต่อสู้ของระดับราชันจอมเวทไปแล้ว ขืนฉันอยู่ใกล้ต่อไปคงถ่วงแข้งถ่วงขาคุณโทชิแน่’ อาคุมุคิดอย่างนั้นจึงถอยออกไปในระยะที่สามารถโจมตีจากไกล ๆ ได้‘บ้าจริง แต้ม B ของฉันในตอนนี้ยังคงเท่าเดิมที่ 60.5k (60,500) แถมยังไม่มีดาบแห่งราชัน การทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าคงจะพาซวยได้ทันตาเห็นเลยล่ะ’…
ดีมากๆ
13h
0ดีครับ
1d
0ชอบ
4d
0Lihat Semua