ณ.ไร่อุ่นรัก…..แสงแรกแห่งรุ่งอรุณสาดส่องทะลุม่านหมอกสีขาวลงมากระทบน้ำค้างที่เกาะบนยอดหญ้า เกิดเป็นแสงระยิบระยับดั่งดาวดวงน้อยที่หล่นเกลื่อนพื้นดินรถกระบะสีดำทรงยกสูงประจำไร่แล่นตามเส้นทางลูกรังด้วยความเร็วจนฝุ่นสีแดงฟุ้งกระจายไปโดยรอบ อธิป หรือ วาฬชายหนุ่มหน้าหวาน งดงามราวกับนางในวรรณคดีไทย ซึ่งถอดแบบเค้าโครงหน้าของผู้เป็นแม่มาทุกกระเบียดนิ้ว ดวงตาคมดำขลับมองไปด้านนอกรถด้วยความรู้สึกตื่นตาตื่นใจ เพราะนี่มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้มาที่แห่งนี้ ‘ไร่อุ่นรัก’ไร่ที่มีชื่อแสนจะโรแมนติก ที่ใครๆ ได้ยินชื่อก็ต่างคิดว่ามันคือดินแดนแห่งความอบอุ่นที่หอมละมุนไปด้วยกลิ่นของความรัก แต่ทว่าในความเป็นจริงแล้ว ณ.ไร่แห่งนี้กลับมีแต่ความอ้างว้าง ความโดดเดี่ยวเดียวดายของชายชราผู้เป็นเจ้าของไร่และนี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะได้เจอกับปู่ ญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวของเขา ซึ่งอธิปก็เพิ่งได้รู้ว่าตัวเองมีปู่เป็นถึงเจ้าของไร่ ที่มีเนื้อที่มากมายหลายร้อยไร่ เพราะตั้งแต่เล็กจนโตพ่อกับแม่ของเขาไม่เคยพูดถึงเลย แต่จู่ๆ ก็มีจดหมายจากสำนักงานทนายความแห่งหนึ่งส่งไปยังบ้านของเขา ซึ่งมันสร้างความแปลกใจให้กับพ่อของเขามาก ว่าผู้ที่มีศักดิ์เป็นปู่รู้ได้อย่างไรว่าครอบครัวของเขาอยู่ไหน? หรือว่าจริงๆ แล้วชายชราผู้นี้จะรู้ความเป็นไปในครอบครัวของเขามาโดยตลอด และสิ่งที่ทำให้แปลกใจยิ่งกว่าก็คือข้อความในจดหมายปิดผนึกนั้นมากกว่าและก็เป็นเพราะเนื้อหาใจความในจดหมายฉบับนั้น จึงทำให้วาฬต้องเดินทางมาที่นี่ เพื่อได้รับมรดกจากปู่แทนผู้เป็นพ่อ ซึ่งถูกปู่ของเขาตัดออกจากกองมรดกเพราะไม่ยอมแต่งงานกับผู้หญิงที่ปู่หาให้ และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือพ่อของเขายังได้พาลูกสาวคนงานในไร่หนีไปอยู่กินด้วยกันจนมีลูก และเด็กคนนั้นก็คือเขานี่เองอธิปมาที่นี่ไม่ใช่เพราะอยากจะได้มรดกหลายร้อยล้านของชายชรา แต่ทว่าเขาอยากจะกลับมาชดใช้และชดเชยสิ่งที่พ่อของเขาได้ทำผิด และละทิ้งหน้าที่ความเป็นลูกตลอดเวลาเกือบสามสิบปีที่ผ่านมาเมื่อได้ฟังเรื่องราวความจริงจากปากของผู้เป็นพ่อ เขาไม่ลังเลที่จะตัดสินใจมาที่นี่ ถึงแม้ว่าจะมีข้อความในจดหมายบางประโยคที่เขารู้สึกลำบากใจ แต่ถ้าหากเขายอมทำตามคำขอของปู่แล้วมันจะช่วยลดทอนความรู้สึกผิดในใจของพ่อไปได้ ชายหนุ่มก็ยินดีที่จะรับข้อเสนอนี้รถกระบะโฟร์วิลแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านไม้สักหลังใหญ่โต สมกับเป็นที่พำนักของพ่อเลี้ยงสุชาติเศรษฐีร้อยล้านของเมืองเหนืออธิปก้าวลงรถพร้อมกับมองไปยังเรือนไม้สักทองหลังใหญ่ด้วยความตื่นตาไปกับความโอ่อ่า ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้มาเพราะทรัพย์สมบัติ แต่เขาก็อดที่จะรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้“โอ้โฮ บ้านหลังจัง” หนุ่มหน้าหวานพึมพำกับตัวเองเบาๆ“คุณอธิปเชิญด้านในเลยครับ พ่อเลี้ยงรออยู่” หนุ่มคนงานวัยสามสิบปลายๆ ลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาหาร่างสูงที่กำลังยืนกวาดสายตามองรอบๆ อยู่“เดี๋ยว ผมยกกระเป๋าเสื้อผ้าตามขึ้นไปให้ครับ”“ครับ” ว่าแล้วอธิปก็ก้าวขึ้นบันไดไม้ไปอย่างช้าๆ พลางมองเข้าไปภายในบ้านด้วยความรู้สึกประหวั่น ถึงแม้ว่าคนที่เขากำลังจะเผชิญหน้าเป็นญาติสายเลือดเดียวกัน แต่ทว่าวาฬก็อดคิดไม่ได้ว่านั่นคือคนแปลกที่เพิ่งจะเจอกันครั้งแรกร่างสูงเดินมาหยุดยืนหน้าห้องรับแขกที่มีชายชรานั่งรออยู่ที่โซฟาไม้สักทองตัวหรูหรา และกำลังมองมายังเขาด้วยสายตาเรียบเฉย ซึ่งมันเป็นการยากที่ชายหนุ่มจะคาดเดาถึงอารมณ์ของคนเป็นปู่ได้ อธิปสูดลมหายใจเข้าลึกพลางนึกปลุกขวัญกำลังใจของตัวเอง‘ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำแกก็ผ่านมาหมดแล้วไอ้วาฬ มีอะไรต้องกลัววะ ท่องเอาไว้สิว่าเรามาชดเชยกับสิ่งที่พ่อละทิ้งมันไป แกต้องทำได้’“ขออนุญาตครับ” วาฬเปล่งเสียงทุ้มพร้อมกับโน้มตัวลง ก่อนจะเงยหน้าหวานขึ้นแล้วส่งยิ้มอ่อนให้กับชายชรา“เข้ามาสิ”“ขอบคุณครับ” พูดจบร่างสูงก็เดินเข้าไปนั่งลงที่โซฟาไม้ตัวเล็ก โดยเว้นระยะห่างจากที่นั่งของพ่อเลี้ยงสุชาติพอสมควร“สวัสดีครับคุณ…ปู่” มือเรียวสวยยกขึ้นพนมไหว้ชายชราอย่างนอบน้อม ดวงตาอันพร่ามัวของชายชราจ้องมองหลานชายอย่างเพ่งพิศ แต่ด้วยความเสื่อมโทรมที่เป็นไปตามอายุ จึงทำให้ภาพที่เห็นนั้นรางเลือนไม่ชัดเจน“ขยับมานั่งใกล้ๆ สิ ฉันแก่แล้วมองเห็นหน้าไม่ชัด” น้ำเสียงแหบพร่าเปล่งจากปากชายสูงวัย“ครับ” อธิปขยับตัวเข้าไปนั่งลงที่พื้นห้องตรงหน้าของผู้เป็นปู่ มือแห้งกร้านยกขึ้นมาจับปลายคางของร่างสูงไว้แน่น พร้อมทั้งหรี่ตาจ้องมองอย่างพิจารณา“หึ หน้าตาเหมือนกับแม่ของแก