- Total: 43
บทที่ ๑
เสียงส้นเท้ากระทบกับพื้นไปตามทางเดินโถงที่เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา บางคนก็นั่งอยู่บนที่นั่งอย่าง
บทที่ ๒
เสียงถอนหายใจดังขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มจนน่าหมั่นไส้ไปเสียหมด มันมีสิ่งใดให้ยิ้มเส
บทที่ ๓
นับดาวได้แต่ส่งยิ้มบาง ๆ ให้อีกคนพลางกระชับสัมผัสอบอุ่นนั้นเพื่อหวังว่ามันจะทำให้ศศิยอมเปิดใจให้เธอเ
บทที่ ๔
เสียงส้นเท้าย่ำไปกับพื้นหญ้าสีเขียวขจีในสวนของโรงพยาบาลเป็นจังหวะ บรรยากาศยามฟ้ามืดนั้นถือว่าสงบดีเพ
บทที่ ๕
"มาทำอะไรคนเดียวคะ"
"จำเป็นที่จักต้องบอกเธอด้วยหรือ"
"โถ่ พี่หมอคะ ฉันถามดี ๆ นะคะ"
คนตัวเล็กกว่าทำหน้า
บทที่ ๖
รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวเข้าไปจอดในโรงจอดรถของบ้านก่อนเจ้าของรถจะหยิบนำสัมภาระของตนลงรถ ศศิเดินเข้าไปใ
บทที่ ๗
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดสำหรับการนอนงีบสักสองสามงีบของศศิแต่มันก็คงจักนานพอที่ทำให้เห็นพี่สาวคนโ
บทที่ ๘
เสียงส้นเท้าที่กระทบกับบันไดทำให้คนที่นั่งอยู่ที่โซฟาห้องรับแขกของบ้านหันไปมองผู้ที่กำลังเดินลงมาเป็
บทที่ ๙
"พี่หมอคะ มีกระไรหรือเปล่าคะ"
ลมหายใจอุ่นถูกพ่นออกมาจากปากของคนตัวสูงก่อนที่นับดาวจะสัมผัสได้ถึงความเ
บทที่ ๑๐
หมับ!
ความรู้สึกว่ามีใครคนหนึ่งรั้งข้อมือของตนทำให้ต้องหันกลับไปมองด้านหลังที่มีใครสักคนรั้งข้
บทที่ ๑๑
ครั้นพอเดินมาได้ไกลจากชายผู้นั้นและผู้คนมากแล้วก็ปล่อยให้ท่อนแขนเล็กนั้นเป็นอิสระก่อนจะทำเป็นเสมองไป
บทที่ ๑๒
"อิ่มหรือไม่ ถ้ามิอิ่มประเดี๋ยวฉันไปซื้อมาให้อีก"
"ไม่ต้องแล้ว ฉันอิ่มแล้ว"
คนตัวเล็กเพียงแต่ส่งยิ้มบา
บทที่ ๑๓
เมื่อเดินเลี่ยงออกมาไกลแล้วศศิก็ปล่อยข้อมือเล็กให้เป็นอิสระซึ่งโดนอีกคนลากไปไหนมากี่ครั้งก็มิทราบได้
บทที่ ๑๔
"แล้วนั่นใครล่ะ"
คนถูกถามหันไปตามที่วายุมองอยู่ก็รู้ได้ทันทีว่าพี่สาวของตนคงหมายถึงคนตัวเล็กเป็นแน่แต
บทที่ ๑๕
"น่าแปลกเสียจริงที่พี่ศศิมิได้ปฏิเสธออกมาทันควันเฉกเช่นเมื่อก่อน"
เสียงของบุคคลใหม่ดังขึ้นทำให้ทุกคนห
บทที่ ๑๖
สองขาเรียวก้าวเดินไปตามทางที่มีผู้คนมากมายเดินกันอยู่อีกทั้งยังมีร้านค้ามากมายตั้งอยู่ นับดาวเดินดูว
บทที่ ๑๗
"ฉันเจอคนรู้จักน่ะ ไว้ฉันไปทักเขาแล้วค่อยพาเธอไปรับยานะ"
"ได้ค่ะ ฉันอยู่คนเดียวได้"
"ไม่ได้หรอก ประเดี
บทที่ ๑๘
ได้แต่ทำใจและเดินเข้าไปหาคนทั้งสองด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว เพลาศศินั้นอารมณ์มิดีก็มักจักแสดงออกทางสีหน้า
บทที่ ๑๙
สายตามองทอดไปยังบ้านหลังใหญ่ที่คุ้นหน้าคุ้นตาถึงแม้ว่าจะไม่ได้มานานแล้วแต่ก็ยังจำได้ว่าบ้านหลังนี้เป
บทที่ ๒๐
พอมาถึงห้องพักแพทย์แล้วก็มิพบเจอใครอยู่ภายในห้องเลยคงจะไปทานข้าวกันที่โรงอาหารเสียหมดนั่นแลกระมังซึ่
บทที่ ๒๑
จังหวะหัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นเมื่อได้ยินเสียงหวานเล็ดลอดออกมาจากข้างในห้องเพื่อบอกให้คนที่ยืนรออยู่นั้
บทที่ ๒๒
เวลาล่วงเลยนานไปพอสมควรที่จักทำให้รู้ว่าอีกคนนั้นได้เข้าสู่หวังนิทราไปเรียบร้อยแล้วแต่ถ้าดูจากจังหวะ
บทที่ ๒๓
"บอกแล้วไงว่าไม่ต้องเดินมาส่ง"
"โถ่ พี่หมอคะ อีกหลายวันเลยนะคะกว่าเราจักได้เจอกัน ฉันก็แค่อยากอยู่กับ
บทที่ ๒๔
"กลิ่นนี้เหมือนกลิ่นของนับดาวเลย"
เหมือนประโยคที่ศศิพูดไปก่อนหน้านี้มันมิเข้าหูเมฆาเลยสักนิดเพราะท่าท
บทที่ ๒๕
รถยนต์แล่นเข้ามาจอดบริเวณที่จอดรถของโรงพยาบาลก่อนที่ณัฐจะรีบลงมาเปิดประตูให้กับนับดาวซึ่งตัวนับดาวเอ
บทที่ ๒๖
เสียงถอนหายใจดังขึ้นที่ห้องพักแพทย์ซึ่งต้นเหตุของเสียงก็มิได้มาจากใครเสียนอกจากแพทย์หญิงศศิธรที่ตอนน
บทที่ ๒๗
เสียงเอะอะดังขึ้นอยู่ภายในครัวยามที่เดินลงมา ศศิเดินเข้าไปในครัวด้วยชุดนอนลายทางสีน้ำเงินที่เธอมักจะ
บทที่ ๒๘
ปิ่นแก้วสังเกตได้ว่าเพื่อนสนิทของเธอนั้นมีสีหน้าที่ดูเป็นกังวลตั้งแต่ตอนที่นั่งรถออกมาด้วยกันแล้วซึ่
บทที่ ๒๙
"นี่ พอจะมีอะไรให้ฉันได้กินรอง..."
