อุ่นไอรักเรื่องราวของฝาแฝดทายาทไร่ดอกไม้” ไออุ่นรัก”การที่คนเราจะได้พบเจอกัน ได้มารู้จักกัน มันไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือ “พรหมลิขิตและโชคชะตา” ที่คนบนฟ้าได้ขีดเส้นทางเอาไว้แล้วละอองหมอกที่ปกคลุมไปทั่ว ‘ปางไม้แสงอรุณ’ ทำให้ที่นี่ดูขาวโพลนราวกับว่าปางไม้แห่งนี้เป็นเมืองสายหมอกก็ว่าได้ แสงอาทิตย์ยามเช้าเริ่มส่องแสงทะลุม่านหมอกหนาลงมากระทบพื้นหญ้า และต้นไม้ใหญ่ที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำค้าง ไม่นานนักจึงเริ่มแห้งเหือดไปเสียงนกกานานาพันธุ์ต่างส่งเสียงเจื้อยแจ้วบรรเลงบทเพลงธรรมชาติดังก้องจนลั่นปางไม้บ้านไม้สักหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ ซึ่งไม่ใช่ของใครที่ไหน นอกเสียจากเป็นที่พิงพำนักของเจ้าของปางไม้แห่งนี้ในขณะนี้บ้านไม้หลังใหญ่ทั้งมีเพียงพ่อเลี้ยงอรุณ เพราะลูกชายทั้งสองของเขา ต่างแยกย้ายออกไปดูแลงานในส่วนที่พวกเขาได้รับมอบหมาย พ่อเลี้ยงอรุณเป็นพ่อหม้าย ภรรยาเสียชีวิตตั้งแต่ลูกชายคนเล็กของเขายังเรียนอยู่ปีหนึ่ง ซึ่งเวลาก็ผ่านมาแล้วหลายปีระหว่างที่พ่อเลี้ยงอรุณกำลังนั่งเคลียร์เอกสารต่างๆ อยู่ในห้องทำงานอยู่ โทรศัพท์มือถือเครื่องสวยก็สั่นเทิ้ม พร้อมแสงไฟหน้าที่สว่างวาบขึ้น ชายสูงวัยเหลือบตามองหน้าจอโทรศัพท์ว่าเป็นเบอร์ของใคร ที่โทรมาหาตัวเขาในยามเช้าแบบนี้ เมื่อเห็นเบอร์โทรที่โชว์บนหน้าจอ คิ้วหนาของพ่อเลี้ยงอรุณต้องขมวดชนกัน เพราะเจ้าของเบอร์โทรนี้คือเพื่อนเก่าแก่ของเขาในสมัยเรียนมหาลัย ซึ่งไม่ได้ติดต่อกันมานานเพิ่งได้กลับมาเจอกันและแลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อของกันและกันไว้ ตอนที่ไปงานเลี้ยงรุ่น เมื่อสามปีที่แล้ว มือหนาของชายสูงวัยเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย เพื่อไขข้อข้องใจที่ตนเองสงสัย“ว่ายังไง เกษมเพื่อนรัก”พ่อเลี้ยงอรุณกรอกเสียงทุ้มไถถามเพื่อนเก่าผ่านสายส่งสัญญาณโทรศัพท์(เอ่อ คือ เราไม่อ้อมค้อมนะ เพราะเวลาของเรามันเหลือน้อยเข้ามาเต็มทีแล้ว)น้ำเสียงของปลายสายคล้ายกับว่ากำลังมีเรื่องกังวลให้ไม่สบายใจอยู่ไม่น้อย มีรึที่เพื่อนเก่าแก่อย่างพ่อเลี้ยงอรุณจะปล่อยผ่านไม่ยอมใสใจ“เพื่อนมีเรื่องอะไรรึ บอกเราได้นะ ถ้าช่วยได้เรายินดีจะช่วยเต็มที่เลย”ไม่ต้องรอให้เพื่อนเก่าแก่เอ่ยปากขอ แค่ได้ยินน้ำเสียงของอีกฝ่าย เหมือนมีเรื่องราวที่ทำให้ไม่สบายใจพ่อเลี้ยงอรุณก็ยินดีจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือเพื่อนเก่าอย่างเต็มที่(เรามีเรื่องอยากจะรบกวนเพื่อน มันเป็นเรื่อง สำคัญมากสำหรับเรา)“ฟังจากน้ำเสียงของเพื่อนแล้ว มันคงจะสำคัญมากจริงๆ”น้ำเสียงเคร่งเครียดของพ่อเลี้ยงเกษมทำให้เพื่อนเก่ารับรู้ได้ทันทีว่าเรื่องที่จะขอมันคงสำคัญกับเขาจริงๆ(มันสำคัญเท่ากับชีวิตลูกชายทั้งสองคนของเรา)คำพูดของเพื่อนเก่าสร้างความฉงนสงสัยให้กับพ่อเลี้ยงอรุณเพิ่มมากขึ้น“หมายความว่ายังไง?”