logo text
Tambahkan
logo
logo-text

Unduh buku ini di dalam aplikasi

บทที่ ๔

แสงจันทร์สว่างไสวบนท้องฟ้าที่มืดมนเหมือนกับว่ามันเป็นใจให้คนที่แหงนมองขึ้นฟ้าได้จับจ้องเพียงแต่ดวงจันทร์สีนวลเต็มดวงสวยสดงดงามแต่ถึงมันจะงดงามมากเพียงใดทิวาก็ยังคงไม่คิดจะสนใจมันอยู่ดี ตอนนี้ในหัวของเธอมีแต่เรื่องของคนที่เพิ่งเจอกันในวันนี้ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดใยเขาถึงมีอิทธิพลต่อเธอถึงขนาดเก็บมาคะนึกถึงทุกห้วงเวลาได้เพียงนี้ รอยยิ้มที่แสนหวานของเจ้าตัวคงยังติดวกวนอยู่ภายในเนื้อสมอง พยายามจะไล่มันออกไปแล้วแต่ก็เลือนหายไปได้ไม่นานก็พลันกลับเข้ามาอยู่ภายในหัว
ลมเย็นในยามค่ำคืนพัดพามากระทบร่างหญิงสาวจนจำต้องยกมือขึ้นมาลูบแขนปรอย ๆ หวังว่ามันจักช่วยคลายหนาวได้บ้าง
ทิวายืนดื่มด่ำกับบรรยากาศภายในค่ำคืนที่แสนสบายอย่างปกติในทุกคืน เธอมักจะชอบออกมาสูดอากาศและปล่อยให้ลมหนาวพัดผ่านร่างกายที่แสนบอบบางนี้อยู่เป็นประจำเพราะเธอนั้นชอบเสียเหลือเกินลมเย็น ๆ นี้เหมือนกับว่ามันสามารถอยู่เป็นเพื่อนกับเธอได้ยามเธอนั้นหนาวใจ
"มิหนาวหรือเพคะท่านหญิง ลมหนาวเย็นเริ่มพัดโชยมาแล้ว หม่อมฉันเกรงว่าท่านหญิงจักเกิดอาการไข้ครั่นเนื้อครั่นตัวเสีย"
เสียงเอื้อนเอ่ยของบุคคลที่มาใหม่ดังขึ้นทำให้ทิวาจำจึงต้องหันกลับไปมองก็พบกับหญิงสาวที่คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี หล่อนเป็นผู้ติดตามของตัวเธอแต่ในวันนี้ที่หล่อนมิได้ไปด้วยเพราะว่าตัวของทิวาได้บอกไว้ว่าอยากจักเดินเที่ยวเล่นให้ละแวกนี้เพียงลำพังถึงแม้จะโดนคัดค้านแต่มีหรือที่ตัวของเธอจะฟัง
"มิเป็นกระไรหรอก ฉันยืนอยู่ตรงนี้มินานหรอก ประเดี๋ยวก็เข้านอนแล้ว"
น้ำเสียงหวานพร้อมกับรอยยิ้มใจดีถูกส่งออกมาจากปากของตัวท่านหญิง
"ท่านหญิงนี่ช่างดื้อเสียจริง กระนั้นหม่อมฉันจักไปตระเตรียมนมอุ่น ๆ ไว้ให้ดื่มก่อนนอนนะเพคะ ส่วนนี่ผ้าคลุมเพคะ หม่อมฉันเกรงว่ามันจักหนาวเกินไปเลยนำมาให้เพคะ"
ทิวารับผ้าคลุมบางสีอ่อนที่ผู้ติดตามของตนมอบให้ เธอรับมันมาห่มคลุมไว้กับตัวถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ให้ความอบอุ่นมากแต่ก็ยังดีกว่าเสียไม่มีกระไรมาคลุมกาย
"ชื่อของหม่อมฉันมีความหมายแปลว่าลมเพคะ อนิละที่เป็นชื่อจริงก็เช่นกัน"