ไม่มีผิดเพี้ยน หน้าสวยหวาน ดวงตาดำขลับ ถ้าหากแกเป็นผู้หญิงหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ในไร่คงได้แย่งแก เหมือนกับที่เคยแย่งชิงแม่ของแก แต่แม่ของแกมันใฝ่สูง มันไม่มองหรอกคนระดับเดียวกัน แต่จะโทษแม่ของแกก็ไม่ถูก เพราะคนที่ผิดคือพ่อของแก ที่มันใฝ่ต่ำไปคว้าคนงานในไร่ไปทำเมีย” ชายชราเปล่งถ้อยคำดูแคลนพ่อกับแม่ของร่างสูง ดวงตาแข็งกร้าวฉายแววความเจ็บปวดที่มันฝั่งลึกจนกลายเป็นความเจ็บแค้น ยิ่งพูดชายชราก็ยิ่งนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต มือหยาบกร้านก็ยิ่งบีบปลายคางของร่างสูงแรงขึ้นอธิปนั่งนิ่งปล่อยปู่ได้ระบายความเจ็บแค้นที่มีออกมา โดยไม่คิดจะเอ่ยปากห้ามหรือขยับตัวถอยห่าง เพราะคิดว่าความเจ็บที่เขาได้รับมันน้อยนิดมาก ถ้าหากเทียบกับสิ่งที่ชายชราต้องเผชิญมาคนเดียวตลอดเกือบสามสิบปี“ขึ้นมานั่งข้างบน” พ่อเลี้ยงสุชาติสะบัดมือออกจากปลายคางของหลานชายพร้อมกับบอกให้ขึ้นมานั่งบนโซฟา เมื่อนึกถึงความตั้งใจแรกที่มีได้“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มหน้าหวานยกยิ้มอ่อน ก่อนจะลุกขึ้นไปนั่งบนโซฟาไม้ตัวเดิม“ชื่ออะไร?”“อธิป หรือคุณปู่จะเรียกว่าวาฬก็ได้ครับ”“หึ พ่อแกคงรักแม่แกมากสินะ ขนาดชื่อเล่นยังตั้งคล้ายกันเลย นังหวานใจ หึ” ปากหยักกระตุกยิ้มพร้อมทั้งหัวเราะในลำคอเบาๆ“ครับ และผมเองก็รักพ่อกับแม่มากเช่นกันครับ”“หึ…เอาเถอะ ฉันไม่สนใจหรอกว่าครอบครัวของแกจะรักกันมากแค่ไหน ฉันสนใจแค่ว่าแกรู้แล้วใช่ไหมว่าข้อตกลงในจดหมายคืออะไร?”“ครับ ผมรู้ทุกอย่างครับคุณปู่” อธิปตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพร้อมกับจ้องตาคนเป็นปู่ไม่กะพริบ“ดี แล้วอย่าหนีทิ้งปัญหาเหมือนกับพ่อของแกล่ะกัน”“ผมยินยอมทำตามทุกข้อตกลงในจดหมายครับ แต่ผมไม่ได้ทำเพราะอยากจะได้มรดกของคุณปู่หรอกนะครับ ผมมาที่นี่เพื่อจะชดใช้สิ่งที่พ่อของผมทำไว้กับคุณปู่” ดวงตากลมโตฉายแววความมุ่งมั่นออกมา ถ้าหากชายชราจะสังเกตดีๆ เขาจะได้รับรู้ว่าแววตาคู่นี้ มันเหมือนกับสายตาของเขาเมื่อห้าสิบปีก่อน“หึ…ดี วันนี้ฉันนัดคู่หมายของแกมาพอดี อีกไม่นานคงมาถึงกัน”พ่อเลี้ยงสุชาติเขาร้ายนะคะทุกคน เราช่วยกันทุบหัวคนแก่เพื่อช่วยลูกชายดีไหมคะ?ฝากให้กำลังใจไรต์ด้วยนะคะ เรื่องนี้จะมาลงด่่วนๆ เลยค่ะ
ดีมากกก
03/04
0สนุกๆๆๆ
01/04
0เริ่ดดด
23/03
0Lihat Semua