(ตอนนี้ไร่ของเรามีเรื่องขัดแย้งกับผู้มีอิทธิพลคน หนึ่ง มันต้องการจะซื้อที่ ไร่ของเรา ซึ่งมันเป็นที่ดินเพียงแปลงเดียวที่มันยังไม่ได้ครอบครอง)เมื่อฟังเพื่อนเก่าเล่ามาเรื่องราวพ่อเลี้ยงอรุณก็พยายามคิดตามคำพูดของอีกคน“เพื่อนกำลังจะบอกว่า มันควานซื้อที่ดินละแวกนั้นหมดแล้วอย่างนั้นหรอ?”(ใช่ ที่แปลงสุดท้ายและเป็นแปลงที่สำคัญสุดคือ ไร่ไออุ่นรัก เพราะมันอยู่กึ่งกลางที่ทุกๆ แปลงที่มัน ซื้อไป มันจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อจะได้ไร่ไออุ่นรัก)ถึงแม้ว่าพ่อเลี้ยงอรุณจะรู้ว่าเรื่องราวที่เพื่อนเล่าให้ฟังนั้นมันสำคัญมาก แต่ตัวเขาก็ยังเดาไม่ออกว่าเพื่อนเก่าจะให้เขาช่วยเรื่องอะไร“แล้วเพื่อนอยากจะให้เราช่วยเรื่องอะไรรึ?”(ไร่ของเราเกิดไฟไหม้ สองครั้งติดภายในเดือนเดียว ซึ่งมันไม่ใช่ความบังเอิญแน่นอนที่จะเกิดไฟป่าขึ้นในไร่ติดๆ กันแบบนี้)น้ำเสียงของพ่อเลี้ยงเกษมตึงเครียดเพิ่มมากขึ้น พอๆ กับเรื่องราวที่มันเริ่มเข้มข้นเรื่อยๆ เหมือนกัน“เพื่อนกำลังสงสัยว่ามีคนลอบวางเพลิงเผาไร่อย่างนั้นรึ? “(มันก็น่าจะเป็นแบบนั้นใช่ไหม แต่มันคงต้องการ แค่ขู่ๆ ให้เราหวาดกลัว อยู่ไม่ได้จนต้องขายที่ให้กับมัน แล้วยังมีเรื่องที่มันให้คนมาคอยตามเราด้วย)“มันให้คนมาคอยตามเพื่อนทำไม?”เรื่องราวเพิ่มความเข้มข้นมากเท่าไหร่ พ่อเลี้ยงอรุณก็ยิ่งนึกไม่ออกว่าเพื่อนเก่า อยากจะให้เขาช่วยเหลือยังไง(เมื่อสองวันก่อน เราโดนลอบยิง)“ห๊า! แค่อยากได้ที่ดินมันถึงขนาดต้องฆ่าแกงกันเลยหรือยังไง?”พ่อเลี้ยงอรุณอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อได้คำพูดของเพื่อนเก่า เพราะคิดไม่ถึงว่าเรื่องมันจะร้ายแรงถึงขนาดนี้(คนเลวๆ อย่างมันทำได้ทุกอย่างเพื่อแลกกับสิ่งที่มันอยากได้ แต่เราได้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับ เพราะไม่อยากให้ลูกชายของเราเป็นห่วง เราเลยอยากจะขอความช่วยเหลือจากเพื่อน เรื่องลูกชายทั้งสองคน เราอยากจะฝากเจ้าสองอุ่น ให้อยู่ในความดูแลของเพื่อนที่จะได้ไหม?)“ได้สิ จะมาวันไหนล่ะ เราจะได้ให้คนจัดเตรียมห้องไว้รอ”พ่อเลี้ยงอรุณไม่จำเป็นต้องคิดให้เสียเวลา ก็รีบตกปากรับคำเพื่อนเก่าในทันที(ถ้าจะไปวันไหนเดี๋ยวเราบอกอีกที เพราะเราต้องทำความเข้าใจกับลูกชายคนโตเสียก่อน เจ้าไออุ่นเป็นคนค่อนข้างจะหัวดื้อ ถ้าไม่มีเหตุผลเพียงพอเราเกรงว่าจะยาก)ถึงจะมีเรื่องให้เครียดแค่ไหน แต่เวลาที่ปลายสายพูดถึงลูกชายน้ำเสียงกลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด“ได้สิ จะเดินทางมาวันไหนก็บอกนะ ไม่ต้องเกรงใจ ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกัน”(ขอบใจมากเพื่อน)นี่แหละที่เขาบอกว่าเพื่อนเป็นแล้วมันเลิกเป็นไม่ได้ ถึงแม้จะอยู่ห่างไกลไม่ได้ติดต่อกัน แต่สายใยความสัมพันธ์มันยังมีต่อกันเสมอ ยิ่งถ้าเป็นเพื่อนเก่าแก่ด้วยแล้ว ยิ่งจะตัดกันขาดได้ยาก
สนุกดีคะ
31/03
0ดีมาก
23/03
0สนุกแล้วก็เพลินมากค่ะแนะนำให้อ่านลองดู
29/01
0Lihat Semua