น่าแปลกเสียจริงที่ทิวาเองก็ชอบยามที่สายลมพัดผ่านและก็ดูเหมือนว่าจะตกหลุมรักบุคคลที่ชื่อนั้นมีความหมายว่าลมอีกเสียนี่แต่ถึงกระนั้นมันจักแปลกหรือไม่ที่เธอจักชอบคนที่มีเพศสภาพเดียวกัน ตามหลักพุทธศาสนาที่เธอนับถือแล้วการรักร่วมเพศถือเป็นเรื่องผิดถึงขั้นเป็นบาปทีเดียวเชียวล่ะ
ถึงกระนั้นเธอก็ไม่ยักจักใส่ใจมากนักเพราะความรักคือเรื่องของคนสองคนมิใช่โครงการกระไรของศาสนา
แต่มันจักเป็นเรื่องแปลกของคนที่มองมาหรือไม่นี่ซี ถึงจักบอกว่ามันเป็นเรื่องของคนสองคนแต่สายตาที่ผู้คนต่างมองมานั้นเหมือนกับว่าคนที่รักร่วมเพศนั้นเป็นตัวประหลาดแล้วยิ่งตัวเธอเป็นถึงหม่อมเจ้าแล้วนั้นพลอยจักทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลแต่หวังว่าท่านพ่อกับท่านแม่คงจักเข้าอกเข้าใจกันบ้างว่าตนนั้นชอบพอกับคนที่เป็นเพศเดียวกัน
"ท่านหญิงเพคะ หม่อมฉันนำนมอุ่น ๆ มาให้แล้วเพคะ"
"ขอบคุณค่ะ"
แก้วนมอุ่น ๆ ถูกส่งให้กับผู้ที่ขึ้นชื่อว่าหม่อมเจ้าหญิงทิวาเพื่อให้เธอนั้นได้ดื่ม
"ค่ำคืนนี้พระจันทร์ทอแสงสีนวลสวยถึงว่าเหตุใดท่านหญิงจึงออกมายืนตากลมเหม่อมองท้องนภาอยู่นานแสนนาน"
ไม่มีเสียงตอบอะไรออกมาจากปากสวยมีแต่รอยยิ้มที่ระบายออกเล็กน้อยที่มีนมติดอยู่ที่ขอบปากเล็กน้อยแทน
"เธอเองก็เข้านอนเสียเถิด ถ้าฉันดื่มนมนี้หมดแล้วจักเข้านอนเอง"
"เพคะ"
ทิวามองแผ่นหลังของสาวผู้ติดตามเดินห่างออกไปจนลับสายตาก็หันกลับมาสนใจดวงจันทร์สีนวลงดงามดังเดิมพร้อมกับดื่มนมอุ่น ๆ ไปพลาง
เธอจักกำลังมองพระจันทร์ในเพลานี้เฉกเช่นกันหรือไม่วายุ
.
.
กลิ่นอาหารคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณภายในห้องครัวพลันทำให้คนที่ได้กลิ่นน้ำลายสอ ทิวาเดินเข้าไปในครัวก่อนจะเลื่อนเก้าอี้โต๊ะอาหารออกพร้อมกับหย่อนก้นสวยลงนั่งมองดูหญิงผู้ติดตามที่กำลังขะมักเขม้นกับการทำอาหารเช้าอยู่
วันนี้ทิวาไม่มีแผนว่าจักไปเที่ยวที่ใดในประเทศฝรั่งเศสนี้ต่อเพราะไม่รู้ว่ามีที่เที่ยวที่ไหนน่าไปบ้าง น่าแปลกที่ว่าเธอมาเที่ยวที่ประเทศฝรั่งเศสทั้งทีแต่กลับมิได้หาข้อมูลหรือจ้างคนนำเที่ยวเลยแถมมากับผู้ติดตามเพียงลำพังแค่สองคนเสียอีก
มันไม่มีอะไรมากนักหรอกเพราะเธอแค่อยากหนีจากการที่ต้องไปดูตัวกับชายมากหน้าหลายตาที่ติดต่อทางท่านพ่อและท่านแม่ของเธอว่าอยากจักได้มาเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วที่น่าเบื่อที่สุดก็ท่านพ่อท่านแม่ของเธอพลันเห็นดีเห็นงามด้วยแล้วให้เหตุผลเพียงแค่ว่าเธอมิมีผู้ใดอยู่เคียงข้างเลยตลอดยี่สิบเก้าปีเลยอยากจักหาใครสักคนมาให้เพื่อจะได้มีเพื่อนยามเหงาใจโดยที่ไม่คิดจักถามกันสักคำว่าเธอนั้นชอบหรือไม่