พูดยังไม่ทันได้จบประโยคดีคำพูดทั้งหมดก็ถูกกลืนลงคอเมื่อหันไปเห็นว่
บทที่ ๓๐
สองเท้าเดินก้าวเข้าไปในบ้านของตนอย่างอ่อนแรงพร้อมกับถือดอกไม้ที่ใกล้จะเหี่ยวเฉาเข้าไปด้วย ในเพลานี้ศ
บทที่ ๓๑
"เราควรทำอย่างไรกันดี ฉันว่ามันหนักเสียกว่าตอนนั้นอีก"
"ก็ทำอะไรมิได้มากเสียนอกจากรอ"
"ฉันว่ามันมีคนหน
บทที่ ๓๒
"แล้วนี่จะไปที่ใดกันหรือ"
"ฉันว่าจะพาพี่ศศิออกไปเปิดหูเปิดตาเสียสักหน่อยเพราะเห็นว่าเอาแต่อุดอู้อยู่แ
บทที่ ๓๓
ครั้นพอดื่มกาแฟและคิดค่าเสียหายกันเรียบร้อยแล้วเมฆาให้ศศินั้นเดินนำไปว่าเขาจะไปฝากท้องในมื้อเช้าที่ร
บทที่ ๓๔
"กลับมาแล้วค่ะ"
เสียงสุดแสนจะคุ้นเคยดังขึ้นทำให้คนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ละสายตาจากหนังสือขึ้นมาสบตากั
บทที่ ๓๕
กลิ่นควันธูปตลบอบอวลไปทั่วทุกมุมห้องบ่งบอกได้ว่ามีคนได้เข้ามาภายในห้องแห่งนี้ ศศิพนมมือไหว้รูปที่ติด
บทที่ ๓๖
บรรยากาศที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายซึ่งเป็นสิ่งที่ศศินั้นมิชอบเอาเสียเลยแต่ก็มิรู้ว่าเพราะเหตุใดเธอจึงม
บทที่ ๓๗
กริ๊ง กริ๊ง
มันน่าหงุดหงิดเสียมิน้อยสำหรับนับดาวที่มีคนมากดกริ่งหน้าบ้านเสียตอนมืดค่ำซึ่งเธอดู
บทที่ ๓๘
แสงแดดยามเช้าที่เล็ดลอดผ่านม่านสีอ่อนนั้นทำหน้าที่ปลุกให้คนที่กำลังนอนหลับใหลอยู่ในตื่นจากห้วงนิทรา
บทที่ ๓๙
"กับชายคนนั้นไปถึงไหนแล้วล่ะ"
นับดาวได้แต่เลิกคิ้วอย่างสงสัยเมื่อพยายามที่จะมองเข้าไปที่นัยตาของอีกคน
บทที่ ๔๐
กริ๊งงง กริ๊งงง
เสียงนาฬิกาปลุกบนหัวเตียงดังขึ้นปลุกเจ้าของห้องตามเวลาที่เจ้าของห้องอยากให้มัน
บทที่ ๔๑
"ลงไปจากตักของพี่ได้แล้ว"
ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่การกระทำของศศิดูเหมือนจะมิอยากให้คนตัวเล็กนั้นลงเลยแม้แ
บทที่ ๔๒
"สวัสดีครับพี่หมอศศิ"
ศศิหันไปตามเสียงเรียกก่อนจะพบหมอหนุ่มที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีเพราะเจอกันที่โรงพ
บทที่ ๔๓
ศศิตัดสินใจพาคนตัวเล็กมานั่งรถเล่นทั่ว ๆ เมืองพระนครที่เมื่อก่อนเธอจะชอบมาขับรถเล่นเวลาที่ยังมิอยากก
สุดยอดมาก
1d
0ดีอ่านสนุกก
1d
0ดีจริงอันนี้ดีจริงงง ดีมากชอบสุดสุดเนื้อรเื่องดีสนุกมากกกกก สนุกแบบตะโกนนน
5d
0ดีมากเลย
6d
0สนุก
8d
0อ่านเเล้วเพลิน
11d
0ดีมาก
12d
0สนุกมากๆๆเลยชอบสุดๆ
15d
0ดีจังครับบบ
15d
0ดีมากค่ะ ากๆบบดไวหบขไฟกวฟบ
15d
0