เสียงถอดถอนหายใจยาวเหยียดนั้นถูกพ่นออกมาด้วยความกังวลใจว่าถ้ากลับไปแล้วจักยังต้องเจอกับอะไรเช่นนี้อยู่หรือไม่ ถ้าเธอหาใครสักคนกลับไปแนะนำให้ท่านพ่อกับท่านแม่รู้ว่านี่คือคนที่จักมายืนอยู่เคียงกายในวันที่แสนยากลำบากนั้นจักทำให้พวกเขาเลิกจับคู่ให้เธอเสียทีได้หรือไม่
ท่านพ่อท่านแม่เป็นบุคคลที่เอาใจยากเสียจริง
จานอาหารถูกวางลงบนโต๊ะอาหารสองจาน ทิวามองหน้าตาของมันที่ดูน่ากินไม่น้อยและกลิ่นที่เชื้อเชิญให้ลองใช้ซ้อมนั้นตักชิมดู เมื่อตักเข้าปากแล้วก็รับรู้ถึงความเอร็ดอร่อยของมันจนต้องตักขึ้นทานอีกหนึ่งคำ
"วันนี้ท่านหญิงจักไปที่แห่งใดเพคะ ขอให้หม่อมฉันได้ตามไปดูแลด้วยเถิดเพคะ"
"วันนี้ฉันมิมีแผนจักไปไหนหรอก คงจักนอนเปื่อยอยู่บนโซฟานั่นแล"
ทิวาลองนึกย้อนไปในวันที่เธอขอท่านพ่อท่านแม่ว่าอยากจักไปเที่ยวที่ฝรั่งเศสสักห้าถึงหกวันพวกท่านก็อนุญาตทันทีแต่ก็จะส่งคนมาอารักขามากมายจนเธอแทบจักห้ามมิทันเลยทีเดียว
"ท่านพ่อเพคะ ลูกอยากจักไปเพียงลำพังมิต้องให้มาคนตามเดินลูกจักได้หรือไม่เพคะ"
"มิได้ ลูกจักต้องมีคนคอยดูแล"
"แต่ท่านพ่อเพคะ ถ้าขืนให้คนไปเยอะขนาดนั้นลูกจักไปสนุกได้อย่างไรเพคะ"
"แล้วจักให้พ่อทำอย่างไร ลูกจึงจักพออกพอใจ"
"งั้นลูกขอแค่ผู้ติดตามหญิงของลูกไปแค่คนเดียวจักได้หรือไม่เพคะ"
ก็เพราะรู้ว่าอย่างไรท่านพ่อจักต้องมิยอมแน่ ๆ จึงเลือกจักส่งสายตาอ้อนวอนกับทำหน้าหงอยเพื่อเรียกคะแนนความสงสารถึงแม้ว่ามันอาจจะมิค่อยได้ผลแต่ก็อยากจักลองเสี่ยงดูเพื่อว่าท่านพ่อจักยอมใจอ่อน
เสียงถอดถอนหายใจพ่นออกมาจากปากของผู้เป็นบิดาเพราะความดื้อดึงของลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของตน พอมิได้อะไรดั่งใจก็มักจักทำหน้าเช่นนี้อยู่เสมอ
"งั้นก็ได้แต่พ่อให้ไปแค่ห้าวันเพียงเท่านั้น ตกลงหรือไม่"
"ตกลงเพคะ"
ทิวาตอบตกลงในทันทีโดยมิอยากจะคิดให้ดีเสียก่อนเพราะเกรงว่าท่านพ่อของตนจะเปลี่ยนใจเลยรีบตกลงไปเสียก่อนถึงแม้จักเป็นเวลาเพียงแค่ห้าวันแต่ก็ถือว่ายังพอให้ทิวาได้พักหายใจหายคอจากการไปทานข้าวกับชายที่ท่านพ่อของตนหามาให้
ครั้นนึกถึงตอนนั้นก็เหนื่อยเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน
หนังสือนวนิยายเริ่มโปรดที่ทิวาชอบอ่านเพลาที่เบื่อถูกเปิดอ่านจากหน้าที่อ่านค้างไว้โดยเจ้าของ เวลาไม่มีกระไรจักทำทิวาก็มักจักอ่านหนังสือเล่มนี้อยู่เสมอ
สายตาคู่สวยไล่อ่านตัวหนังสือไปทีละบรรทัดด้วยความตั้งใจ ครั้นพออ่านไปสักพักถึงตอนที่อ่อนไหวบ่อน้ำตาก็ดันเอ่อล้นออกมาอย่างกับว่ามันเกิดขึ้นกับชีวิตของตน
"ท่านหญิงเพคะ ประเดี๋ยวหม่อมฉันออกไปซื้อของมาทำอาหารเย็นวันนี้ก่อนนะเพคะ ท่านหญิงจักไปด้วยกันหรือไม่"
ทิวาส่ายหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงปฏิเสธก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือในมือต่อ
โชคที่ตัวของเธอและผู้ติดตามเองพอมีความรู้เรื่องภาษาฝรั่งเศสอยู่บ้างเลยมิต้องกังวลว่าจักสื่อสารกับคนที่นี่รู้เรื่องหรือไม่
อยากจักขอบคุณท่านพ่อที่เคร่งครัดให้ลูกนั้นเรียนภาษาฝรั่งเศส
เมื่ออ่านหนังสือไปแสนนมนานก็เกิดอาการง่วงหนาวหาวนอนขึ้นมาเสียดื้อ ๆ เพราะความอ่อนล้าที่ดวงตา
ทิวาลุกขึ้นมุ่งหน้าไปยังห้องครัวก่อนจักมองหาห่อขนมปังที่เธอคิดว่าน่าจะมีอยู่แถวนี้แต่หาเท่าไรก็หามิพบเลยเสียทีจึงตัดสินใจเดินขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจักออกไปซื้อขนมปังมาทานเป็นของว่างโดยที่ไม่ลืมหยิบจับกระเป๋าเงินไปเสียด้วย จักมิให้เกิดเหตุการณ์อย่างเช่นเมื่อวานอีกคราที่เธอนั้นลืมกระเป๋าเงินที่เป็นปัจจัยสำคัญในการออกไปไหนต่อไหนไว้ที่บ้าน
พอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้แล้วก็พลันให้นึกถึงบุคคลที่มาช่วยเหลือในครานั้น เธอตัดสินใจที่จะเลี้ยงข้าวเขาเป็นการตอบแทนที่ก็ดันลืมเสียสนิทว่าควรจักนัดวันเวลาเขา
มือเล็กจับที่ลูกบิดประตูก่อนจักออกแรงบิดและดึงประตูให้เปิดออก ภาพตรงหน้าที่ปรากฏแก่สายตาจนทำให้เจ้าของบ้านนั้นแปลกใจมิน้อยก็คงเป็นการเปิดประตูบ้านออกมาแล้วพบเจอกับคนที่เพิ่งนึกถึงเมื่อครู่ยืนส่งยิ้มแหยะ ๆ พลางเกาท้ายทอยอยู่หน้าบ้านเสียได้
โปรดติดตามตอนต่อไป

Komentar Buku (83)

  • avatar
    ภควิน โกสุม

    สนุกมากๆๆๆ

    11d

      0
  • avatar
    Phuwadech Dongkanathok

    อ่านสนุก

    25d

      0
  • avatar
    Sukalapat WanSri

    ยิ่งอ่านยิ่งดีเลยครับ

    28d

      0
  • Lihat Semua

Bab-bab Terkait

Bab Terbaru